|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายสว่าง ประจักษ์ธรรม ประธานกรรมการ บริษัทไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ TOG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 320 ล้านบาท ในช่วง2 ปี(53-54) เพื่อลงทุนขยายกำลังการผลิตในเลนส์สั่งฝนพิเศษ (Freeform)ทำให้มีกำลังผลิตเพิ่มเป็น1.5 ล้านชิ้นต่อปี เครื่องตัดประกอบแว่นอัตโนมัติในบริษัทย่อยคือ TOC จะช่วยทำให้บริษัทสามารถรับคำสั่งซื้อสินค้าจากตลาดยุโรปและตลาดอื่น ๆได้มากขึ้น โดยเฉพาะจาก บริษัท Specsavers Asia Pacific Holdings Limited (Specsavers) ซึ่งเป็นพันธมิตรคู่ค้าและยังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท Specsavers สัดส่วน 25%
ทั้งนี้ กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นนั้น 70% เป็นคำสั่งซื้อของ Specsavers โดยปี 54 Specsavers มีเป้าหมายให้ TOG เป็นผู้จัดส่งหลักสำหรับผลิตภัณฑ์เลนส์ 30% ของเลนส์ทั้งหมดที่ต้องการใช้ในปี 54 ที่จะให้ TOG จัดส่งสินค้าในส่วนของเลนส์สั่งฝนพิเศษธรรมดา 1 ล้านแผ่น เลนส์สั่งฝนพิเศษ Freeform Technology 1 ล้านแผ่น และบริการตัดประกอบแว่น 1 ล้านกรอบแว่น
" เงินลงทุน 320 ล้านบาท มาจากกระแสเงินสดของบริษัท และเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งจะใช้ลงทุนปีนี้ 160 ล้านบาท ที่เหลือใช้ลงทุนปี 54 จากปัญหาทางเมืองนั้นมีผลกระทบต่อความมั่นใจของลูกค้าของบริษัทในการจัดส่ง สินค้าไปต่างประเทศไม่ทันตามกำหนดเพราะกังวลจะมีการปิดสนามบิน แต่บริษัทชี้แจงกับลูกค้าแล้วว่ารัฐบาลจะไม่ปิดสนามบินอีกและทางผู้จัดส่ง สินค้าให้กับบริษัทมีแผนสำรองไว้แล้วหากมีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น" นายสว่างกล่าว
สำหรับแผนการลงทุนขยายกำลังผลิตนั้นจะทำให้บริษัทมีรายได้จากคำสั่งซื้อของ Specsavers 656 ล้านบาท หรือ 70% ของเป้าหมายรายได้ส่วนเพิ่มจากแผนการลงทุน ซึ่งปี 54 คาดว่าจะมีรายได้ 160 ล้านบาท ขณะปี 53 คาดจะมีรายได้ 101 ล้านบาท และมีแผนที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรต่างประเทศเพื่อจัดตั้งห้องแล็บเลนส์ฝน พิเศษในต่างประเทศ 6 ห้องแล็บภายในปี 55
โดยปีนี้จะลงทุนเปิดห้องแล็บที่มาเลเซีย ซึ่งใช้เงินลงทุน1 ล้านเหรียญสหรัฐ และสิงคโปร์ใช้เงินลงทุน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 54 จะลงทุนตั้งห้องแล็บที่เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 55จะลงทุนในไต้หวันและตุรกี ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 2-2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะทำให้บริษัทมีรายได้จากการเปิดห้องแล็บประมาณ 120 ล้านบาทต่อปี ต่อ 1 ห้องแล็บ
ทั้งนี้ จากการที่บริษัทมีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตและเปิดห้องแล็บในต่างประเทศ นั้นจะทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้าบริษัทมีรายได้เติบโต100%จากปัจจุบัน ซึ่งจะมีสัดส่วนรายได้จากการร่วมทุนในต่างประเทศ 30% อีก 60% จากการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยและอีก10% มาจากการเติบโตของธุรกิจปัจจุบันของบริษัท โดยปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้และกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 10% จากปี 52 ที่มีรายได้ 1,303 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 130.61 ล้านบาท แม้ในไตรมาส1/53 บริษัทกำไรสุทธิเพียง 6.2 ล้านบาท หรือลดลง 84 % จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 39 ล้านบาท เพราะบริษัทได้ย้ายสายการผลิตและเครื่องจักรเสียแต่บริษัทเชื่อว่าตั้งแต่ ไตรมาส2/53 จะมีรายได้เติบโตมากขึ้นและทำให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้
|
|
 |
|
|