วันหนึ่งเมื่อปรีชา เวชสุภาพร กรรมการผู้จัดการ ห้างโรบินสัน มีโอกาสคุยกับบรรจง
ชูสกุลชาติ อธิบดีกรมอาชีวศึกษาถึงเรื่องปัญหาของนักศึกษาสายอาชีวะที่มักจะหาสถานที่ฝึกงานยาก
และนักศึกษาเหล่านี้ไม่สามารถจะเรียนรู้งานจากสถานที่ฝึกงานได้มากเท่าที่ควร
และถึงแม้ว่าห้างโรบินสันจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาเหล่านี้มาฝึกงานก็ตาม
แต่ก็รับได้ในจำนวนจำกัด และประกอบกับในบางช่วงที่ใกล้เทศกาลต่างๆ ทางห้างฯ
ก็จะไม่ค่อยมีเวลาฝึกให้ทำให้นักศึกษาที่มาฝึกงานเรียนรู้เรื่องการขายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้นบรรจงจึงแนะให้ทางห้างโรบินสันจัดโครงการเพื่อฝึกนักศึกษาในสายการขายนี้ให้ได้สัมผัสกับโลกอาชีพการขายจริงๆ
ว่าเป็นอย่างไร
ทางปรีชาจึงขานรับนโยบายนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งและลงทุนควักกระเป๋าไปเกือบ
2 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการนี้
CONCEPT ของโครงการนี้ปรีชาได้อธิบายให้ "ผู้จัดการ" ทราบว่า
"เราต้องการให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของการเป็นพนักงานขายที่ดีว่ามีอะไรบ้างเราจึงหยิบยกเอาเรื่อง
PRODUCT…CONSUMMER…SALE… ขึ้นมาสอน เพราะนี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการขายไม่ว่าจะมีตำรากี่สิบเล่มก็ตามจะไม่มีประโยชน์เท่ากับการเรียนรู้จากชีวิตจริง"
ที่สำคัญและจะลืมไม่ได้คือขอแทรกเรื่องราวประวัติการก่อตั้งโรบินสันเข้าไปด้วย
และนี่คือที่มาของ "โครงการศึกษาโลกธุรกิจโรบินสัน"
เนื้อหาสาระของโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 ภาค คือภาคแรกเป็นการอบรมทฤษฎี
ณ โรงหนังออสก้า มีการฉายสไลด์มัลติวิชั่นให้ชม 3 เรื่อง คือ… "หัวใจของการขาย"
… "ชีวิตจริงในโลกของการขาย" และ … "กว่าจะมาเป็นโรบินสัน"
…
โดยเฉพาะในสไลด์ชุด "กว่าจะมาเป็นโรบินสัน" นั้นทางห้างฯ ถึงกับลงทุนใช้จอใหญ่เกือบเท่าจอภาพยนตร์
คือยาวถึง 22 เมตร สูง 7 เมตร เรียกว่าเป็นจอขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ เท่าที่เคยมีการฉายสไลด์กันมาเลยให้สมกับความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรบินสันกันจริงๆ
เท่านั้นยังไม่พอในภาคที่สองทางห้างโรบินสันก็ใจป้ำถึงกับยอมเผยกึ๋นออกมาอวดให้นักศึกษาได้เรียนรู้กันอย่างถ่องแท้
โดยการพาทัศนะศึกษาในพื้นที่ขายจริงของโรบินสันกันเลย มีการสอนตั้งแต่การเตรียมการก่อนขายจริง…กลเม็ดเด็ดพรายในการสร้างความสามัคคีในหมู่พนักงาน…ทำอย่างไรถึงจะจากลูกค้ามาได้…
เรียกว่าตั้งใจสอนให้เป็นวิทยาทานแก่นักศึกษาจริงๆ จึงไม่คำนึงถึงว่าความลับของห้างโรบินสันเหล่านี้จะรั่วไปถึงหูคู่แข่งหรือไม่
มีนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้ประมาณ 2 หมื่นคนจากวิทยาลัยอาชีวะทั่วกรุงเทพ
ไม่เพียงแต่นักศึกษาเท่าที่ได้เข้าชม ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิพ่อค้าและนักธุรกิจอีกหลายๆ
คนที่ขอเข้าร่วมศึกษาโครงการนี้ด้วย อาทิ…อาจารย์เต็มสิริ บุณยสิงห์ พิชัย
วาศนาส่ง เทียมโชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัทในเครือสหพัฒน์ซึ่งมาพร้อมกับลูกชายคู่แฝดคือบุญเกียรติและบุญชัย
โชควัฒนา จันทรา ชัยนามก็หอบหิ้วเอาพนักงานของสตูดิโอ 107 มาด้วย และธารินทร์
นิมมานเหมินท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์นำทีมพนักงานมาดูเหมือนกัน…ฯลฯ
ปรีชาซึ่งได้รับฉายาว่า "กบจำศีล" เพราะปกติไม่ค่อยจะออกงานหรือให้สัมภาษณ์นักข่าวบ่อยนัก
แต่สำหรับงานนี้ปรีชาถึงกับยอมลงทุนวิ่งรอกระหว่างห้างโรบินสันกับโรงหนังออสก้า
เพื่อต้อนรับแขกสำคัญที่แวะเวียนกันเข้ามาอบรมในโครงการนี้เกือบทุกวัน เป็นเวลา
3 อาทิตย์
สำหรับโครงการนี้ได้จัดทำเป็นครั้งแรกและคาดว่าอาจจะเป็นครั้งเดียวนั้น
เมื่อสรุปผลออกมาว่าได้รับความสนใจเป็นที่พอใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก
ทางปรีชารับทราบด้วยความอิ่มเอมใจ จึงตกลงในที่จะจัดให้มีขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการฉลองศรัทธาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รักทั้งหลาย
"ผู้จัดการ" ได้หยอดคำถามสุดท้ายก่อนจากว่าได้อะไรจากการจัดงานในครั้งนี้บ้างไหมก็ได้รับคำตอบที่แยบยลจากปรีชาว่า
"ผมว่าเราได้รับความนิยมชมชื่นจากประชาชน จากนักศึกษา นี่คือสิ่งสุดยอดปรารถนาของเรา
ส่วนในระยะยาวนั้นเราจะอยู่ได้ก็ด้วยความศรัทธาของประชาชน ที่มีต่อสถาบันของเราและนี่คือส่วนหนึ่งที่เราภูมิใจจะสร้างขึ้น"
โครงการนี้จึงกลายเป็นช่วยสอนเรื่องชีวิตจริงในการขายให้นักศึกษาแล้วยังช่วยประชาสัมพันธ์ให้ห้างโรบินสันไปด้วย
ก็เรียกว่าเป็นการยิงนัดเดียวแต่ได้นกถึงสองตัวอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ !…