Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน12 เมษายน 2553
คืนความเชื่อมั่นเสียงสะท้อนจัดสรร บนความชัดเจนทางการเมืองของรัฐบาล             
 


   
search resources

Economics
Real Estate
Political and Government




เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกอบการทุกๆธุรกิจภายในประเทศ ที่ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจใดต่างก็ออกมาสะท้อนความรู้สึกที่ต้องการ เห็นความชัดเจน ของแนวทางการแก้ปัญหาด้านการเมืองของรัฐบาล ในขณะที่ความนุ่มนิม ของนายกรัฐมนตรีผู้นำรัฐบาลกลับสะท้อนให้เห็นถึงการขาดภาวะผู้นำ

ทั้งนี้ เสี่ยงสะท้อนที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากความไม่สงบในบ้าน เมืองทำให้ไม่สามารถกำหนดทิสทางและวางแผนแก้ปัญหาธุรกิจได้ ความต้องการของผู้ประกอบธุรกิจ ที่ต้องการเห็นประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อให้ทิศทางเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบรรยากาศที่จะกลับมาเอื้อต่อการขยายการลงทุนในด้านต่างๆ นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ค่อนข้างไวต่อปัจจับต่าๆ ที่เข้ามากระทบอย่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ในช่วงก่อนหน้านั้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้มีการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ไตรมาส 4 ปี52 จากผู้ประกอบการตอบแบบสอบถามจำนวน 157 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 28 บริษัท และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 129 บริษัท ซึ่งจากการสำรวจ พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส4ของปี52 มีค่าเท่ากับ 57.8 ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยจัดทำดัชนีนี้ และสูงขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่3ของปี52ที่มีค่าเท่ากับ 55.8

ขณะที่บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส4ปี52 เท่ากับ 50.1 มีค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยจัดทำดัชนีมาเช่นกันเป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่องจากไตรมาส3ของปี52 โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 49.6 และนับเป็นครั้งแรกที่ดัชนีมีค่าสูงกว่าค่ากลาง(ค่ากลางเท่ากับ 50) แสดงว่าความเชื่อมั่นโดยภาพรวมของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งอยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ดีขึ้นมาก

ทั้งนี้ การที่ดัชนีความเชื่อมั่นมีการปรับตัวสูงในช่วงไตรมาส4ของปี52 สะท้อนจากมุมมองด้านบวกจากทั้งผลประกอบการ ยอดขาย การจ้างงาน และการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการประกอบการก็ปรับตัวดีขึ้นด้วย รวมถึงอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งมาตรการหักลดหย่อนภาษี และมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองและการลดหย่อนภาษีธุรกิจ เฉพาะให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ทำให้ผู้ประกอบการเร่งก่อสร้างและโอนกรรมสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ประกอบกับผู้บริโภคได้รับแรงกระตุ้นจากรายการส่งเสริมการขายโครงการต่างๆ ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั้งสิ้น

ในขณะที่ดัชนีความคาดหวังช่วง 6 เดือนแรก (Expectations Index) ของปี53

ประจำไตรมาส 4/52 มีค่าเท่ากับ 70.4 ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้เคยจัดทำดัชนีนี้เช่น เดียวกัน ทั้งนี้การที่ดัชนีความคาดหวังใน 6 เดือนแรกของปีนี้มีค่าปรับสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการ ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยมีความเชื่อมั่นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ว่าจะปรับตัว ดีขึ้นทำให้ ผู้ประกอบการยังคงเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเมืองที่ร้อนระอุ และยังไม่มีแนวโน้มหรือความชัดเจนว่าจะได้ข้อสรุปในทิศทางใด จากความลังเลของรัฐบาลในปัจจุบัน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และประเทศต่างๆ ต้องทบทวนแผนการลงทุนในประเทศไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยกเลิกการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศขณะนี้ นั้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วว่าขาดความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลไทย ในสายตาของต่างประเทศ

ในขณะที่รัฐบาลยังมีความลังเลในการดำเนินการที่ไม่เด็ดขาด ด้านของผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆโดยเพาะธุรกิจอสังหาฯ ต่างเริ่มได้รับผลกระทบเพิ่มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ขณะนี้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศ ไทย และคาดว่าจะยืดเวลาในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกไม่น้อย กว่า3-6 เดือน ซึ่งนั่นหมายความว่ากลุ่มผู้ประกอการอสังหาฯไฮเอนด์ ซึ่งพัฒนาโครงการในเมืองท่องเที่ยวและโครงการไฮเอนด์ใจกลางเมือง ซึ่งมีลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติได้รับผลกระทบไปแล้วเต็มๆ...แน่นอน

ส่วนตลาดคอนโดฯรดับกลาง-ล่างที่ในช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีมาก จากกลุ่มคนทำงาน จนทำให้มีการเปิดตัวโครงการคอนดดมิเนียมจำนวนมากนั้น ในขณะนี้เริ่มส่งสัญญาชัดเจนขึ้นทุกขณะ ว่าลูกค้าชะลอการเข้าชมโครงการและการตัดสินใจซื้อออกไป แม้ว่ารับบาลจะมีการต่อมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาฯออกไปอีก 2เดือน เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในอาชีพ และการเงินในอนาคตที่ไม่แน่นอน เนื่องจากการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้ในปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำมากหรืออาจถึงขั้นไม่มีเติบโตจาก ปีที่แล้วหากการชุมชุนยังยืดเยื้อออกไปอีก ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงานในประเทศด้วย

นายเมธา จันทร์แจ่มจรัส รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ยอดการเข้าชมโครงการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนอาจจะลดน้อยลงบ้าง เนื่องจากลูกค้าบางส่วนมีปัญหาด้านการเดินทาง ทำให้ต้องเลื่อนการเดินเข้าชมโครงการต่างๆ อย่างไรก็ตามแม้ว่าขณะนี้ผลกระทบจากปัญหาการเมืองจะยังไม่ส่งผลต่อตลาดระดับ กล่ง-ล่างมากนัก แต่ในส่วนของตลาดระดับบนนั้น ได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาการเมืองที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของลูกค้า หลักคือคนต่างชาติ

“อย่างไรก็ตามหากการชุมนุมทางการเมืองมีควงามรุนแรงและยืดเยื้อนานขึ้น จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่างเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ โครงการอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ซึ่งต้องยอมรับว่ากลุ่มลูกค้าคอนโดมิเนี่ยนนั่น มีความไวต่อปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้ชะลอออกไป แม้ว่าในสั้นผลกระทบอาจจะเกิดในเชิงจิตวิทยา แต่หากการเมืองรุนแรง และยืดเยื้อออกไปแน่นอนว่าผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้น”

จากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นนั้นต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการที่มีกระแสเงินสด ที่ดี จะมีข้อได้เปรียบผู้ประกอบการที่มีปัญหาหรือมีสภาพคล่องต่ำ ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการที่จะเปิดตัวโครงการแนวสูงในปัจจุบันจึงต้องคำนึง ถึงปัจจัยลบที่เกิดขึ้นให้มาก ควรรอจังหวะและช่วงเวลาที่เหมาะสมมากกว่าในปัจจุบัน ส่วนผู้ประกอบการที่มีสภาพคล่องสูง และมีโครงการที่ตั้งในทำเลที่ดี มีโปรดักส์ที่ตรงกับความต้องการลูกค้าหากจะเปิดขายโครงการในช่วงนี้ ต้องมีการวางแผนที่ดีหรือควรจะทบทวนกำหนดการเปิดขายใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ด้านนายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ความเชื่อมั่นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของลูกค้า ทั้งนี้ หลังจากเกิดการชุมนุมทางการเมืองในช่วง1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการในสมาคมฯพบว่าดครงการของผู้ประกอบการหลายๆ รายมีจำนวนการเข้าชมโครงการลดลง และการตัดสันใจซื้อชะลอออกไป ซึ่งน่าจะมีปัจจัยหนึ่งที่ลูกค้าชะลอเข้าชมโครงการและชะลอการตัดสินใจซื้อ นั้น น่าจะจากความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ในขณะที่อีกด้านหนึ่งอาจจะมาจากในช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงนอกฤดูกาลขายทำให้มีลูกค้าเข้าชมดครงการลดลง

“อย่างไรก็ตามเรื่องของความเชื่อมั่นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของ ลูกค้า วึ่งหากการชุมชนในครั้งนี้ยืดเยื้อออกไปแน่นอนว่าผลกระทบจะชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่หากเกิดความรุนแรงขึ้นก็จะมีผลต่อความเชื่อมั่นเช่นกัน”

อนึ่งปัจจัยเรื่องของความเชื่อมั่นนี้นับว่าส่งผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริม ทรัพย์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ในวันนี้หากความชัดเจนในการแก้ปัญหาทางการเมืองยังเกิดขึ้น แม้ว่าปัจจุบันผลกระทบจะยังไม่รุนแรงมากนักแต่แน่นอนว่าหากมีความยืดเยื้อ ออกไปผลกระทบก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นแน่นอน แต่หากมีการสลายม็อบเชื่อว่าสถานการณ์จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น แต่แนนอนว่าความชัดเจนก็จะเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะมีทางออกด้านใด ผลสรุปก็คือประเทศไทยก็ยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการเยี่ยวยาเศรษฐกิจของประเทศ ให้กลับฟื้นคืนมากอย่างแน่นอน ในขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจเองก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นธุรกิจเช่นกัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us