Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2529
โมบิร่าเตรียมอัดอีริคสันเมื่อปูนใหญ่ต้องการส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ 30 เปอร์เซ็นต์             
 


   
search resources

อีริคสัน (ประเทศไทย), บจก.
Mobile Phone




คงจะยังจำกันได้ว่าเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2529 นั้นพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ในฐานะประธานกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ได้ให้เกียรติทำพิธีเปิดการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัลท่ามกลางแขกเหรือมากหน้าหลายตาในวันนั้น ในช่วงเดียวกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจหลายฉบับก็ได้ปรากฏภาพโฆษณาโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมบิร่าซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง (ไอซีซี) พร้อม ๆ กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของอีริคสัน

ช่วงนั้นอีริคสันเป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก ทศท. ให้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าตลาดได้

ส่วนโมบิร่ายังไม่ได้รับอนุญาตเป็นเพียงการโฆษณาชิมลางก่อนพราง ๆ เท่านั้น

การโฆษณาประกบกันบนหน้าหนังสือพิมพ์เช่นนี้เรือโทสุปรีดิ์ ศรีผดุง ผู้จัดการทั่วไปบริษัทอีริคสัน เทเลโฟน คอร์ปอเรชั่น ฟาร์อีสต์ ได้กล่าววิจารณ์ว่า อีริคสันได้รับอนุญาตให้ขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เพียงบริษัทเดียว บริษัทอื่นไม่มีสิทธิขาย เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจาก ทศท. ถ้าหากมีการนำเครื่องเข้ามาต้องถือว่าผิดกฎหมายสามารถแจ้งจับได้ทันที

"ซึ่งมันก็ไม่ใช่สิทธิพิเศษอะไร เพียงแต่อีริคสันเป็นผู้ซัพพลายสถานีให้ ทศท. ทาง ทศท. ก็เลยให้อีริคสันเป็นผู้ขายรายเดียวไปก่อนที่การตรวจรับมอบสถานีจะเป็นที่เรียบร้อยและเมื่อรับมอบเรียบร้อยแล้ว ทศท." ก็จะประกาศสเป็คโทรศัพท์เคลื่อนที่ ใครมีสเป็คตรงก็สามารถเข้ามาขายได้" สันติพันธ์ จาติกวณิช ผู้จัดการฝ่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของอีริคสันช่วยเสริมให้กระจ่างขึ้น

ก็ว่ากันว่าสำหรับใครที่จะนำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ามาขายแข่งกับอีริคสัน ก็อาจจะต้องรอไปจนถึงต้นปีหน้าภายหลังการรับมอบสถานีแม่ข่ายและระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างอีริคสันกับ ทศท. เสร็จสิ้นแล้วโมบิร่านั้นแม้จะไม่ใช่รายเดียวที่หวังจะเข้าตลาด ประกบกับอีริคสัน แต่โมบิร่าก็ดูเหมือนจะเจ็บกว่าใคร ๆ เนื่องจากการที่ได้ประกาศตัวไปแล้ว เรื่องของเรื่องจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินกันต่อ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม2529 นี้ ไออีซี ตัวแทนจำหน่ายโมบิร่า ซึ่งเป็นกิจการในเครือปูนซีเมนท์ไทย ก็เลยจัดแถลงข่าวขึ้นที่โรงแรมมณเฑียร มีผู้บริหารระดับสูง 3 คน คือ พิษณุ จงสถิตย์วัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ สุพจน์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการฝ่ายออฟฟิศออโตเมชั่นและพงษ์กิจ สุทธพงศ์ ผู้จัดการส่วนโมบิร่าเป็นผู้ชี้แจง แถลงไขต่อหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมาก

พิษณุ บอกว่าการตัดสินใจนำโมบิร่าเข้ามานั้นก็เพราะไออีซีเป็นกิจการในแขนงที่เกี่ยวข้องกับเครื่องวิศวกรรมไฟฟ้าอยู่แล้ว "แต่นี่เพียงเราทำพรีมาร์เก็ตติ้งก็ถูกกล่าวหาว่า สวมรอยโฆษณาบ้าง ไม่สิทธิขายบ้างซึ่งความจริงเราเพียงโฆษณาเหมือนกับฉายหนังตัวอย่าง ซึ่งคู่แข่งไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะมาว่าเรา เพราะเขาไม่ใช่ผู้อนุญาตเราและเราก็ทำตามหลักการค้าเสรีทำถูกต้องกฎหมายทุกอย่าง" พิษณุโยงเข้าประเด็นเป็นการตอบโต้คู่แข่งบ้างและเขาเน้นว่า "เราแค่ตั้งท้อง ก็ถูกคู่ต่อสู้พยายามทำให้แท้ง แต่รับรองสินค้าตัวนี้ได้เกิดแน่..."

ส่วนสุพจน์ กริชพิพรรธกล่าวเสริมว่าทางไออีซีหวังอย่างยิ่งที่สเป็คโทรศัพท์เคลื่อนที่จะออกมาในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีในแง่ของการแข่งขันเสรีและเขาได้คาดหมายด้วยว่าในปีหน้าจะมีบริษัทต่างๆ นำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าตลาดไม่ต่ำกว่า 10 ราย โดยที่โมบิร่าเองตั้งเป้าที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30%

"ตอนนี้มาร์เก็ตแชร์ทั่วโลกในปี 1985 โมบิร่าครองตลาดด้วยสัดส่วน 25.7% อีริคสันตามมาด้วยสัดส่วน 16.9 ฟิลิปส์ 10.7 พานาโซนิคส์ 8.9 สเตอร์โน 7.1 แดนคอล 6.5 มิตซูบิชิ 6.1 เอ็นอีซี 6 ซีเมนส์ 5.6 โมโตโลร่า 4.1..." สุพจน์แจกแจงเพื่อแสดงความเหนือชั้นของโมบิร่าและเขาเชื่อว่าเกือบทุกยี่ห้อที่กล่าวชื่อนี้คงจะเข้ามาแข่งขันกันในตลาดบ้านเราอย่างแน่นอนที่สุด

สำหรับไออีซีขณะนี้ก็ได้มีลูกค้าสั่งจองโมบิร่าเข้ามาแล้วราวๆ 100 ราย โดยที่แต่ละรายต้องวางเงินมัดจำ 10,000 บาท ไออีซีได้ทำเรื่องขออนุญาตนำเข้าและจำหน่ายโมบิร่าไปยังทศท.เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอประกาศสเป็คเท่านั้น

"ความต้องการของตลาดตอนนี้ก็น่าจะมีอยู่ประมาณ 10,000 เครื่อง มูลค่าราวๆ 1,000 ล้านบาท" สุพจน์ พูดถึงขนาดของตลาดให้ฟัง

"ตอนนี้เราก็มีความพร้อมมาก สามารถติดตั้งได้ทันที 8-10 เครื่องต่อวันซึ่งคนของเราล้วนถูกส่งไปฝึกที่ฟินแลนด์นอกจากนี้เราก็จะมีศูนย์บริการขึ้นที่บางนาให้ด้วย" พงศ์กิจแถลงบ้าง

ก็น่าจะสรุปได้ว่าการแถลงข่าวของไออีซีนี้เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนและอย่างเป็นทางการว่าโมบิร่านั้นไม่ถอยแน่ๆ สำหรับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่

ทางด้านองค์การโทรศัพท์ฯ พลตรีประทีป ชัยปาณี รักษาการผู้อำนวยการได้เคยให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ในด้านการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ทศท. มีนโยบายจะเปิดให้มีการแข่งขันเสรี จะไม่ให้สิทธิใครผูกขาดทั้งสิ้น เพียงแต่ทุกเครื่องที่ขายจะต้องผ่านการตรวจสอบสเป็คจากทศท.ก่อน

"คาดว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันในตลาดประมาณ 11 ราย ซึ่งก็มี 2 รายแล้วที่ยื่นเรื่องขออนุญาตจากทศท.คือรายบริษัทไออีซีผู้แทนจำหน่ายโมบิร่า กับรายบริษัทเจ๊บเซ่นแอนด์เจนเซ่น ตัวแทนจำหน่ายเครื่องยี่ห้อแดนคอล" พลตรีประทีปเปิดเผย

แหล่งข่าวใน ทศท.บอกกับ "ผู้จัดการ" ว่า จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารของอีริคสันไปในทำนองอีริคสันเป็นผู้ผูกขาดตลาดเพียงรายเดียวนั้น ก็ได้เกิดการต่อว่าต่อขานจากผู้ใหญ่บางคนขึ้นในทำนองว่าไม่น่าจะพูดเช่นนั้น

"อย่างเช่นคุณดำรงชัย วิจารณ์ภัยกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของทศท.ก็ได้ต่อว่าไปที่เรือโทสุปรีดิ์ ผู้จัดการทั่วไปของอีริคสัน ซึ่งเรือโทสุปรีดิ์ก็ออกมาแก้ข่าวว่า ไม่ได้พูดว่าอีริคสันผูกขาด เพียงแต่อีริคสันได้รับอนุญาตให้ขายได้เพียงรายเดียวในช่วงที่กำลังตั้งสถานี" แหล่งข่าวเล่าให้ฟัง

"ซึ่งที่ทศท.เลือกอีริคสันติดตั้งสถานีแม่ข่าย ก็เพราะระบบของเราไม่ผูกขาด เป็นระบบที่คนอื่นเข้ามาใช้ร่วมได้" ข้างฝ่ายเรือโทสุปรีดิ์ก็ได้ยืนยันด้วยอีกทาง

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนั้น ได้มีมติโดยคณะกรรมการเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2529 ให้บริษัทอีริสัน เทเลโฟนฯ เป็นผู้ได้รับสิทธิในการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงรายเดียว จนกว่าองค์การโทรศัพท์จะตรวจรับสถานีแม่ข่ายที่อีริคสันเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ครบทั้ง 14 สถานีแล้ว หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้บริษัทรายอื่นนำเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อขายได้โดยผ่านการตรวจสอบสเป็คตามมาตรฐานที่ทศท.เป็นผู้กำหนด

ผู้จัดการทั่วไปของอีริคสันได้บอกกับ "ผู้จัดการ" เมื่อไม่นานมานี้ อีริคสันเพิ่งจะดำเนินการติดตั้งแม่ข่ายเสร็จไปแล้วเพียง 3 สถานี ได้แก่ลาดพร้าว กรุงเกษมและพระโขนง คาดว่ากว่าจะติดตั้งได้ครบทั้ง 14 สถานีคงเป็นต้นปี 2530

"ถ้าเป็นไปตามแผนพัฒนาขององค์การโทรศัพท์สถานีที่ 14 ก็จะเสร็จในเดือนเมษายน 2530" แหล่งข่าวในทศท.เปิดเผยให้ฟังอีกทางหนึ่ง

สำหรับอีริคสันนั้น ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้เดือนละ 1,000 เครื่อง ซึ่งหากสามารถขายได้ตามเป้าเมื่อถึงเดือนเมษายน 2530 ซึ่งเป็นเวลาที่ชุมสายทั้ง 14 แห่งเสร็จ ทางอีริคสันก็คงจะติดตั้งระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับลูกค้าไปแล้วราวๆ 9,000 เครื่องหรือ 9,000 เลขหมาย จากจำนวนเลขหมายตามแผนพัฒนาขององค์การโทรศัพท์ทั้งหมด 10,075 เลขหมาย

ถ้าตอนนั้นการแข่งขันอย่างเสรีเริ่มขึ้น

สิ่งที่ผู้แข่งขันทุกคนจะได้ก็คือส่วนแบ่งเพียง 10% ที่เหลือเท่านั้น

ถึงตอนนั้นอีริคสันก็คงสบายไปแล้ว

สำหรับโมบิร่าและคู่แข่งรายอื่นของอีริคสันที่จะยอมกันไม่ได้ก็เห็นจะอยู่ตรงนี้

ทุกคนต้องการเข้าตลาดเร็วที่สุด

และทุกคนก็ล้วนฝากความหวังไว้กับการตัดสินใจขององค์การโทรศัพท์

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us