Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน11 มีนาคม 2553
ดร.มาร์ตินส์วูบเป้าเติบโตได้แค่4% เล็งเปิดแฟลกชิปสโตร์-ขยายวัยรุ่น             
 


   
search resources

โอ.ที.ที. ฟุตแวร์, บจก.
Shoes and Foot wears




รองเท้าดร.มาร์ตินส์ยอดขายปี 52 พลาดเป้า ตั้งเป้าหมายโต 20% แต่ทำได้แค่ 4% ปีนี้แก้ตัวใหม่ปรับลดเป้าโตเหลือ 10% เล็งเปิดแฟลกชิบสโตร์ปีนี้ พร้อมขยายกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น

นางสุดา ทรงอุดมวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โอ.ที.ที. ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรองเท้า ดร.มาร์ตินส์ (Dr.Martens) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความวุ่นวายในปีที่แล้วทั้งภาวะการเมืองและภาวะเศรษฐกิจในไทย ส่งผลกระทบต่อยอดขายรองเท้าดร.มาร์ตินส์อย่างมาก และไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีอัตราการเติบโตเพียง 4% เท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้สูงถึง 20%

ส่วนปีนี้เมื่อช่วงต้นปีบริษัทฯก็ยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายไว้ อยู่ที่ 20% เช่นกัน แต่เนื่องจากอาจจะยังมีความวุ่นวายต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้ ทำให้บริษัทฯเองต้องปรับลดเป้าเติบโตลงเหลือ 10% เท่านั้น โดยคาดว่าจะมียอดขายรองเท้ารวม 14,300 คู่ เพิ่มจากปีที่ล้วที่ขายได้ 13,000 คู่

อย่างไรก็ตามบริษัทฯแม่ที่อังกฤษโดยสำนักงานภาคพื้นที่สิงคโปร์ยังมีความ เชื่อมั่นในตลาดเมืองไทยว่ายังมีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอีกมาก ซึ่งล่าสุดไดเสนอให้บริษัทฯลงทุนเปิดแฟลกชิบสโตร์ในไทยด้วยอย่างน้อย 1 แห่ง ซึ่งขณะนี้ในเอเซียได้เปิดไปบ้างแล้วที่ สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนที่ไทยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะเห็นได้ 1 สาขาที่เป็นแฟลกชิบสโตร์ คาดลงทุน 5-6 ล้านบาท พื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตรขึ้นไป เล็งทำเลย่านเซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากนั้นมีการขยายจุดจำหน่ายที่เป็นเคาน์เตอร์เพิ่มขึ้นอีก 2 ที่แล้วคือ กาดสวนแก้วและโรบินสันรังสิต จากปัจจุบันมีเคาน์เตอร์จำหน่าย 14 แห่ง กระจายอยู่ในห้างกลุ่มเซ็นทรัล โรบินสัน และเดอะมอลล์

ขณะเดียวกันปีนี้จะขยายตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและวัยรุ่นมากขึ้น จากเดิมรองเท้าดร.มาร์ตินส์จับกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไปเป็นหลัก เน้นการใช้กลยุทธ์มิวสิค การจัดประกวดแข่งขันต่างๆ เป็นต้น และจะมีการออกคอลเลคชั่นใหญ่ๆ 2 ครั้งคือ ซัมเมอร์สปริงและออทัมวินเตอร์ แต่ก็จะมีการนำข้าสินค้าใหม่เข้ามาทุกเเดือนๆละ 4-5 รุ่น แล้วแต่กรณี รวมทั้งปีจะมีสินค้าใหม่นำเข้าจากการสั่งออร์เดอร์ไปที่อังกฤษโดยตรงมากกว่า 60 เอสเคยู โดยใช้งบการตลาดปีนี้ 15% จากยอดขาย เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ใช้ 10%

ทั้งนื้ปีนี้ดร.มาร์ตินส์จะมีการร่วมมือกับแบรนด์ซานริโอในระดับโลกเพื่อทำ ตลาดและกิจกรรมร่วมกันและแคมเปญร่วมกัน ในโอกาสที่ทั้งคู่ฉลองครอบรอบ 50 ปีเหมือนกัน เช่นจะมีรองเท้าดร.มาร์ตินส์รุ่นพิเศษซานริโอ เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทฯถือเป้นผู้นำในตลาดรองเท้าบู๊ทในไทย มีแชร์มากกว่า 50% จากตลาดรวมประเภทบราวน์ชูส์อินเตอร์แบรนด์ประมาณ 700 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนรายได้ของบริษัทฯขณะนี้แบ่งเป็น รองเท้าบู๊ทส์ 30% รองเท้าแคชวล 40% และรองเท้าสมาร์ทเวอร์คกิ้ง 30% จากเดิมที่สัดส่วนแบ่งเป็น รองเท้าบู๊ทส์ 25% รองเท้าแคชวล 50% และรองเท้าสมาร์ทเวิร์คกิ้ง 25%

ล่าสุดในโอกาสที่รองเท้าดร.มาร์ตินส์ ครบรอบ 50 ปี ทั่วโลก สำหรับในไทยนั้น นางสุดา กล่าวว่า ในไทยจะจัดคอนเซ็ปท์เดียวกันทั่วโลก คือ “Love My DOCS” นำเอาของพรีเมียมที่เป็นคอลเลคชั่นพิเศษ มาสมนาคุณให้กับผู้ซื้อรองเท้าดร.มาร์ตินส์ ทุกรุ่นทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม-30 เมษายนศกนี้ เช่น ซื้อ 1 คู่ ได้แก้ว 1 ใบ มูลค่า 460 บาท หรือซื้อ 2 คู่พร้อมกันแลกรับแฟลชไดร์ฟ 1 กิ๊ก 1 อัน มูลค่า 1,460 บาท (จำกัด 50 คนแรก) และพิเศษซื้อรุ่น 1460 รับเพิ่มที่ห้อยมือถือรูปรองเท้าดร.มาร์ตินส์ 1 ชิ้น มูลค่า 230 บาท

ทั้งนี้รุ่น 1460 ทำขึ้นมาพียง 1460 คู่เท่านั้นทั่วโลก ที่ผลิตในอังกฤษ มี 2 สี คือ แบล็คเพบเบิล และเชอร์รี่เรดเพบเบิล ซึ่งประเทศไทยได้มาจำหน่ายรวม 16 คู่ คือ สีละ 8 คู่เท่านั้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us