|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ซัมซุง เลือกลงทุนขยายฐานผลิตเครื่องปรับอากาศในไทยแทนเวียดนาม เหตุยอดขายแอร์พุ่งเกินความคาดหมายสวนทางการเมือง ซิวผู้นำในเดือน พ.ค.มาได้ เร่งเครื่องสุดขีดเพิ่มดีลเลอร์ขายแอร์อีก 30 แห่งทั่วประเทศ หวังคว้าที่หนึ่งในตลาดแอร์ด้วยแชร์ที่ 20% พร้อมปรับเป้ายอดขายครั้งที่สองสู่ 2 แสนเครื่อง
นางสาวศศิธร กู้พัฒนากุล ผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจเครื่องปรับอากาศ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดี ว่า ทางบริษัทแม่ที่ประเทศเกาหลีได้ตกลงเลือกประเทศไทย ในการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศอีก 3 เท่า แทนประเทศเวียดนาม และอีก 1-2 ประเทศในแถบเซาอีสต์เอเชีย จากแนวโน้มที่น่าจะเป็นเวียดนามมาเป็นไทยนั้น ส่วนสำคัญมาจากยอดขายเครื่องปรับอากาศที่ทำได้ดีเกินเป้าหมายที่วางไว้ แม้ประเทศไทยดูจะมีปัญหาทางการเมือง แต่กลับมียอดขายเครื่องปรับอากาศเติบโตมากที่สุดในเซาอีสต์เอเชีย บวกกับโอกาสในการทำตลาดในประเทศไทยยังมีสูงอยู่
สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ ได้อนุมัติเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยการลงทุนจะเริ่มได้ในต้นปีหน้า ส่วนการลงทุนจะสูงมากแค่ไหนนั้น ขณะนี้ยังประเมินไม่ได้ เนื่องจากเป็นการลงทุนใหม่ทั้งหมด 100% ประกอบด้วย โรงงานแห่งใหม่ บนพื้นที่ที่ดิน 10 ไร่ และเครื่องจักรใหม่อีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ จะทำให้กำลังการผลิตสามารถทำได้ถึง 1.5-3 ล้านเครื่องต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 5.5 แสน สูงสุดที่ 8 แสนเครื่องต่อปี รองรับทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทั้งรัสเซีย ออสเตรเลีย และ มิดเดิลอีสต์
ด้าน นายสมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวต่อว่า ในส่วนของยอดขายเครื่องปรับอากาศของทางซัมซุงนั้น ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 20% ขณะที่นับจากเดือน ม.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา อยูในอันดับสาม ด้วยส่วนแบ่งทางตลาดที่ 17% ซึ่ง 5 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถจำหน่ายเครื่องปรับอากาศโดยรวมได้เกินกว่า 1.4 แสนเครื่อง เป็นรุ่นธรรมดาประมาณ 88% และรุ่นระบบอินเวอร์เตอร์อีก 12%
โดยในภาพรวมของตลาดนั้น 5 เดือนที่ผ่านมา จากผลวิจัยของทางจีเอฟเค ในแง่จำนวนเติบโตขึ้น 79% ในแง่มูลค่าเติบโตที่ 62% ทั้งปีคาดว่า ในแง่จำนวนจะเติบโตประมาณ 22% คิดเป็นจำนวนยูนิตได้กว่า 1 ล้านเครื่อง และมูลค่าน่าจะสูงถึง 12,500 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ปีนี้ตลาดเครื่องปรับอากาศเติบโตสูงมากนั้น มาจากหลายปัจจัย ทั้งระดับราคาที่ลดลงมาเฉลี่ย 10% รวมถึงเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ได้รับความสนใจ รวมถึงสภาพอากาศที่ร้อนนาน
อย่างไรก็ตาม ทางซัมซุงได้มีการปรับเป้ายอดขายใหม่ครั้งที่ 2 เป็น 2 แสนเครื่อง จากช่วงต้นไตรมาสองวางไว้ที่ 1.7 ล้านเครื่อง จากเป้าเดิม 1.4 แสนเครื่อง โดยแผนการทำตลาดในครึ่งปีหลัง จะเน้นเพิ่มดีลเลอร์ ร้านจำหน่ายเครื่องปรับอากาศอีก 30 แห่งทั่งประเทศ รวมแล้วทั้งปีจะมีดีลเลอร์ร้านจำหน่ายเครื่องปรับอากาศรวมกว่า 110 แห่ง หรือทั้งปีมั่นใจว่า จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเครื่องปรับอากาศด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 20% ซึ่งยอดขายของกลุ่มเครื่องปรับอากาศ คิดเป็น 15% ของกลุ่มสินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้ง เอวี และ เอชเอ รวมกัน ขณะที่สินค้าในกลุ่มนี้คิดเป็น 50% ของรายได้รวมซัมซุง
|
|
 |
|
|