Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน18 มกราคม 2553
หุ้นไทย900จุด กูรูเชื่อมีโอกาส! แต่หวั่นกาารเมือง             
 


   
search resources

มนตรี ศรไพศาล
Stock Exchange




กูรูตลาดหุ้นไทยประเมินปีนี้ดัชนีมีโอกาสถึง 900 จุด แถมคาด3เดือนแรกมีลุ้นทะลุ800จุดได้ โดยเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้ามาลงทุน แต่ยังมีความเสี่ยงจากปัญหามาบตาพุด และการเมือง รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลัง พร้อมให้คะแนนเต็มตลาดหุ้นไทยแค่ 5 เต็ม 10 จากความไม่แน่นอนในสถานการณ์ต่างๆ

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนา “แนวโน้มหุ้นและยุทธศาตร์ลงทุนปี53” ว่า ตอนนี้การส่งออก การท่องเที่ยว และการอุปโภคบริโภคในประเทศดูดีขึ้นมาแล้ว ขาดเพียงการลงทุนภาคเอกชนที่น้อยอยู่ เพราะปัญหาเรื่องมาบตาพุด การเมือง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่ภาครัฐต้องเข้ามาเป็นผู้ลงทุนเอง เพื่อให้เกิดการจ้างงาน มีการใช้ทรัพยากร ซึ่งเชื่อว่างบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งจะเข้ามาช่วยจุดนี้ได้ในระดับหนึ่ง และเท่าที่ได้คุยกับผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ หลายรายเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะมีโอกาสในการเติบโตต่อปีอีกถึง 4-5 ปี

ทั้งนี้ประเมินว่าหุ้นไทยปีนี้จะปรับตัวขึ้นต่อไป แต่ไม่มากเหมือนปี52ที่ขึ้นมาเกือบเท่าตัว โดย ณ สิ้นปีดัชนีมีโอกาสอยู่ที่ 900 จุด และในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ดัชนีจะมีโอกาสทะลุ 800 จุดได้ แต่ไม่ใช่การปรับตัวไปแบบหวือหวา ทั้งนี้เพราะหลายประเทศในเอเชียยังมีศักยภาพ มีความมั่นคงสูง ทำให้เม็ดเงินจากต่างประเทศจะยังไหลเข้ามาในตลาดหุ้นอยู่ หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติขนเงินออกไปเมื่อปี2551 ถึง 1.6 แสนล้านบาท แต่สิ้นปี2552 มีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเพียงกว่า 3หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเองก็จะอยู่ในระดับต่ำไปพักใหญ่ ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย และคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ปีนี้จะอยู่ที่ 14% และมีอัตราปันผลเฉลี่ยที่ 4% จึงให้คะแนนตลาดหุ้นไทยปีนี้ ที่ 5.5 จากคะแนนเต็ม 10

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนว่า ภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นคาดจีดีพีปีนี้โต 3.5 -4% และดัชนีหุ้นปรับตัวดีขึ้นมาระดับหนึ่ง จากผลประกอบการของบจ.ที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือ ปัญหาเรื่องการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในครึ่งหลังของปีนี้ โดยจะเห็นได้จากประเทศขนาดเล็กหลายแห่งเริ่มมีปัญหาผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงปัญหาสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้ในครึ่งแรกของปีนี้น่าจะปลอดโปร่งได้ แต่ครึ่งปีหลังยังต้องมาประเมินอีกครั้ง เพราะจะเป็นผลสะท้อนถึงภาพรวมครึ่งแรกปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา จึงให้คะแนนตลาดหุ้นไทย 5 คะแนน

ด้าน นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. เอเชียพลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดหุ้นปีนี้น่าจะง่ายกว่าปีที่แล้วมาก จากภาพความชัดเจนของเศรษฐกิจที่สัญญาณการฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นน่าจะขึ้นลงได้ 15-20% จากการประมาณการว่า ผลประกอบการของบจ.ที่จะเติบโตขึ้น 11-12% ซึ่งถือว่าเป็นการประเมินที่ระมัดระวังแล้ว และให้คะแนนตลาดหุ้นที่ 5 คะแนน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us