|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

การสร้าง CNN ของเท็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องหาเงินทุนด้วยการขายกิจการอื่นที่มีอยู่ในมือ เนื่องจากธนาคารไม่ให้สินเชื่อกับเขา เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงสูง กระนั้นเท็ดสามารถรวบรวมเงินได้ประมาณ 30 ล้านเหรียญ ซึ่งนั่นเป็นเพียงเงินทุนเฉพาะปีแรกเท่านั้น เท็ดใช้ยุทธวิธีรุกแบบไม่ให้ข้าศึกรู้ตัว เขายกตัวอย่างเมื่อครั้งนายพล Irwin Rommel นำกองทัพเยอรมันจู่โจมกองทัพอังกฤษแบบไม่ให้ตั้งตัว ทั้งๆ ที่เชื้อเพลิงของฝ่ายตนกำลังจะหมด แต่ในที่สุดก็ยึดคลังน้ำมันของฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ การเปิดตัว CNN ของเขาก็เช่นกัน เขาต้องทำทุกวิถีทางให้ CNN เริ่มต้นให้ได้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร เขาคิดว่าอย่างเลวร้ายที่สุดเขาก็ขายต่อให้คู่แข่ง
อุปสรรคของการเริ่มต้น CNN ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เงินทุน หากเท็ดและทีมงานยังต้องต่อสู้กับการ เมืองของดาวเทียมอีก แรกเริ่มเทอร์เนอร์บรอดแคสติ้งจะได้พื้นที่ส่งสัญญาณในดาวเทียม SATCOM III แต่ปรากฏว่า SATCOM III ที่ส่งขึ้นไปหลุดหายไปจากวงโคจร ทำให้เทอร์เนอร์บรอดแคสติ้งต้องฟ้องเพื่อให้ได้ใช้สัญญาณจากดาวเทียม SATCOM I แทน นอกจากนั้น การสรรหาบุคลากรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากการเป็นสถานีใหม่และบริหารโดยกลุ่มที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำข่าว นโยบายการว่าจ้างของ CNN จึงต้องต่างจากสถานีโทรทัศน์อื่น เพื่อดึงดูดบุคลากร เช่น เปิดกว้างรับคู่สมรสเข้าทำงานร่วมกัน ในที่สุด CNN ได้บุคลากรที่กล้ายอมเสี่ยงกับงานใหม่ที่ท้าทายไม่เหมือน ที่ใดมาก่อน
เท็ดชอบเปรียบเทียบกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจกับ การเล่นหมากรุก ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังคิดที่จะเดินก้าวต่อไป แต่สำหรับเท็ดเขาคิดล่วงหน้าไป 10 ก้าวแล้ว ทำให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่เสมอในเกมธุรกิจ นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่า เหตุผลหนึ่งที่เขาประสบความสำเร็จคือ การที่เขาแข่งขันกับคู่แข่งที่ใหญ่กว่าและแข็งแกร่งกว่า แต่ด้อยซึ่งความรับผิดชอบและความต้องการที่มุ่งมั่นเช่นเขา
ในที่สุด ความฝันของเท็ดในการสร้างสถานีข่าว 24 ชั่วโมงกลายเป็นจริง CNN หรือ The Cable News Network ออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 มิถุนายน 1980 หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิดสถานีอย่างเป็นทางการ เท็ดไม่รอช้าเขามุ่งหน้าสู่ Newport เพื่อเข้าร่วมแข่งขัน เรือใบชิงถ้วยรางวัลอเมริกาคัพทันที แต่การแข่งขันครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น คู่แข่งของเขาคือทีมเรือ "Freedom" ที่นำโดย Dennis Conner อดีตผู้ร่วมทีมเดียวกับเท็ดได้ออกมาสร้างทีมและเรือลำใหม่ที่ทันสมัยและแข็งแกร่งกว่าและได้ศึกษาจุดอ่อนของ "Courageous" เป็นอย่างดี เท็ดทราบดีว่า การแข่งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป การแข่งเรือที่เคยสนุกสนานผ่อนคลายกลายการเป็นเรื่องของมืออาชีพ ต้องมีการฝึกซ้อมเต็มเวลา ไม่ใช่งานอดิเรกสำหรับมือสมัครเล่นอีกต่อไป
สำหรับเท็ดแล้ว นอกจากการแข่งเรือเขายังต้องติดต่อบริหารธุรกิจที่แอตแลนตาควบคู่ไปด้วย ที่สำคัญเขาต้องพยายามหาเวลาให้กับครอบครัว ซึ่งการทำ 3 สิ่ง ดังกล่าวในเวลาเดียวกันสร้างวิกฤติทางอารมณ์ให้แก่เขาไม่น้อย เท็ดจึงตัดสินใจตัดบางสิ่งบางอย่างออก สิ่งนั้นก็คือการแข่งเรือ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมช่วงเวลาแห่ง โลกส่วนตัวของเขา ดังนั้นการแข่งขันในศึกชิง America Cup ในปี 1980 จึงเป็นการแข่งครั้งสุดท้ายของเท็ด
จากนั้น CNN กลายเป็นเสมือนภูเขาลูกใหม่ให้ เท็ดได้ปีนไปสู่ยอด เขามีความเชื่อมั่นว่า CNN จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก แต่การเป็นสถานีใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้เป็นที่ยอมรับของเจ้าถิ่นอย่างค่าย ABC NBC และ CBS ค่ายเล็กๆ น้องใหม่อย่าง CNN จึงถูกกีดกันไม่ให้ไปทำข่าวในทำเนียบขาว อีกทั้งยังไม่ได้รับการร่วมมือในการแบ่งปันข่าวจากค่ายใหญ่อีกด้วย เมื่อ CNN ถูกปิดทางในการนำเสนอข่าวการเมือง เท็ดไม่มีทางเลือกจึงต้องฟ้องร้องเพื่อความยุติธรรม แม้จะทราบดีว่า ไม่มีทางชนะ แต่เขาก็เดินหน้าฟ้องค่ายยักษ์รวมไปถึงประธานาธิบดีโรนัล รีแกนและทีมงานทำเนียบขาวที่เกี่ยว ข้องทั้งหมดที่ดำรงตำแหน่งในสมัยนั้น เมื่อข่าวนี้ออกสู่สาธารณะ ผลลัพธ์คือ CNN ได้เข้าทำข่าวจากทำเนียบขาว เท่าเทียมค่ายอื่น การแข่งขันในเกมใหม่ของเท็ดได้เริ่มต้นแล้ว
ในปี 1979 ก่อน CNN ออกอากาศ เท็ดซื้อฟาร์มขนาด 4,200 เอเคอร์ ที่เซาท์แคโรไลนา มีชื่อว่า "Hope Plantation" และที่ดินผืนนี้กลายเป็นที่ที่เขาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ ทำสมองให้โล่ง เพื่อคิดแผนกลยุทธ์ในการจัดการกับคู่แข่งต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแผนยุทธวิธีทางการทหาร ที่เขาคุ้นเคย เขาทราบดีว่าเขามีเวลาไม่นานในการสู้รบกับ ฝ่ายตรงข้ามที่มีพลังและยุทโธปกรณ์ที่แข็งแกร่งและเพียบพร้อมกว่า ดังนั้นเขาจะต้องดำเนินการจู่โจมเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันหัวหาด ในที่นี้คือ CNN นั้นเอง
ต่อมาในปี 1981 เท็ดตัดสินใจเริ่ม CNN2 ซึ่งเป็นสถานีข่าวที่มีการเสนอหัวข้อข่าวทุกๆ 30 นาที เพื่อตัดหน้า SNC ซึ่งเป็นสถานีใหม่ของ ABC ร่วมมือกับ Westinghouse ที่วางแผนจะออกอากาศในปี 1982 ส่งผลให้ ABC ขอเจรจา โดย CNN ต้องจ่ายค่าเสียเวลาจำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อยกเลิก SNC และไม่มีสถานีข่าว 24 ชั่วโมงเป็นคู่แข่งอย่างน้อย 13 ปี ซึ่งต่อมา CNN2 เปลี่ยนชื่อเป็น "Headline News" ที่ใช้อยู่ถึงทุก วันนี้ เท็ดถือว่าชัยชนะในครั้งนั้นเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าการชนะ อเมริกาคัพ การออกอากาศ Superstation หรือการออกอากาศ CNN เสียอีก
การทำธุรกิจข่าวเป็นการเปิดโลกให้แก่เท็ด จากการที่ถูกสอนให้อยู่ในกรอบความคิดแบบอนุรักษนิยมมาตลอด แต่หลังจากที่เท็ดมี CNN ทำให้เขาอยาก มีส่วนร่วมในโลก ในวัฒนธรรม ในสิ่งแวดล้อม และกรอบความคิด อื่นที่แตกต่าง หลังจาก CNN ออกอากาศประมาณปีครึ่ง เท็ดได้รับข้อมูลว่าฟิเดล คาสโตร ผู้นำแห่งประเทศ คิวบาเป็นแฟน CNN และต้องการพบเขาเป็นการส่วนตัว เท็ดเดินทางเข้าพบผู้นำคิวบาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1982 หลังจากกลับมาจากการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตครั้งนั้น ทำให้เขาอยากเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมและการเมืองของชาติอื่นๆ ให้มากขึ้น เขาจึงใช้ CNN เป็นตัวเชื่อมโลก เชื่อมวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วยการริเริ่ม CNN International ซึ่งทำให้ CNN ไม่ได้เป็นแค่สถานีข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรก แต่ยังเป็นสถานีข่าวนานาชาติแห่งแรกอีกด้วย
นอกจากนั้น เท็ดเริ่มพัฒนาความคิดความสนใจ สู่เรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เขามีโอกาสได้ร่วมงานกับ Jacques Cousteau ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาสตร์และ Jean-Michel Cousteau บุตรชายที่ผลิตรายการสารคดี สิ่งแวดล้อมให้แก่สถานี Superstation เท็ดเชื่อว่ารายการ สารคดีที่เป็นประโยชน์จะช่วยเปิดโลกทัศน์ชาวอเมริกันให้หันมาสนใจเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ในปี 1985 เท็ดประกาศเปิดตัวมูลนิธิ The Better World Society โดยมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากทั่วโลก อย่างไรก็ดี การหารายได้เพื่อองค์กรการกุศลไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคนั้น มูลนิธิ The Better World Society จึงต้องปิดตัวลงหลังจากดำเนินการได้เพียง 6 ปี เท็ดจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ต้องปิดตัวมูลนิธิดังกล่าว เขาคิดไว้ว่าวันหนึ่งหากเขาสร้างมูลนิธิขึ้นมาอีก จะเป็นวันที่เขามีเงินมากเพียงพอโดยไม่ต้องไปขอบริจาคจากใคร
จากการได้พบปะผู้คนในระดับเวทีโลก เท็ดเลิกมองคนเหล่านั้นว่าเป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา แต่เปลี่ยนเป็นการมองในฐานะของประชากรร่วมโลกใบเดียวกันนี้ เขาถึงขั้นห้ามใช้คำว่า "foreigners" แต่ให้ใช้คำว่า "international" แทน ในการออกอากาศและในองค์กรเทอร์เนอร์บรอดแคสติ้ง ซึ่งถือเป็นนโยบายใน การเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของบุคลากรของเขาทางหนึ่ง แม้กระทั่งตัวเขาเอง จากเดิมเขามีผู้นำทางการทหารหลายคนเป็นต้นแบบมาตลอด โดยอนุมานยุทธวิธีทางการทหารมาใช้ในการสร้างกลยุทธ์ความสำเร็จให้แก่ธุรกิจของเขา เขาได้เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้พบกับเพื่อนร่วมโลกจากนานาประเทศ เขาเริ่มสนใจแนวคิดของนักสันติภาพของโลกอย่าง มหาตมะคานธี หรือมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เป็นต้น
จนกลายเป็นที่มาของการคิดให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
|
|
 |
|
|