Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2530








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2530
มิตซุยคอนเน็คชั่น             
 

   
related stories

สงครามครั้งสุดท้ายของ สว่าง เลาหทัย?

   
search resources

International
มิตซุย คอร์ปอเรชั่น




มิตซุยเคยเข้ามาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี 2463 ในฐานะบริษัทการค้าระหว่างประเทศ (TRADING COMPANY) นำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมหลายชนิดเข้ามาขายในประเทศไทย ทั้งยังส่งออกข้าวไทยไปยังต่างประเทศรายใหญ่อีกด้วย ในช่วงปี 2473-2483 การค้าส่วนนี้ขยายตัวจนจัดเป็นหนึ่งในห้าของผู้ส่งออกข้าวไทย

เมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง มิตซุยก็จำต้องถอยทัพออกจากประเทศไทยด้วย

มิตซุยกลับมาอีกครั้งเมื่อปี 2501 มาพร้อมกับเพื่อนพ้อง อาทิ โตโยเมนก้า ซีอีโต้ มิตซูบิชิ ซูมิโตโม่ และโนมูระเทรดดิ้ง อันเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศ โดยการเชื้อเชิญต่างชาติเข้าร่วมทุน

บริษัทมิตซุย (ประเทศไทย) เข้ามาตั้งสาขาในประเทศไทยเพื่อดำเนินธุรกิจสนับสนุนการลงทุนในประเทศนี้ ทำหน้าที่ด้านการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากญี่ปุ่น เก็บข้อมูลการลงทุนจึงไม่น่าแปลกใจในระยะแรกกิจการของมิตซุยเน้นหนักด้านการลงทุนและสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมโลหะ และสิ่งทอ

เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย มิตซุยจึงได้ตั้งบริษัทมิตรสยามอินเตอร์เนชั่นแนลขึ้นดำเนินกิจการนายหน้า (BROKER) เมื่อปี 2511 โดยมิตซุยเข้าถือหุ้น 49%

ปัจจุบันมิตซุยได้เข้าไปลงทุน หรือ "ร่วมทุน" (JIONT VENTURE) ในกิจการต่างๆ เกือบๆ 30 กิจการ (โปรดพิจารณาแผนภูมิประกอบ) ในอุตสาหกรรมโลหะ รถยนต์ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนธุรกิจที่อยู่อาศัย (REAL ESTATE)

กลุ่มทุนไทยที่สำคัญที่มิตซุยเข้าไปเกี่ยวข้อง อาทิ ชำนิ วิศวผลบุญ คนไทยเชื้อสายจีน เกิดในไต้หวัน แต่กลับมาเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ เขาเป็นประธานกรรมการบริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย และบริษัทสังกะสีไทยที่มิตซุยร่วมทุนด้วย

จาก ชำนิ วิศวผลบุญ ย่อมจะนำไปเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับธนาคารแหลมทองและตระกูลบุญสูงด้วย

ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ มิตซุยได้ร่วมทุนอย่างน้อย 2 บริษัท (สยามเรชินฯ และสยามเท็กซ์ไทล์ฯ) กับกลุ่มของ สุกรี โพธิรัตนังกูร เจ้าพ่อของวงการสิ่งทอไทยคนหนึ่งซึ่งในปัจจุบันกำลังมาแรงพอโชคช่วยตลาดสิ่งทอกำลังขยายตัว ทั้งๆ ที่ 2-3 ปีที่ผ่านมาย่ำแย่เหลือกำลัง

สุกรี หรือกลุ่มทีบีเอส. เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยส่วนตัวของสุกรีแล้วเป็นคนเก็บตัวมากๆ คนหนึ่ง ชำนิว่าเก็บตัวก็ยังไม่เท่าสุกรี

เอื้อชูเกียรติ และศรีเฟื้องฟุ้ง เป็นกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศไทยกลุ่มใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง ที่มิตซุยจงใจเลือกเป็นหุ้นส่วน ศรีเฟื้องฟุ้ง ดำเนินธุรกิจกระจก (แทบจะผูกขาด) ผลิตภัณฑ์พลาสติกพีวีซีรายใหญ่ที่สุดของไทย ในขณะเดียวกันเอื้อชูเกียรตินอกจากจะเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งในอุตสาหกรรมเหล่านั้นแล้ว ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารอย่างเด็ดขาดในธนาคารระดับปลายแถว-ธนาคารเอเชียซึ่งเพิ่งสร้างอาคารสำนักงานใหญ่เก๋เอาการเป็นรูปหุ่นยนต์ ริมถนนสาธร

มิตซุย เอื้อชูเกียรติ ศรีเฟื้องฟุ้ง ร่วมทุนในบริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์จำกัด อันเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนฯ ที่มีกำไรค่อนข้างงามกิจการหนึ่ง

กิจการที่เหลือส่วนหนึ่งเป็นการร่วมทุนกับญี่ปุ่นด้วยกันเอง อาทิ กลุ่มฮีโน่ เป็นต้น

กลุ่มคนไทยบางรายที่มิตซุยเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างพอสมควร ได้แก่ ตระกูลเกตุรายนาค ร่วมทุนสร้างอาคารบุญมิตร ริมถนนสีลม เป็นสำนักงานใหญ่ให้เช่า ซึ่งปรากฏว่าบริษัทเชื้อสายญี่ปุ่นสิงสถิตกันแน่นเอียด ฉัตรชัย บุญรัตน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมอาหารไทย ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในการต่อสู้กับการกีดกันสินค้าประเภทนี้กับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะทูน่ากระป๋อง ทั้งๆ ที่กิจการของตนผลิตผลไม้กระป๋องโดยมีมิตซุยถือหุ้นเล็กน้อย

อุตสาหกรรมน้ำตาล เป็นอีกแขนงหนึ่งที่มีเพียงมิตซุยเท่านั้น อันเป็นนักลงทุนต่างชาติเข้าไปมีบทบาทอย่างมาก โดยเข้าถือหุ้นและมีบทบาทบริหารอย่างเด็ดขาดในบริษัทโรงงานน้ำตาลกุมภวาปี ที่จังหวัดอุดรธานี และโรงงานน้ำตาลบางโรงของกลุ่มบ้านโป่ง

รายสุดท้ายก็คือ สว่าง เลาหทัย ผู้มีลีลาชีวิต และธุรกิจคล้ายๆ กับ สุกรี โพธิรัตนังกูร นับเป็นก้าวแรกที่มิตซุยอันเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่กระโจนลงสู่ธุรกิจค้าพืชไร่ อันเป็นรากฐานของสังคมธุรกิจไทยอย่างเต็มตัว หรือหากจะมองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 70 ปีก่อน จะต้องถือได้ว่า มิตซุยกำลังหวนกลับไปมีบทบาทดุจยุคเริ่มแรกที่มิตซุยเข้ามาประเทศไทย

เพียงแต่คราวนี้ มิตซุย "จับ" ใหญ่มาก แทรกเข้าสู่ธุรกิจค้าผลิตภัณฑ์สำปะหลัง (ที่มากด้วยการเมือง) ร่วมกับเจ้าของกิจการประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุด โดยมิตซุยมีบทบาทครอบงำอย่างเด่นชัด!!!!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us