Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน19 พฤษภาคม 2553
ศรีไทยฯทุ่ม700ล.ลงทุนอินเดีย ดันขายตรงเอสเนเจอร์ลุยตปท.             
 


   
www resources

โฮมเพจ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์

   
search resources

ศรีไทยซุปเปอร์แวร์, บมจ.
สนั่น อังอุบลกุล




ศรีไทยฯดันเอสเนเจอร์ลุยต่างประเทศ หลังบ่มมา 1 ปี โฟกัสอาเซียนเป็นหลัก เหตุอาฟต้าช่วยทลายภาษี มั่นใจอีก 10 ปี ก้าวสู่ธุรกิขายตรงที่มีขายทั่วโลก มั่นใจปี 57 ยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท ด้านศรีไทยฯพร้อมลงทุนต่อเนื่อง 700 ล้านบาท

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังพร้อมลงทุนต่อเนื่องอีกกว่า 700 ล้านบาท โดยเฉพาะการเข้าไปลงทุนในประเทศอินเดีย ในการซื้อเครื่องจักรใหม่ๆในการผลิตเมลามินในแบบต่างๆ โดยมองว่าการเมืองในประเทศน่าจะจบลงในเร็ววัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลาสติกแต่อย่างไร เห็นได้จากรายได้ในไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมาที่ยังเติบโต 37% เกินเป้าที่วางไว้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,450 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท เติบโต 75% ทั้งปีมองว่ามีแนวโน้มจะเติบโตเกินเป้า ดังนั้นจึงมองว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนมิ.ย. จะมีการปรับแผนรายได้อีกครั้ง ขณะที่ปีก่อนปิดรายได้ไปที่ 4,750 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางบริษัทได้มีการขยายธุรกิจขายตรง ไปสู่ระบบการตลาดแบบเครือข่าย MLM (Multi Level Marketing) ภายใต้ชื่อ เอสเนเจอร์ โดยเริ่มมาประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ปี 2551 โดยใช้สาขาของศรีไทยฯเป็นสาขาจำหน่ายสินค้า ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งสมาชิกเดิมที่ซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ และสมาชิกใหม่ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกแล้วกว่า 20,000 คน

ล่าสุดปีนี้ทางบริษัทเล็งเห็นความพร้อมที่จะนำแบรนด์ เอสเนเจอร์ บุกตลาดต่างประเทศ โดยได้มือดีผู้ที่มีประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจขายตรงมาหลายสิบปี อย่าง นายบัญชา เหมินทกุล เข้ามาดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ-ด้านธุรกิจเครือข่าย บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ที่จะเข้ามาดูแลและนำพาเอสเนเจอร์ไปสู่ตลาดต่างประเทศหลังจากนี้ต่อไป

นายบัญชา เหมินทกุล รองกรรมการผู้จัดการ-ด้านธุรกิจเครือข่าย บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการนำเอสเนเจอร์ ไปสู่ตลาดต่างประเทศนั้น เบื้องต้นได้เตรียมงบประมาณราว 50 ล้านบาทในการปรับปรุงสาขาการขายทั้ง 14 แห่ง ต้องมีการจัดพื้นที่การขายให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความแตกต่างแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่สาขาของศรีไทยซุปเปอร์แวร์ นอกจากนี้ยังได้เตรียมทีมการบริหารจัดการขึ้นใหม่ พร้อมเฮดออฟฟิศของเอสเนเจอร์ ที่จะเริ่มเปิดดำเนินการได้ในเดือนก.ค.นี้ ที่อาคารภาคิน ถ.รัชดาภิเษก

ขณะที่การบุกต่างประเทศนั้น เวลานี้ได้เริ่มไปบ้างแล้ว ทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา โดยใช้สาขาที่เปิดในพื้นที่รอยต่อ อย่าง แม่สอด,หนองคาย เป็นสาขากระจายสินค้าไปยังประเทศเหล่านั้น ส่วนประเทศแถบรอบนอกออกไปนั้น จะเข้าไปบุกตลาดโดยการเข้าไปเปิดสาขาที่นั่น ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดให้ครอบคลุมทุกประเทศในย่านอาเซียนนี้ให้ครบภายในปี 2557 หรือในปีนั้นคาดว่าเอสเนเจอร์ จะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 70-75% และต่างประเทศ 20-25% ขณะที่ในปีนี้ เริ่มจากก.ค.53-มิ.ย.54 เอสเนเจอร์คาดว่าจะมีรายได้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท

สำหรับสินค้าที่ทางเอสเนเจอร์จะใช้บุกต่างประเทศนั้น จะมีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม ผลิตภัณฑ์สีสัน(เครื่องสำอาง) และผลิตภัณฑ์ภัณฑ์ในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันรวมแล้วมีอยู่กว่า 116 รายการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ที่มีสารสกัดจากเปลือกมังคุด ถือเป็นไฮไลท์ในการทำตลาดของเอสเนเจอร์ ส่วนฐานสมาชิกกว่า 20,000 คนนั้น สิ้นปีนี้เชื่อว่าจะเพิ่มสูงเป็น 40,000 คน

“อาฟต้าถือเป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นโอกาในการทำธุรกิจหลังจากนี้ เพราะจากนโยบายในการลดหย่อนภาษี จะทำให้สินค้าไทยได้เปรียบหลายอย่าง เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประเทศในอาเซียนด้วยกัน เพราะมีราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าจากจีน ดังนั้นเอสเนเจอร์จึงเป็นธุรกิจอีกตัวหนึ่งที่น่าจะมีโอกาสในระดับอาเซียน โดยมองว่าเมื่อได้รับการตอบรับที่ดีแล้ว และไม่เกิน 10 ปี เอสเนเจอร์จะสามารถเข้าไปตีตลาดทั่วโลกได้ต่อไป” นายบัญชากล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us