Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน15 มกราคม 2553
กสิกรฯตั้งเป้าขายNPA4พันล.หนุนธปท.ปรับเกณฑ์ถือครอง             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารกสิกรไทย

   
search resources

ธนาคารกสิกรไทย, บมจ.
ชาติชาย พยุหนาวีชัย
Loan




แบงก์กสิกรไทยตั้งเป้าขายเอ็นพีเอปี 53 ไว้ที่ 4 พันล้านบาท จากพอร์ตสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท หนุนธปท.จะปรับเกณฑ์ระยะเวลาการถือครองอสังหาฯที่เป็นเอ็นพีเอแบงก์พาณิชย์ ระบุเป็นประโยชน์สามารถป้องกันความเสื่อมของทรัพย์ได้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ธนาคารตั้งเป้าหมายจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) ไว้ที่ประมาณ 4 พันล้านบาท จากปัจจุบันที่ฐานทรัพย์เอ็นพีเอของธนาคารอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าการไหลเข้าของจำนวนทรัพย์เอ็นพีเอใหม่ในปีนี้จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่ธนาคารจำหน่ายออกไปได้ ดังนั้น จึงมองว่าฐานเอ็นพีเอของธนาคารจะอยู่ในอัตราที่ทรงตัว ทั้งนี้ ในปี 2552 ธนาคารคาดว่าจะสามารถจำหน่ายเอ็นพีเอออกไปได้ประมาณ 3-4 พันล้านบาท ตามเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้ ซึ่งมูลค่าดังกล่าวถือเป็นระดับทั่วไปในการจำหน่ายทรัพย์ต่อปี

"ราคาเอ็นพีเอของธนาคารกสิกรไทยที่ขายกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นราคาประมาณ 80% ของราคาตลาดโดยรวม ซึ่งธนาคารก็ต้องประเมินราคาใหม่กันทุกปี เพราะธนาคารเองก็มีความต้องการอยากขาย คนซื้อก็จะได้ซื้อของในราคาที่ถูก ส่วนถ้าเป็นทรัพย์ประเภทที่ดินที่อยู่กับธนาคารมานั้น ส่วนใหญ่พวกผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ (ดีเวลลอปเปอร์) มาซื้อไปพัฒนาก็จะได้ต้นทุนที่ถูกลง แต่แปลงใหญ่ๆที่ดีเวลลอปเปอร์ใหญ่อยากได้ก็ถูกขายไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 2540 มาเรื่อยๆ ซึ่งเรียกว่าเหลือแต่ที่ดินแปลงย่อยๆ ที่เหมาะกับลูกค้ารายย่อยซึ่งเขาก็จะไม่ค่อยสนใจกัน เพราะคิดว่าเสียเวลาที่จะต้องนำไปพัฒนาและปรับปรุง"นายชาติชาย กล่าว

สำหรับกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณปรับเกณฑ์ระยะเวลาการถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเอ็นพีเอของธนาคารพาณิชย์นั้น นายชาติชายกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นประโยชน์กับธนาคารทั้งหมด เพราะการกำหนดระยะเวลาการถือครอง ทำให้ต้องรีบขายออกไปเพราะกลัวว่าจะต้องเสียค่าปรับ ซึ่งอาจต้องยอมขาดทุนบางส่วนไปบ้าง แต่ขณะเดียวกันการเก็บเอ็นพีเอเอาไว้กับธนาคารนานจนเกินไป ก็จะเป็นสร้างภาระทางต้นทุนในการรองรับความเสื่อมของทรัพย์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับธนาคารเองแล้วก็อยู่ในระดับที่รับได้

"ถ้าธปท.มีการออกกฎเกณฑ์ผ่อนคลายก็ถือว่าดี เพราะตอนนี้พอถึงเวลาก็เหมือนบังคับให้ขาย ถ้าไม่ขายก็ต้องยอมเสียค่าปรับไป ขายก็ขาดทุน แต่กฎก็ควรออกควบคุมไว้ว่าควรถือได้กี่เปอร์เซ็นต์ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งตอนนี้ธนาคารเองมีสินทรัพย์รวมเป็นแสนๆล้าน แต่ในส่วนของเอ็นพีเอ มีแค่ราวหมื่นล้านเท่านั้นเอง"นายชาติชาย กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us