|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายวุฒิชัย ลีนะบรรจง ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN เปิดเผยว่าบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ Memorandum of Understanding (MOU) เกี่ยวกับโครงการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 9.9 MW ร่วมกับ NORINCO International Cooperation ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดำเนินกิจการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เช่น ถนน สะพานขนาดใหญ่และก่อสร้างโรงไฟฟ้า เช่น เขื่อนผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศ
โดยในรายละเอียดของ MOU ระบุว่า CEN จะเป็นผู้ดำเนินการในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง เพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่อไป โดยจะมีการใช้ที่ดินของ CEN เองที่มีอยู่ในหลายจังหวัด เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการยื่นขออนุญาตต่างๆ ซึ่ง NORINCO International Cooperation จะเป็นผู้จัดหาเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการดังกล่าวบรรลุผลได้เป็นอย่างดี
"คณะผู้บริหารของ CEN มองเห็นว่าธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจมาก ทั้งยังจะเป็นการสร้างฐานรายได้ใหม่ให้กับบริษัท ซึ่งเป็นฐานรายได้ที่มีความมั่นคงอย่างสม่ำเสมอและจะเป็นผลักดันให้ผลประกอบการของ CEN ในอนาคตเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกด้วย สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในเบื้องต้นประมาณ 600 ล้านบาท โดยจะนำมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการและมาจากการสถาบันการเงินอีกส่วนหนึ่ง โดยใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในเวลา 3-5 ปี "
ขณะความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีอีกเป็นจำนวนมาก โดยจะเห็นได้จาก "สถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุด "หรือ "พีค" (Peak Load) ของประเทศที่ทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการขยายกลุ่มธุรกิจพลังงานของ CEN ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง และในอนาคตจะนำขยะมาคัดแยกและแปรรูปเป็นขยะเชื้อเพลิง หรือ Reduce Derived Fuel (RDF) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมาจากเกาหลี มาเป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้ชีวมวล จะเป็นรากฐานในการผลักดันให้บริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ดี การที่ CEN ได้ร่วมงานกับ NORINCO International Cooperation ที่พร้อมทั้งทางด้านเงินลงทุน เทคโนโลยี และประสบการณ์การทำงานมาแล้วทั่วโลก ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าวจะเป็นก้าวแรกของความร่วมมือระหว่าง 2 บริษัท และในอนาคตก็อาจจะได้มีโอกาสร่วมงานกันอีกเกี่ยวกับธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็น Wind Turbine หรือ Solar Cell ที่บริษัท เอ็นเนซอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯ ในเครือของ CEN กำลังศึกษาเพิ่มเติมอยู่ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ทั้งโครงการในประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นประเทศลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของ CEN ในปีนี้ยังมั่นใจ จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากบริษัทในเครือทั้ง 3 แห่ง คือ บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) (UWC) บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (RWI) และบริษัท เอ็นเนซอล จำกัด (ENS) ซึ่งมีผลประกอบการที่ดีขึ้น จากการบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดที่มีประสิทธิภาพ
|
|
 |
|
|