“อันที่จริงผมเชิญมาทานข้าวเหนียวมะม่วงกัน แต่เห็นว่าพวกคุณจะเบิกค่าพาหนะไม่ได้เลยก็ถือว่าเป็น
Press Conference ซะแล้วกัน”
เกษม จาติกวณิช ผู้ว่าการคนเก่าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต พูดในวันแถลงข่าวการลาออกของตนก่อนเกษียณอายุและเปิดแนะนำตัวผู้ว่าการฯ คนใหม่
ว่ากันว่าการลาออกของอดีตผู้ว่าการฯ เกษมเป็นการตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วนเมื่อมีการประชุมกลางเดือนเม.ย.นี้ เพราะเกษมจะเกษียณอายุในเดือนกันยายนนี้ประกอบกับซุปเปอร์แมนของ
“ผู้จัดการ” ต้องไปรับตำแหน่งทั้งประธานและผู้จัดการทั่วไปของบริษัทไทยออยล์ตามคำขอร้องของรัฐบาล
ทำเอาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเกิดฉุกละหุกต้องรีบหาตัวคนมารับตำแหน่งแทน ซึ่งถ้าจะว่าตามโพยก็ต้องเป็น
ปฏิพัทธ์ อารยะศาสตร์ รองผู้ว่าการฝ่ายธุรการเพราะมีตำแหน่งอาวุโสและทำหน้าที่แทนเกษมตลอดมาในเวลาที่เกษมไม่อยู่
เรียกว่าพร้อมขึ้นเป็นผู้ว่าการฯ ได้ทันที และชาวการไฟฟ้าเองก็คิดเช่นนั้น
แต่แล้วโพยที่ออกมากลับพลิกล็อก น.ต.กำธน สินธวานนท์ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติได้เลื่อนขึ้นมาเป็นผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายการผลิตคนใหม่
และสาเหตุที่ได้รับเลือกคือตำแหน่งนี้เป็นที่รู้กันว่าผู้ที่จะได้รับเลือกมักจะเป็นนายช่างด้วยกันมากกว่า
ประการต่อมาคืออายุการทำงานของกำธนมีมากกว่าปฏิพันธ์ซึ่งจะเกษียณพร้อมกับเกษมส่วนกำธนจะสามารถสะสางงานได้อีกนาน
2 ปีแล้วจึงจะเกษียณ อีกประการคือในช่วงระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ แม้ว่ากำธนจะรู้งานไม่มากเท่ากับปฏิพัทธ์
แต่กำธนมีชื่อที่รู้จักกันข้างนอกแข็งพอสมควรที่จะสามารถออกไปเล่นข้างนอกได้
เพราะมันเป็นเรื่องการเมืองน่ะ รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าตำแหน่งนี้น่าพิสมัย
หอมหวานมากนักทางปฏิพัทธ์ก็รู้ในข้อนี้ดี แม้จะ hurt บ้างที่เป็นเหมือนการข้ามขั้นตอน
แต่เพื่อความเหมาะสมจากสถานการณ์อย่างที่เกิดขึ้นนี้ก็มีใจเป็นนักกีฬาพอ
ดีกว่าให้มีการเมืองเข้ามาแทรก บรรยากาศขนมจีนน้ำพริกและข้าวเหนียวมะม่วงในวันนั้นจึงทำความชื่นมื่นหัวใจแก่เกษมเป็นอย่างยิ่ง
แล้วจบท้ายด้วยการแจกหนังสือ “เพื่อชีวิตที่ดี” ของวศิน อินทสระ
เพื่อฉลองกับตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองนโยบายพัฒนาไฟฟ้า
ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแต่งตั้งขึ้นมาเป็นครั้งแรกเพื่อต่อสายสัมพันธ์ของเกษมและ
กฟผ.ไม่ให้ขาดสะบั้นลง และที่รู้กันคือเป็นที่ปรึกษาให้แก่คณะทำงานชุดใหม่นั่นเอง
นี่ก็คือเรื่องราวที่มาของการเลือกผู้บริหารคนใหม่ในแวดวงชาวไฟฟ้า