|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ทรัพย์อนันต์ ป้องบัลลังก์ฟังก์ชันนัลดริงก์แข่งเดือดปี 2553 อัดฉีด 100 ล้านบาท เร่งสร้างการจดจำแบรนด์ สกัดผู้บริโภคสวิตช์แบรนด์ รับศึกค่ายเครื่องดื่มแห่เปิดตัวสินค้าใหม่ เทกระจาดอัดโปรโมชันกระตุ้นให้ทดลองดื่ม จ่อปรับกลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย ปั้นเครื่องดื่ม 2 รายการ ตอบโจทย์เพื่อความงาม-เพื่อสุขภาพบูม สิ้นปีนี้รั้งผู้นำครองแชร์ 65% จาก 2,000 ล้านบาท
นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัล ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้โมกุ โมกุ และบิวติ ดริ้งค์ เปิดเผยว่า ในปี 2553 บริษัทจะทุ่มงบการตลาด 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ใช้ 60 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและตอกย้ำตราสินค้าให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพราะมองว่าแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักหรือผู้บริโภคคุ้นเคย มีโอกาสทางการตลาดมากกว่าสินค้าคู่แข่ง อีกทั้งยังเป็นการรองรับกับการแข่งขันกับเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ ที่คาดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นในปีหน้านี้ จากการมีผู้ประกอบการในตลาด ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เข้ามาทำเพื่อช่วงชิงยอดขายและส่วนแบ่งตลาด
“เราต้องให้ความสำคัญกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำ และสกัดผู้บริโภคเปลี่ยนแบรนด์ เพราะปีหน้ามีสินค้ามากมายหลายแบรนด์ ทั้งจากอะมิโน โอเค บีอิ้ง และรายย่อยที่เริ่มทยอยเปิดตัวฟังก์ชันนัลดริงก์ ตราสินค้าหลากหลายในตลาด ผู้บริโภคมีทางเลือกใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและอยู่ในใจผู้บริโภค จะทำให้มีความได้เปรียบ”
ล่าสุดในช่วงปลายปี 2552 นี้ บริษัทเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์แบรนด์บิวตี้ ดริ้งค์ โดยได้นำ”แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อตอกย้ำแบรนด์แก่กลุ่มเป้าหมาย พร้อมกันนี้บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันช่องทางร้านค้าปลีกรายย่อย บริษัทแมส มาร์เก็ตติ้ง เป็นผู้กระจายสินค้า ส่วนช่องทางโมเดิร์นเทรด บริษัทดำเนินการเอง เนื่องจากช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัท ยังไม่มีความแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
พร้อมกันนี้ปี 2553 บริษัทวางแผนเปิดตัวเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ 2 รายการ โดยมุ่งเน้นการวางคอนเซปต์สินค้าให้ชัดเจน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคว่าดื่มเพื่อประโยชน์หรือมีคุณค่าทางโภชนาการด้านใด ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนับว่าเป็นจุดแข็งของบริษัททรัพย์อนันต์ และทำให้บริษัทขึ้นเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 65% จากมูลค่าตลาด 2,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะเปิดตัวเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มเพื่อความงาม เพราะทั้งสองกลุ่มเป็นเทรนด์เครื่องดื่มที่มาแรงในปีหน้านี้
“เรามีทีมวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง การทำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ จะแข่งขันคอนเซปต์ของสินค้า และแบรนด์ต้องหาจุดยืนว่าดื่มเพื่ออะไร ในอนาคตเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ มีโอกาสซอยย่อยเซกเมนต์ไปถึงสำหรับกลุ่มผู้หญิงและผู้ชาย”
ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ แบ่งเป็น เครื่องดื่มในรูปแบบพร้อมดื่มหรืออาร์ทีดี (Ready To Drink ) มูลค่า 2,000 ล้านบาท และรูปแบบช็อต (Shot) ยังเป็นตลาดที่เล็กมาก โดยทั้งสองตลาดมีอัตราการเติบโตในใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามสำหรับฟังก์ชันนัลดริงก์รูปแบบช็อต กลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ที่มีกำลังการซื้อ เพราะด้วยการวางราคาของสินค้า 25-30 บาทขึ้นไป และผู้ดื่มมีความคาดหวังต่อผลจากการดื่มสูง อย่างไรก็ตามปีหน้าคาดว่า ผู้ประกอบการจะแข่งขันด้านการทำโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคทดลองดื่ม
นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงปลายปี 2552 นี้ บริษัทได้เปิดตัวเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์”ฟอร์วันเดย์” วางคอนเซปต์เป็นน้ำผัก 100% สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับประทานผัก และต้องการเครื่องดื่มเพื่อชดเชย โดยมีด้วยกัน 2 รสชาติ เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-45 ปีขึ้นไป วางจำหน่ายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น โดยการเปิดตัวน้ำผักดังกล่าว ทำให้บริษัทมีโปรดักส์ไลน์ครอบคลุมยิ่งขึ้น หลังก่อนหน้านี้ ได้เปิดตัวน้ำผลไม้ผสมเกล็ดผลไม้ภายใต้แบรนด์ “เชปเป้ จูซ มี” โดยเป็นน้ำผลไม้ 60% และน้ำผลไม้ 40% ผสมวุ้นมะพร้าว แบรนด์โมกุ โมกุ สำหรับผลประกอบการกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์พร้อมดื่มสิ้นปีนี้ 1,300 ล้านบาท จากการมีส่วนแบ่ง 65% จากตลาด 2,000 ล้านบาท ส่วนบีอิ้ง มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 และอะมิโน พลัส อันดับ 3 ตามลำดับ
|
|
 |
|
|