|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ปตท.สผ.เตรียมยื่นประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่อินโดนีเซียเพิ่ม 2-3 แปลง หลังผลศึกษาพบว่ามีศักยภาพสูงโดยจะร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมทะเลน้ำลึก คาดว่าได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ ประกาศทุ่มเงินลงทุนที่ออสเตรเลีย 2หมื่นล้านบาทใน 2ปีนี้ ยืนยันแหล่งมอนทารายังให้ผลตอบแทนที่ดีแม้จะเกิดไฟไหม้เมื่อปลายปีที่แล้ว
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)หรือปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมยื่นประมูลสัมปทานปิโตรเลียมทะเลน้ำลึกที่ประเทศอินโดนีเซียจำนวน 2-3 แปลง อาทิ แปลงภาคตะวันตกของเกาะสุราเวสี
หลังจากผลการศึกษาพบว่ามีศักยภาพปิโตรเลียมสูงและเป็นประเทศเป้าหมายที่ปตท.สผ.ให้ความสำคัญในการขยายการลงทุนในต่างประเทศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในกลางปี 2553
ก่อนหน้านี้บริษัทฯได้เข้าไปทำการศึกษาแปลงสัมปทานปิโตรเลียมให้อินโดนีเซีย โดยได้รับสิทธิที่จะยื่นประมูลสัมปทานแปลงปิโตรเลียมด้วย ทั้งนี้พบว่าเป็นแปลงปิโตรเลียมน้ำลึกมีศักยภาพสูง โดยบริษัทฯจะร่วมทุนกับพันธมิตรมที่มีความเชี่ยวชาญในการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในทะเลน้ำลึก
ก่อนหน้านี้บริษัทฯได้เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย คือ โครงการอินโดนีเซีย เบงการา-1 สัดส่วนการถือหุ้น 40% โครงการอินโดนีเซีย เซไม 2 สัดส่วนการถือหุ้น 33.33% โดยทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างการสำรวจปิโตรเลียม
ส่วนความคืบหน้าการลงนามสัญญาซื้อขายปิโตรเลียมโครงการM9 ที่สหภาพพม่าว่า ขณะนี้รัฐบาลพม่าอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่ออนุมัติการลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซฯกับปตท. หลังจากคณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติอนุมัติการลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซฯดังกล่าวแล้ว เมื่อลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซฯแหล่งM9 แล้วจะมีผลบังคับย้อนหลังเป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ทำให้ปตท.สผ.มีปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นจาก 940 ล้านบาร์เรล เป็น 1,080-1,090 ล้านบาร์เรล
ขณะนี้มีนักลงทุนต่างชาติหลายรายสนใจที่จะเข้ามาร่วมถือหุ้นในแหล่งM 9 ที่ปตท.สผ.ถือหุ้น 100% โดยบริษัทฯจะพิจารณาหลังจากมีการลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้โอมานสนใจที่จะเข้ามาถือหุ้นในแหล่งM9 สัดส่วน 5% แต่ล่าสุดได้ยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากเกิดความล่าช้าในการอนุมัติ
นายอนนต์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งมอนทาราหลังเกิดไฟไหม้แท่นหลุมผลิตเมื่อช่วงปลายปี 2552 ว่า ขณะนี้บริษัทฯยังไม่สามารถส่งวิศวกรเข้าไปสำรวจความเสียหายจากเหตุไฟไหม้แท่นหลุมผลิตที่แหล่งมอนทาราได้ เนื่องจากเกิดพายุไซโคลน แต่เบื้องต้นประเมินความเสียหายน่าจะจำกัดอยู่บนตัวแท่นฯเท่านั้น ดังนั้นบริษัทฯอาจจะสร้างตัวแท่นบนใหม่แทนการซ่อมแซม ทำให้แหล่งมอนทาราผลิตน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้ในกลางปี 2554 ล่าช้ากว่ากำหนดการณ์เดิมที่คาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ปลายปีที่แล้ว และปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้เท่าเดิมที่ 3.5 หมื่นบาร์เรล/วัน
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นทางบริษัทฯได้ทำประกันเอาไว้วงเงิน 270 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทฯเคลมประกันได้ประมาณ 266 ล้านเหรียญสหรัฐ ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุน้ำมันรั่วและไฟไหม้ได้ ทั้งนี้ บริษัทฯได้มีการตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายในเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่มอนทาราไปแล้ว 5พันล้านบาทในไตรมาส 3/2552 และบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเพลิงไหม้อีก5พันล้านบาทในงวดไตรมาส 4/2552 ขณะเดียวกันบริษัทประกันได้จ่ายค่าประกันมาแล้ว 40 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปลายปีนี้ บริษัทจึงบันทึกบัญชีเป็นรายได้แล้ว
ทั้งนี้ ปตท.สผ.ได้ตั้งงบลงทุนในออสเตรเลียประมาณ 2 หมื่นล้านบาทใน 2 ปีข้างหน้านี้ เพื่อใช้ลงทุนฟื้นโครงการพัฒนาแหล่งทอนทารา การซื้อหรือร่วมทุนโครงการปิโตรเลียมอื่นๆในพื้นที่ใกล้เคียง แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้ แหล่งมอนทาราก็ยังให้ผลตอบแทนที่คุ้มการลงทุนอยู่ ล่าสุดบริษัทได้เข้าไปร่วมทุนในสัมปทานปิโตรเลียมที่ออสเตรเลีย โดยได้ลงนามในสัญญา ซื้อขายสิทธิ กับบริษัท Woodside Energy Limited ในสัดส่วนการถือหุ้น 20% ในแปลงสำรวจ WA-378-P WA-396-P และ WA-397-P
สำหรับแผนการลงทุน 5ปีข้างหน้า (2553- 2557) บริษัทฯจะใช้เงินลงทุนรวม 429,096 ล้านบาท โดยปีนี้จะใช้เงินลงทุน 9.8 หมื่นล้านบาท จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ล่าสุดน้ำมันดิบอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยบริษัทประเมินราคาน้ำมันดิบปีนี้อยู่ที่ 72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯดีขึ้น
โดยปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายปิโตรเลียม 253,796 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% โดยใน 5ปีข้างหน้าบริษัทมองว่ายอดขายเติบโตเฉลี่ยปีละ5.6%
ด้านแหล่งเงินทุนเพื่อใช้สำหรับโครงการในอนาคต บริษัทฯมีการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุน 0.4-0.5 เท่า สามารถก่อนหนี้เพิ่มขึ้นได้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1:1เท่า จากภาวะตลาดการเงินที่ผันผวน ทำให้การกู้เงินดอลลาร์จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะออกหุ้นกู้หรือกู้เงินเท่าไร
|
|
 |
|
|