|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีแรก เพราะกลุ่มลูกค้าชะลอการตัดสินใจ แต่ผลสำรวจกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มสดใส หลังสถานการณ์คลี่คลาย เชื่อมูลค่าตลาดรวมปีนี้ยังเข้าเป้าที่ 12,000 ล้านบาท และเตรียมเร่งกระตุ้นตลาดด้วยการจัดงานรับสร้างบ้าน 2010 พร้อมระดมหัวกะทิจัดสัมมนาสู้ภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
วิบูล จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ระบุว่า ตลาดรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 ถือว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ 2 กลุ่มผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสิน ใจปลูกสร้างบ้านออกไป แต่จากสถานการณ์ที่เริ่มสงบลงคาดว่ากลุ่มผู้บริโภคจะเริ่มกลับเข้ามาพิจารณาการปลูกสร้างบ้านอีกครั้ง ซึ่งจากการสำรวจของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านภายในงาน สถาปนิก 53 ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้บริโภค ยังคงมีความต้องการปลูกสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป
ในส่วนของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน คาดการณ์ว่ายอดขายในตลาดรับสร้างบ้านจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ยังไม่ตัดสินใจ ประกอบกับในช่วงไตรมาสที่ 3 สมาคมฯ จะมีการจัด งานรับสร้างบ้าน 2010 ซึ่งแต่ละบริษัทก็พร้อมที่จะเสนอโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าอีกมาก โดยคาดว่าเป้าหมายมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านน่าจะสามารถ แตะระดับ 12,000 ล้านบาทตามเป้าหมายที่สมาคมฯ วางไว้ได้
“ที่ผ่านมาตลาดรับสร้างบ้าน ในไตรมาสที่ 1 ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นยอดขายจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2552 ซึ่งถือว่าช่วงนั้นตลาดค่อนข้างคึกคัก ขณะที่ในปีนี้ไตรมาสที่ 2 ถือว่าได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจออกไป แต่เมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ทางภาครัฐยังให้ความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในภาพรวมจะยังคงเติบโตได้ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง” วิบูลระบุ
แนวโน้มในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ตลาดรับสร้างบ้านน่าจะยังสามารถเติบโตได้ เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ ราคาของบ้านที่ยังไม่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเมื่อดูจากดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน (Home Construction Cost Index) ซึ่งทางสมาคมฯ จัดทำร่วมกับ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา ทั้งราคาบ้านและราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวไม่มากนัก ขณะที่กำลังซื้อในตลาดยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กลุ่มผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจกับสถานการณ์ทางการเมืองเท่านั้น นอกจากนี้การจัดงานรับสร้างบ้าน 2010 ในช่วงไตรมาสที่ 3 น่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นตลาดได้
ในส่วนของผู้ประกอบการช่วงนี้ก็ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเร่งหาช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการนำเสนอตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง และน่าสนใจให้เพิ่มมากขึ้น โดยในส่วนของสมาคมฯ มีแผนงานที่จะจัดงานสัมมนาทางวิชาการในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเกี่ยวกับทิศทางของตลาดรับสร้างบ้าน และการพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
|
|
 |
|
|