"มิ่งขวัญ" โชว์ผลประกอบการ บริหาร อ.ส.ม.ท.ครบปี มั่นใจหลังปรับโฉม 3 เฟส ปี46
ทำรายได้ 1,800 ล้านบาท ฟันกำไร 800 ล้านบาท คุยรายการไพรม์ไทม์โฆษณาเพิ่ม 20-50%
เผยมีแผนปรับโฉมเฟส 4 ปีหน้า ล่าสุดดึงหนังแผ่นค่ายอาร์.เอส.-แกรมมี่ ลงรายการ
โมเดิร์นไนน์ เธียเตอร์ ถึงสิ้นปีนี้ หากบูมแย้มมีต่ออายุถึงปีหน้า
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)
เปิดเผยว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.อ.ส.ม.ท. ได้ 1 ปี ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
ได้ดำเนินการปรับปรุงตัวรายการทีวีช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ ทีวี ไป 3 ขั้นตอน คือ ในเดือน
พ.ย. 2545,เม.ย.2546 และก.ย.2546 ขณะนี้เริ่มเห็นผลชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงระดับหนึ่ง
โดยเฉพาะรายการช่วงเวลาไพรม์ไทม์ 19.00-21.00 น. ที่อ.ส.ม.ท. เป็นผู้ผลิตรายการเองเป็นส่วนใหญ่
ที่มีสินค้าเข้ามาโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ก่อน ปรับรายการมีโฆษณาช่วงนี้วันละ
2 นาทีครึ่ง หรือ 5 สปอตเท่านั้น เรตติ้งอยู่ระดับ 1 แต่หลังการปรับรายการใหม่ทั้ง
3 ขั้นตอน มีสินค้ามาลงโฆษณามากขึ้นเฉลี่ยวันละ 17-19 นาที ประมาณ 34 สปอต เรตติ้งอยู่ระดับ
5-7
"การเปลี่ยนแปลงที่เห็นนี้ คิดเป็นการเติบโต ของรายได้จากโฆษณา 20-50% แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่
25% ซึ่งยังไม่ถือว่าเต็มรูปแบบของขั้นตอน การปรับเปลี่ยนของช่อง 9 เพราะเป็นผลมาจากการปรับรายการเพียงอย่างเดียว
แต่ยังไม่ได้ปรับการทำงานของทีมตลาด หากดำเนินการทุกอย่างครบขั้นตอนแล้ว เชื่อว่าการขยายโฆษณาของช่อง
9 จะเพิ่มขึ้นมาก กว่านี้อีก ขณะนี้มีหลายรายการที่ได้รับความสนใจจาก เจ้าของสินค้าและมีโฆษณาจองจนล้น
เช่น เกมทศกัณฐ์ รายการถึงลูกถึงคน เป็นต้น"
สำหรับรายได้ของ อ.ส.ม.ท. 60% จะมาจาก ทีวี ในปีที่ผ่านมา ทำรายได้รวม 1,600
ล้านบาท กำไร 500 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2546 (ต.ค. 2545-ก.ย. 2546 )มีรายได้
1,800 ล้านบาท แต่ทำกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านบาท เนื่องจากได้ลงทุน ปรับเปลี่ยนองค์กรจำนวนมากไปในปี
2545 แล้ว ส่วนปีนี้ และปีต่อๆ ไป จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนนี้
ทั้งนี้ หลังการปรับรายการช่อง 9 ขั้นตอนที่ 3 ในเดือน ก.ย.นี้ แล้วจะใช้ระยะเวลาประเมินผลงานประมาณ
4-5 เดือน หลังจากนั้นจะปรับโฉมในระยะที่ 4 ต่อไป เพราะรายการที่ปรับโฉม ไปก่อนหน้านี้มีบางส่วนต้องปรับปรุง
แต่ระหว่างการรอประเมินผลขั้นตอนที่ 3 จะสอดแทรกรายการใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เช่น ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ จะเพิ่มรายการใหม่ คือ โมเดิร์นไนน์ เธียเตอร์ ที่ออกอากาศทุกวันอาทิตย์
เวลา 23.00-01.00 น.ด้วยภาพยนตร์ที่เรียกว่าหนังแผ่นของ ค่าย อาร์.เอส และแกรมมี่
มาออกอากาศทางช่อง 9
ในเบื้องต้นวางแผนรายการโมเดิร์นไนน์ เธียเตอร์ ไว้ 12 เรื่อง แบ่งเป็นค่ายละ
6 เรื่อง ฉายสลับค่ายละสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ คือถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น
โดยรูปแบบการทำรายได้เป็นลักษณะไทม์ แชริ่ง หรือแบ่งเวลาขาย โฆษณา โดยคิดนาทีละ
1.5 แสนบาท หลังจากออกอากาศไปแล้วระยะหนึ่งจะดูผลตอบรับของรายการดังกล่าว แต่เชื่อว่ามีแนวโน้มสูงที่จะมีรายการโมเดิร์นไนน์
เธียเตอร์ต่อในปีหน้า แต่อาจจะย้ายไปออกอากาศในช่วงเวลาอื่นๆ
ผุด อ.ส.ม.ท.คอมเพล็กซ์
นายมิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า ต้นปีหน้า อ.ส.ม.ท. จะเปิดใช้อาคาร 6 ชั้น ที่สร้างขึ้นใหม่
โดยจะเปิด เป็นพื้นที่ให้สำนักข่าวต่างประเทศเช่าเป็นสำนักงานสาขาในภูมิภาคนี้
ที่ยืนยันการใช้พื้นที่มาแล้ว คือ NHK ของญี่ปุ่น KBS ของเกาหลี TV5 ของยุโรป และ
CCTV ของจีน โดยทุกสำนักข่าวได้ตกลงกับ อ.ส.ม.ท. เพื่อแลกเปลี่ยน ข้อมูลด้านข่าวสาร
สารคดี และอื่นๆ ไปออกอากาศระหว่างกัน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ข้อมูลข่าวสารของประเทศไทยจะได้เผยแพร่ไปทั่วโลก
ซึ่งทีวี 5 ยุโรป ยินดีที่จะส่งผู้สื่อข่าวจากฝรั่งเศส เดินทางมารายงานข่าวสำคัญๆในประเทศไทย
ภายใน 48 ชั่วโมง
การที่สำนักข่าวต่างประเทศระดับใหญ่ๆ ของแต่ละประเทศจะมารวมตัวอยู่ที่ อ.ส.ม.ท.
คอมเพล็กซ์ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ อ.ส.ม.ท. ที่เป็นสำนักข่าวระดับประเทศของไทยมีชื่อเสียงไปด้วย
ในอนาคตต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการนำเสนอข่าวสารของสำนักข่าวต่างประเทศ
ประจำภูมิภาคเอเชีย เพื่อแข่งขันกับสิงคโปร์ ฮ่องกง ที่หลายสำนักข่าวต่างประเทศเข้าไปตั้งสำนักงานสาขาไว้แล้ว
อาร์.เอส.ชี้เสริมรายได้หนังแผ่น
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการ บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์.เอส
โปรโมชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การนำหนังแผ่นมาออกอากาศในรายการโมเดิร์นไนน์
เธียเตอร์ จะเลือกหนังแผ่นที่วางขายในตลาดไปแล้ว 3 เดือน มาออกอากาศ เพราะโดยปกติยอดขายของหนังแผ่น
80-90% จะอยู่ในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นยอดขายส่วนใหญ่จะไปอยู่ในตลาดต่างจังหวัด
ขณะนี้อาร์.เอส. มีหนังแผ่น หรือ เทเล มูฟวี่ ที่พร้อมออกฉายแล้ว 14 เรื่อง จากทั้งหมดที่ผลิตได้ในสิ้นปีนี้จำนวน
30 เรื่อง
ส่วนปีหน้าเตรียมแผนจะผลิตเทเลมูฟวี่อีก 40 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องใช้ต้นทุนการผลิตประมาณ
3 ล้านบาท ส่วนยอดจำหน่ายของเทเลมูฟวี่ อยู่ที่เรื่องละ 7 หมื่น-1 แสนแผ่น แต่หากจำหน่ายได้
4-5 หมื่นแผ่นก็ถือว่าถึงจุดคุ้มทุนแล้ว การนำเทเลมูฟวี่มาออกฉายในฟรีทีวี เป็นการทำรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
นอกจากนี้อาร์.เอส.ยังนำลิขสิทธิ์ของเทเลมูฟวี่ ไปจำหน่ายให้เคเบิล ทีวี และขายให้ต่างประเทศ
คือ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ไปแล้ว 10 เรื่อง โดยทั้ง 2 ประเทศนำไปทำซับ ไตเติ้ล ใหม่และวางขายเหมือนภาพยนตร์ต่างประเทศทั่วไป
ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดเทเลมูฟวี่ และหนังไทยในต่างประเทศ