Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน30 กรกฎาคม 2553
ปูนใหญ่เพิ่มเป้ายอดขาย 20-25% หลังครึ่งปีโกยรายได้ 1.5 แสน ล.             
 


   
search resources

ปูนซิเมนต์ไทย, บมจ.
Cement




ปูนซิเมนต์ไทย ปรับเป้ายอดขายปีนี้พุ่ง 20-25% จากเดิมคาดว่าเติบโตเพียง 10% หลังครึ่งปีแรกโกยรายได้เฉียด 1.5 แสนล้านบาท โตขึ้น 30% และกำไรสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 18% ยอมรับครึ่งปีหลังราคาเม็ดพลาสติกอ่อนตัวลง และกระดาษทรงตัว ส่วนซีเมนต์ราคาไม่ลงไปกว่านี้ ด้านบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.50 บาท/หุ้น ส่วนโครงการที่ติดปัญหามาบตาพุดอยู่ระหว่างการทยอยยื่นรายงาน EHIA ให้คณะผู้ชำนาญพิจารณา คาด 5 เดือนทุกอย่างคลี่คลาย

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 10% เป็น 20-25%จากยอดขายรวมปีที่แล้ว 2.5 แสนล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขายสุทธิโตขึ้น 30% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายในธุรกิจเคมีภัณฑ์ กระดาษและซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้น

แต่คาดว่า ครึ่งปีหลังนี้โอกาสที่จะยอดขายจะขยายตัวเท่ากับครึ่งปีแรกเป็นไปได้ยาก เนื่องจากฐานยอดขายครึ่งปีหลัง 2552 ค่อนข้างสูง ขณะที่แนวโน้มราคากระดาษในครึ่งปีหลังนี้ คาดว่า จะทรงตัวในระดับสูง ส่วนราคาเคมีภัณฑ์จะอ่อนตัวลงเนื่องจากกำลังการผลิตใหม่เข้ามา แต่มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นทำให้ยอดขายโตเพิ่ม ส่วนด้านซีเมนต์ คาดว่า ทั้งปีความต้องการใช้โตขึ้น 10% ขณะที่ราคาซีเมนต์ไม่น่าจะต่ำกว่านี้แล้ว

โดยผลประกอบการ 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมียอดขายสุทธิ 146,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 14,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เนื่องจากธุรกิจกระดาษมียอดขายและกำไรสุทธิดีขึ้น ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในครึ่งแรกของปีนี้หุ้นละ 4.50 บาท คิดเป็นเงิน 5,400 ล้านบาท และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 ส.ค.นี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 นี้ บริษัทมียอดขายรวม 77,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 36% และโต 13% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากหลายธุรกิจมีกำไรสุทธิ 7,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และโตขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากธุรกิจกระดาษมียอดขายและมาร์จินดีขึ้นถือครั้งแรกที่ธุรกิจกระดาษ มีรายได้สูงกว่าธุรกิจซีเมนต์ นอกจากนี้ยังมีเงินปันผลที่ได้รับจากการธุรกิจร่วมทุน

นายกานต์ กล่าวต่อไปว่า ในครึ่งปีหลังแนวโน้มรายได้จากธุรกิจเคมีภัณฑ์น่าจะชะลอตัวลงเนื่องจากราคาปิโตรเคมีปรับตัวลง เป็นผลจากมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาทั้งตะวันออกกลางและจีน โดยในช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลาสติก HDPE กับวัตถุดิบ คือ แนฟธา (สเปรด) ปรับตัวลดลงล่าสุดอยู่ที่ 370 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ต่ำกว่าไตรมาสแรกมีสเปรดอยู่ที่ 600 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ทำให้มาร์จินลดลง อย่างไรก็ตาม ได้เกิดอุบัติเหตุโรงงานปิโตรเคมีรายใหญ่ที่ไต้หวันทำให้ต้องหยุดผลิต คาดว่า จะใช้เวลาปิดซ่อม 2-3 เดือนนี้ ซึ่งจะทำให้ซัฟพลายหายไปจากตลาด ส่งผลให้ราคาปิโตรเคมีไม่ลดลงมากในช่วงนี้

ขณะเดียวกัน ก็คงต้องเฝ้าจับตาดู ว่า จะมีโรงงานปิโตรเคมีต้องปิดตัวลงอัน เนื่องจากการแข่งขันไม่ได้มากน้อยเพียงใด หลังจากก่อนหน้านี้ ได้มีการปิดตัวไปแล้วในช่วงเกิดวิกฤตการเงินโลกในปลายปี 2551 แต่เนื่องจากเอสซีจี เคมิคอลส์ หันมาผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม HVA คิดเป็น 30 กว่า % ของยอดขายรวม ทำให้มาร์จินของกลุ่มนี้ยังดีอยู่ ส่วนโรงโอเลฟินส์แครกเกอร์ 2 เดินเครื่องได้ 80% ของกำลังการผลิต หากโครงการที่ติดปัญหามาบตาพุดได้รับอนุมัติให้เดินเครื่องจักร ได้เชื่อว่า โรงแครกเกอร์ดังกล่าวจะเดินเครื่องได้เต็มที่ 100%

ด้านธุรกิจกระดาษในครึ่งปีหลัง เชื่อว่า ทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากตลาดโลกยังมีความต้องการอยู่ โดยความต้องการใช้กระดาษคราฟท์ในประเทศครึ่งปีหลังน่าจะเติบโต 7-8% ใกล้เคียงครึ่งปีแรก ขณะที่ราคาจะทรงตัว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังมีมติให้ออกและเสนอหุ้นกู้ชุดใหม่ ครั้งที่ 2/2553 ไม่เกิน 5 พันล้านบาท อายุ 4 ปี ซึ่งจะมีกำหนดอัตราดอกเบี้ยในภายหลั้ง โดยเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำไปไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในวันที่ 1 ต.ค.นี้

ลุ้นต้นปี 54 รง.ที่มาบตาพุดเดินหน้าได้
นายกานต์ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพ (EHIA) สำหรับโครงการที่ได้รับใบอนุญาตหลังรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า ได้ผ่านขั้นตอนการรับฟังความเห็นจากประชาชนในการร่วมแสดงความเห็นการกำหนด ขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบ (Public Scoping) และทบทวนร่างรายงาน (Public Review)เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยส่งรายงาน EHIA ให้คณะผู้ชำนาญพิจารณาต่อไป

หลังจากนี้ เมื่อคณะผู้ชำนาญพิจารณาเห็นชอบก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานของรัฐผู้มีอำนาจ อนุมัติโครงการฯ จัดรับฟังความเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย (Public Hearing) พร้อมทั้งส่งให้องค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบด้วย ก่อนมีการอนุญาตโครงการต่อไป ซึ่งขั้นตอนนี้คาดว่าจะใช้เวลา 5 เดือน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us