Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน19 พฤษภาคม 2553
พิษเผาเมืองสะเทือนบจ.'วายุภักษ์'นำทีมส่งงบQ1ไม่ทัน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
Stock Exchange




ผลจราจลเสื้อแดงเผากรุงเทพฯ สร้างผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียน จนไม่สามารถส่งงบการเงินไตรมาส1/53 ให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ทันตามกำหนด นำทีมโดย “กองทุนวายุภักษ์ 1” ฝั่งตลาดหุ้นยอมผ่อนผัน ไม่ขึ้น SPจนกว่า 24 พ.ค. ขณะเดียวกันพบ บจ.หลายรายงบการเงินไม่โปร่งใส เหตุผู้สอบบัญชีขาดความเชื่อมั่น ทั้งGJS, GSTEEL, TGPRO,TT&T และ WIN โดยวันนี้ (19พ.ค.) ต้องโดนแขวนป้าย NP ตั้งแต่ช่วงเช้า จนกว่าแก้ไขแล้วเสร็จ ด้าน PICNI ร้อนตัวรุกชี้แจงก่อน เหตุผู้สอบบัญชีอาจไม่เห็นด้วย

วานนี้ (18พ.ค.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานว่า จากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนนำส่งงบการเงินรายไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 ภายใน 45 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีหรือภายในวันที่ 17 พฤษภาคม หรือ ก่อนเวลา 9.00 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากปรากฏเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ ทำให้บริษัทจดทะเบียนบางแห่งได้ประสานงานมายังตลาดหลักทรัพย์ฯว่าบริษัทมี เหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถนำส่งงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ฯได้ภายในกำหนด เวลา

ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯพิจารณาและเห็นควรที่จะไม่ขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) เพื่อหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนเนื่องจากบริษัทจด ทะเบียนไม่สามารถนำส่งงบการเงินได้ตามเวลาที่กำหนดเป็นระยะเวลา 4 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ 18-21 พฤษภาคม 2553

แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะพิจารณาขึ้นเครื่องหมาย SP เพื่อห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่ยังไม่ส่งงบการเงินต่อ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าบริษัทจดทะเบียนจะนำส่งงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว จึงขอให้ผู้ลงทุนโปรดใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจด ทะเบียนต่อไป

โดย รายชื่อ บจ. ที่ยังไม่นำส่งงบการเงินได้แก่ 1. บริษัท ไทยโทเรเท็กซ์ไทล์มิลลส์ จำกัด (มหาชน) (TTTM) และ 2. กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ประเภท ก. (VAYU1) ขณะที่บจ. ที่ยังคงขึ้นเครื่องหมาย SP ต่อไปด้วยเหตุอื่นๆ คือ 1 บริษัท นิปปอน แพ็ค(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (NIPPON) 2. บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) 3. บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) (SINGHA)

ขณะเดียวกัน เนื่องจากมีบริษัทจดทะเบียน 6 ราย ได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 ฉบับที่ผ่านการสอบทานมายังตลาดหลักทรัพย์ฯโดยผู้สอบบัญชีไม่สามารถให้ความ เชื่อมั่นต่องบการเงินของบริษัทได้ ทำให้ตัวเลขผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทเหล่านี้ที่ปรากฏในงบการ เงินอาจไม่แสดงค่าที่แท้จริงของกิจการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อาจสั่งการให้บริษัทแก้ไขงบการเงินได้

โดย มีบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมปกติจำนวน 8 ราย ได้แก่ บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS) , บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (GSTEEL), บริษัท ป่องทรัพย์ จำกัด(มหาชน) (PSAAP), บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (TGPRO) , บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) (TT&T) และ บริษัท วินโคสท์ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด (มหาชน) (WIN)

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) เพื่อห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ดังกล่าว ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าของวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปมีเวลาในการพิจารณารายงานของผู้สอบ บัญชีประกอบกับตัวเลขในงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงินอย่างระมัดระวัง โดยจะอนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของ GJS, GSTEEL, TGPRO,TT&T และ WIN พร้อมกับการขึ้นเครื่องหมาย NP (Notice Pending) ตั้งแต่การซื้อหรือขายรอบเช้าวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จนกว่าบริษัทดังกล่าวจะนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขหรือจนกว่าจะได้ข้อสรุปว่า บริษัทไม่ต้องแก้ไขงบการเงินดังกล่าว

ขณะที่ PSAAP ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไปเนื่องจาก อยู่ระหว่างแก้ไขคุณสมบัติในการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

ส่วนบริษัทจดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (Non-Performing Group: NPG) มี 2 ราย คือ บริษัท แอ็ดว้านซ์เพ้นท์ แอนด์ เคมิเคิล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ( APC) และ บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) (SAFARI) ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงแจ้งให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทราบและพิจารณาความเห็นของผู้สอบบัญชี ประกอบกับตัวเลขในงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงินอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจาก 6 บจ.ดัวกล่าว แล้วทางบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PICNI) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ตามที่บริษัทฯได้นำส่งงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่31 ธันวาคม 2551 โดยผู้สอบบัญชีไม่อาจแสดงความเห็นต่องบการเงิน (Unable to reach any conclusion) เนื่องมาจากบริษัทและบริษัทย่อยมีหนี้สินหมุนเวียนรวมสูงกว่าสินทรัพย์หมุน เวียนรวมจํานวนเงิน 6,057 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม สูงกว่าสินทรัพย์รวมจำนวนเงิน 3,428 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงาน ต่อเนื่องของบริษัทฯ

ทั้งนี้ PICNI ขอชี้แจงว่าผลปรากฎตามงบการเงินดังกล่าวเนื่องมาจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสะสมเป็นจำนวนเงินประมาณ 9,373 ล้านบาท อีกทั้ง บริษัทฯ ปรับปรุงบัญชีจากหนี้สินระยะยาวมาเป็นหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระเป็นจำนวนเงิน 5,024 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯไม่สามารถจ่ายเงินต้นตามสัญญาได้ ปัจจุบันศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us