|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

หมดยุคที่ให้คนเพียงไม่กี่คนกำหนดเทรนด์แฟชั่นสำหรับทุกๆ คน และถึงเวลาที่คนควักกระเป๋ามีอำนาจกำหนดทุกอย่าง
เพียงเมื่อ 10 ปีก่อน หากสาวใดเกิดไม่ชอบใจแฟชั่นที่กำลังอินเทรนด์ในฤดูกาลนั้นขึ้นมา หรือเป็นแบบที่ใส่แล้วไม่เกิด เธอคงจะได้แต่รู้สึกว่าตัวเองช่างอาภัพ ที่ไม่มีวาสนาจะใส่เสื้อผ้าที่กำลังฮอตฮิตอินเทรนด์ได้ แต่นั่นคืออดีต ในวันนี้ หากคุณเข้าไปในเว็บไซต์ของ Neiman Marcus คุณจะได้พบกับ "ซูเปอร์มาร์เก็ต" แฟชั่นที่ไร้ข้อจำกัดของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแบบใดยี่ห้อที่ใส่แล้วดูดี ก็สามารถอินเทรนด์ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเดรสยาวผ้าเจอร์ซี่จับจีบของ Halston's Heritage เดรสสั้นรัดรูปของ Herve Leger หรือเสื้อผ้าแบบใดๆ วันเวลาที่นักออกแบบแฟชั่นหรือบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นเพียงไม่กี่คนเป็นผู้ กำหนดเทรนด์แฟชั่นได้จบสิ้นลงแล้ว
"แฟชั่นไร้ฤดูกาล" คือพัฒนาการล่าสุดของประชาธิปไตยในอุตสาหกรรมแฟชั่น และเป็นจุดกำเนิดเสื้อผ้าแนว fast fashion แฟชั่นจานด่วนที่เพิ่งหลุดออกมาจากแคตวอล์กสดๆ ร้อนๆ ในร้าน อย่าง H&M และ Topshop รวมถึงการจับคู่เสื้อผ้าแบรนด์ระดับบนกับระดับล่าง อันเป็นสไตล์โปรดปรานของ Michelle Obama สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ และนางแบบดังอย่าง Kate Moss
เมื่อผู้บริโภคสมัยนี้มีความรอบรู้เรื่องแฟชั่นมากขึ้น พวกเขาจึงต้องการแสดงออกในสไตล์ที่เป็นของตัวเอง นี่คือเหตุผลที่ทำให้ Elle นิตยสารแฟชั่นประชานิยม มีรายได้โฆษณาแซงหน้า Vogue นิตยสารแฟชั่นระดับบนได้เป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว และเป็นเหตุผลที่ทำให้ blogger อย่าง Diane Pernet และ Tavi สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของ blog แฟชั่นชื่อดัง มีอิทธิพลมากพอๆ กับบรรณาธิการและนักวิจารณ์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Anna Wintour หรือ Suzy Menkes จาก International Herald Tribune จู่ๆ สื่อยุคใหม่อย่าง social media ก็ถึงกับบดบังรัศมีของเหล่าบรรณาธิการแฟชั่นผู้ทรงอิทธิพลได้ Kell Cutron ดาวเด่นจากรายการโทรทัศน์ที่เปลือยเบื้องหลังวงการแฟชั่นให้ความเห็นว่า หลายสิ่งกำลังเกิดขึ้นในวงการแฟชั่นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในที่สุดผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย และมีอำนาจเหนือแบรนด์ แทนที่จะถูกแบรนด์กำหนดอย่างเมื่อก่อน
และผู้บริโภคกำลังต้องการทุกอย่างที่อินเทรนด์ตลอดเวลา ในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตนั้น แฟชั่นถูกกำหนดด้วยฤดูกาล ทำให้นิตยสารแฟชั่นทำตัวเป็นผู้กำหนดทิศทางแฟชั่นของแต่ละฤดูกาลได้ ว่าจะเดินไปในทิศทางใด แต่การเกิดขึ้นของสื่อใหม่และโลกาภิวัตน์ ทำให้การครอบงำของนิตยสารแฟชั่นจบสิ้นลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง เพราะยุคนี้ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงแฟชั่นได้ Robert Burke & Associates บริษัทที่ปรึกษาวงการแฟชั่นหรูชี้ว่า ในอดีตแฟชั่นต้องผ่านการคัดเลือกจากคนกลุ่มเล็กๆ ก่อนจะป้อนให้แก่ผู้บริโภค นิตยสารแฟชั่นมีอิทธิพลในการกำหนดเทรนด์ต่างๆ จนสามารถจะรายงาน "10 อย่างที่คุณต้องมี" เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ได้ แต่ในวันนี้ นิตยสารแฟชั่นทำอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะไม่อาจควบคุมความคิดของคนที่หลาก หลายมากขึ้นได้
การที่ผู้บริโภคต้องการสินค้าใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมต้องเร่งวัฏจักรแฟชั่นให้เร็วขึ้น และทำให้คอลเลกชั่นเสริมอย่าง prefall กับ resort collection มีความสำคัญมากขึ้นพอๆ กับคอลเลกชั่นหลักอย่าง spring-summer และ fall-winter collection วงการแฟชั่นต้องหันมาวิ่งไล่ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ซึ่งกำลังนิยมความลำลอง สบายๆ หรือดูแปลกๆ มากขึ้น การกำหนดแฟชั่นเป็นซีซันแบบเก่าใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มีสินค้าแฟชั่นออกมาอย่างหลากหลาย เพื่อสนองความต้องการทุกอย่างที่อาจเป็นไปได้ เมื่อมีสินค้าให้เลือกมาก ผู้บริโภคก็ยิ่งมีทางเลือก และเป็นผู้ตัดสินว่า อะไรจะฮอตหรือไม่ฮอต IMG บริษัทที่อยู่เบื้องหลังการจัดงานสัปดาห์แฟชั่นนิวยอร์กและที่อื่นๆ ชี้ว่า ไม่สำคัญแล้วว่านักอนาคตศาสตร์ หรือบรรณาธิการแฟชั่น จะคาดการณ์เทรนด์แฟชั่นไว้อย่างไร ทุกวันนี้คนที่จ่ายเงิน คือผู้ที่กำหนดทุกอย่าง และการพยายามสร้างความพึงพอใจให้แก่นักช็อป ได้กลายเป็นหน้าที่ใหม่ของดีไซเนอร์ แทนที่จะเป็นผู้กำหนดเทรนด์แฟชั่นอย่างในอดีต
Robert Burke แห่งบริษัทที่ปรึกษาสินค้าหรู Robert Burke & Associates เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ดีต่ออุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะทำให้มีความคิดเห็นที่หลากหลายและสร้างสรรค์มากขึ้น ดีไซเนอร์ไม่ต้องมานั่งห่วงว่า จะต้องวิ่งไล่ตามเทรนด์แฟชั่นแบบ ไหน และสามารถทำในสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าถูกต้องสำหรับลูกค้าได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการอุดช่องว่างของอุตสาหกรรมนี้ ส่วนผู้ค้าสินค้าแฟชั่นก็มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ไม่เหมือนในอดีตที่ต้องลงทุน ซื้อสินค้าตามแฟชั่นเท่านั้น ซึ่งถ้าลูกค้าไม่เอาด้วยก็มีแต่ขายไม่ออกและจบเห่ แต่ทุกวันนี้ คนขายก็มีทางเลือกมากขึ้นทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงได้
แต่ผู้ชนะสุดท้ายก็คือลูกค้านั่นเอง การมีสินค้าแฟชั่นสำหรับทุกคนหมายความว่า ผู้ซื้อไม่เพียงมีสินค้าให้เลือกมากมาย แต่ยังมีหลายระดับราคาให้เลือกอีกด้วย Burke ชี้ว่า นับแต่นี้ต่อไป แฟชั่นมีแต่จะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นและเป็นปัจเจกมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้ที่จะอยู่รอดคือ ดีไซเนอร์ที่สามารถออกแบบได้ดีที่สุด ในราคาที่เหมาะสมคุ้มค่าที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่นักช็อปทุกคนต้องการ และผู้ซื้อจะเป็นผู้กำหนด "10 เทรนด์แฟชั่นที่พลาดไม่ได้ของฤดูกาลหน้า" ตัวจริง
แปล/เรียบเรียง เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์
เรื่อง นิวสวีค
|
|
 |
|
|