ศรีนานาพรฯ ปลุก เจเล่ไลท์ แตกไลน์ ปั้น เจเล่บิวตี้ไลท์ เปิดเซ็กเม้นท์ใหม่ เยลลี่พร้อมดื่มเพื่อความงาม หวังโกยรายได้ปีหน้า 450 ล้านบาท รองรับกระแสเครื่องดื่มเพื่อความงามบูม
นายสุรชัย จงเลิศวราวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ศรีนานาพร มาร์เกตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเยลลี่พร้อมดื่ม เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เป็นผู้หญิง ส่งผลให้สินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงามมีการเติบโตค่อนข้างดี โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มุ่งเน้นคุณประโยชน์หรือมีสารอาหารเฉพาะเจาะจง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีก็ตาม ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดนี้มากนัก
ทั้งนี้ตลาดรวมเยลลี่ในไทยมีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็น ตลาดรวมเยลลี่พร้อมดื่ม 1,000 ล้านบาท ซึ่งเจเล่ไลท์มีแชร์ในกลุ่มนี้ประมาณ 80% หรือ ประมาณ 800 ล้านบาท เป็นผู้นำตลาด ส่วนอีกกลุ่มคือ ตลาดคัพเยลลี่ มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯมีไฟท์ติ้งแบรนด์ในกลุ่มนี้คือ ไดยาโมโตะ ซึ่งประเมินว่าตลาดรวมจะมีอัตราการเติบโตมากกว่า 8-10% ต่อปี
ด้วยแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯจึงได้ตัดสินใจขยายตลาดของแบรนด์เจเล่ ด้วยการเปิดตัว แบรนด์ “เจเล่ บิวตี้ ไลท์” เข้าสู่ตลาดด้วยการสร้างเซ็กเม้นท์ใหม่คือ “เยลลี่พร้อมดื่มเพื่อความงาม” เป็นรายแรกอย่างเต็มตัว เพิ่มจากเดิมที่มีเพียงผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมคือ “เจเล่ ไลท์” ที่เป็นเยลลี่พร้อมดื่ม ที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 10 ปีแล้ว จำหน่ายราคา 5 บาท ขนาด 180 มิลลิลิตร
โดยเจเล่ บิวตี้ ไลท์ เป็นบรรจุภัณฑ์แบบถ้วย ขนาด 180 มิลลิลิตร ราคา 15 บาท มี 3 รสชาติคือ สูตรคลอโรฟิลล์ 10,000 มก. , สูตรคอลลาเจน 1,000 มก. , และสูตรไฟเบอร์ 10,000 มก. จับกลุ่มผู้หญิงอายุประมาณ 15-29 ปี เป็นกลุ่มหลัก ชูจุดเด่น ทริปเปิ้ลฟังกชั่น คือ ใช้ทานเพื่อรองท้องระหว่างมื้ออาหารเพราะมีเยลลี่ด้วยโลแกน มีสารอาหารเพื่อความงามและรูปร่าง โดยใช้สโลแกน “สดชื่น อยู่ท้อง”
“การที่เราออกสินค้าตัวใหม่นี้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นตลาดและยอดขายของเราให้เติบโตควบคู่กันไปได้ด้วย เพราะจะเป็นการสร้างความถี่ในการบริโภคและยังขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ดื่มใหม่ๆเข้ามาได้ด้วย ซึ่งในอนาคตเราเองก็ยังคงต้องมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดตลอดเวลา เพื่อสร้างโอกาสในการขายและขยายตลาดต่อไป ซึ่งในส่วนของเจเล่ไลท์เดิมนั้น อยู่ระหว่างการพัฒนาสูตรใหม่ๆออกสู่ตลาดเช่นกัน”
ทั้งนี้ในช่วงแรกบริษัทฯตั้งงบการตลาดไว้ที่ 20 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์และสร้างการรับรู้ของตลาด ทั้งการโรดโชว์ การโฆษณาในสื่ออื่นๆ เป็นต้น โดยมีบริษัท เดอเบล จำกัด ในเครือกระทิงแดง รับผิดชอบกระจายสินค้า ในระบบหน่วยรถเงินสดและตั้งเป้าหมายยอดขายแบรนด์ เจเล่ บิวตี้ ไลท์ ในช่วงปีแรกของการทำตลาดไว้ที่ 450 ล้านบาท
ขณะที่รายได้รวมของแบรนด์เจเล่ ไลท์ เดิมนั้น ในปีนี้คาดว่าจะมีประมาณ 800 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 5% และเมื่อรวมกับเจเล่ บิวตี้ ไลท์ ในปีหน้าที่จะมี 450 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้รวมเฉพาะแบรนด์เจเล่ประมาณ 1,200-1,300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสินค้าตัวหลักของบริษัทฯที่มีสัดส่วนรายได้มากกว่า 50%
นายสุรชัยกล่าวต่อว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้าคาดว่าน่าจะดีขึ้นกว่าปีนี้บ้าง อีกทั้งผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและผู้บริโภคด้วย เพราะไม่ใช่ว่า เศรษฐกิจไม่ดีแล้วผู้บริโภคก็จะหันมาซื้อแต่สินค้าราคาถูกเท่านั้น แต่ต้องรู้จักการทำตลาด ศึกษาผู้บริโภคให้ชัดเจนถึงความต้องการที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าตลาดสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยงามและสุขภาพนั้นจะยังดีอยู่
|