Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน6 พฤษภาคม 2553
ม็อบแดงทุบ“ทีแอลเอ็ม”วูบ50% ปรับแผนเชิงรุก-เน้นบริการเก็บค่าต๋ง             
 


   
search resources

Tourism
ไทยจัดการลองสเตย์, บจก.




ทีแอลเอ็มมึนยอดสมาชิกใช้บริการเดือน เม.ย.วูบ 50% ระบุเป็นการแจ้งขอยกเลิก เหตุกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังม็อบแดงป่วนราชประสงค์-สีลม เล็งปรับช่องทางหารายได้ มุ่งทำตลาดเชิงรุก จับมือ ร.พ.เอกชน และ โครงการหมู่บ้านลองสเตย์ หวังเพิ่มรายได้จากการให้บริการแทนการขายสมาชิก

นางปิยาพัชร สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยจัดการลองเสตย์ หรือ ทีแอลเอ็ม เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับแผนการหารายได้สำหรับปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดย 1. รุกสร้างรายได้จากการรับบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการในโครงการหมู่บ้านลองสเตย์ ซึ่งกระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เช่น หัวหิน ชะอำ ประจวบฯ พัทยา ภูเก็ต และ 2.ให้บริการแก่ผู้สูงอายุชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย โดยจะจับมือเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลเอกชน ที่มีบริการดังกล่าว เช่น ร.พ.พญาไท 2 , ร.พ.กรุงเทพฯ ,ร.พ.บำรุงราษฎร์ และ ร.พ.สมิติเวช เป็นต้น

ทั้งนี้เพราะจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ทำให้ยอดการเดินทางเข้ามาใช้บริการของสมาชิกทีแอลเอ็มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยตั้งแต่ 15-30 เม.ย.53 สมาชิกที่จองไว้ว่าจะเดินทางเข้ามาช่วงเวลาดังกล่าวได้แจ้งขอยกเลิกกว่า 50% ขณะที่ยอดบุ๊คกิ้งใหม่ๆก็ไม่มีเข้ามาเลย ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้จากค่าบริการ และเสียโอกาสในการรับสมาชิกใหม่และการต่ออายุสมาชิกเก่าที่ขอชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด

“การเลือกที่พำนักระยะยาวของนักท่องเที่ยวลองสเตย์ในกลุ่มผู้สูงอายุนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทาง ความสะดวกที่อยู่อาศัย ซึ่งความวุ่นวายทางการเมืองในปีอื่นๆที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับผลกระทบเท่าครั้งนี้ เพราะผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมในพื้นที่ย่านธุรกิจแหล่งชอปปิ้ง และที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ประกอบกับมีภาพความรุนแรงและยืดเยื้อ นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุจึงเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยเดินทางเข้ามาก็หันไปเลือกประเทศอื่นทันที ส่วนที่เคยมาแล้วก็ชะลอการเดินทาง ตอนนี้เราขอให้กลุ่มที่เดินทางเข้ามาแล้วก่อนหน้านี้อยู่ในประเทศไทยให้นานที่สุดอย่างน้อยก็ตามกำหนดเดิมที่วางไว้ คือ 3-4 เดือน”

ตลาดที่กระทบมากที่สุดขณะนี้คือ ญี่ปุ่น เพราะย่านสีลม และธนิยะ เป็น ย่านที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบในการพักอาศัย รวมถึงชอบเดินชอปปิ้งย่านพารากอน และ เซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งหมดที่กล่าวล้วนเป็นพื้นที่ที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมไว้ทั้งหมด ซึ่งช่องทางการหารายได้เข้ามาชดเชยส่วนที่เสียไปดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น เดิมบริษัทก็ดำเนินการอยู่แล้ว

แต่จะปรับให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ได้ลูกค้ามากขึ้น อย่างที่ปรึกษาโครงการหมู่บ้านลองสเตย์ปัจจุบันมีลูกค้าอยู่แล้วเกือบ 10 โครงการ จะหาเพิ่มอีก 5 โครงการ ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน เข้าไปนำเสนอบริการรับดูและประสานงาน โดยทั้งหมดต้องเป็นการหารายได้ที่ไม่ขัดกับเงื่อนไขการจัดตั้งบริษัททีแอลเอ็มอย่างแน่นอน

นางปิยาพัชร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ที่เป็นห่วง คือ เกรงว่าจะกระทบต่อตลาดลองเสตย์กลุ่มตะวันออกกลาง ที่ช่วงเวลานี้จะเดินทางหนีอากาศร้อนมายังประเทศไทยและต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย ซึ่งปกติจะแวะพักประเทศไทยเฉลี่ย 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ทั้งขาไปและขากลับ แต่หากเขารู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยอาจบินตรงไปยังออสเตรเลียเลยก็เป็นได้ โดยกลุ่มนี้นิยมเข้ามาเช็คสุขภาพและชอปปิ้ง ใช้จ่ายเฉลี่ย 5 แสน-1 ล้านบาทต่อคนต่อทริป

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การชุมนุมยืดเยื้อเกินสิ้นเดือนพ.ค.นี้ บริษัทอาจต้องปรับลดเป้าหมายตามที่ได้นำเสนอต่อบอร์ดและที่ประชุมผู้ถือหุ้นไปแล้วว่า ปีนี้ตั้งเป้ามียอดสมาชิกผู้ถือบัตรทีแอลเอ็ม 204 ราย เพิ่ม 100% จากปีก่อนที่มียอดสมาชิกที่ 110 ราย โดยอัตราค่าสมาชิกเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 28,000 บาทต่อคน รวมถึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ โดยจะปรับลดรายได้จากค่าธรรมเนียมบัตรสมาชิก ที่ตั้งไว้ 18% ของรายได้รวม และ ในส่วนที่ปรับเพิ่มน่าจะอยู่ในส่วนของการให้บริการ เช่น ค่าบริการที่ปรึกษาปัจจุบันตั้งไว้ 12% ,ค่าบริการ Fast Tracks ตั้งไว้48% และ ค่าบริการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ตั้งไว้ 22%

ปัจจุบัน ทีแอลเอ็มมีรายได้พอเลี้ยงองค์กรได้ และปีที่ผ่านมาบริษัทเริ่มเห็นกำไรบ้างเล็กน้อย ล่าสุดสามารถล้างขาดทุนสะสมจาก 80 ล้านบาทเมื่อ 2-3 ปีก่อน ลดเหลือ 50 ล้านบาท ในขณะนี้ ส่วนผลประกอบการปีนี้จะเป็นเช่นใดคงขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเมืองเป็นตัวแปรสำคัญ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us