|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ASTVผู้จัดการรายวัน - “สิเรียม บิวตี้ แคร์” รายได้วูบ 15-20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลัง “สิเรียม” เจอข่าวพัวพันการเมือง พร้อมปรับทัพลุยปีหน้า ผุดสิเรียม บิวตี้ แคร์อีก 4-5 สาขา แต่ลดงบลงทุนลง
นายชโลธร เส็งสมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันท์ลภัส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ให้บริการด้านความงามและสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “สิเรียม บิวตี้ แคร์ และสลิมมิ่ง พลัส บาย สิเรียม” เปิดเผยกับ “ASTVผู้จัดการรายวัน” ว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากกรณีที่นางสิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท มีเหตุพัวพันทางการเมือง โดยเฉพาะการมีข่าวพัวพันกับนายพายัพ ชินวัตร (น้องชาย นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร) ซึ่งได้ส่งผลต่อรายได้ในกลุ่มธุรกิจด้วย
โดยพบว่า รายได้จากการเข้าใช้บริการในร้าน สิเรียม บิวตี้ แคร์ และสลิมมิ่ง พลัส บาย สิเรียม เฉลี่ยลดลงกว่า 15-20% เช่นเดียวกับยอดขายในส่วนของไลน์โปรดักส์ที่วางจำหน่ายทั้งในร้านในกลุ่ม และร้านเสริมสวยทั่วไปนั้น เฉลี่ยมียอดขายลดลงราว 15-20% เช่นเดียวกัน ส่วนลูกค้าที่สนใจร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ ยังไม่พบว่าชะลอการตัดสินใจลงทุน เพราะที่ผ่านมาบริษัทจะมีความเข้มงวดในการคัดเลือกผู้ที่จะร่วมธุรกิจ ดังนั้นข่าวที่เกิดขึ้นจึงไม่กระทบในส่วนการขายแฟรนไชส์
อย่างไรก็ตามทางนางสิเรียมในระยะนี้จะยังเดินทางไปๆมาๆในต่างประเทศกับประเทศไทยเพื่อดูแลลูกสาวในการที่จะหาที่เรียนใหม่ ขณะที่ในส่วนธุรกิจเพื่อความงามนี้ยังคงดำเนินไปตามปกติ อีกทั้งยังไม่มีการถอนหุ้นออกไปอย่างใด ซึ่งปัจจุบันคุณสิเรียมถือหุ้นในบริษัทรวมกว่า 30- 40% ที่เหลือเป็นของผู้ถือหุ้นรายอื่นๆอีก 2-3 คน ซึ่งหลังจากข่าวนี้เริ่มเบาลง พบว่าในช่วงต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมานี้ เริ่มมีรายได้ฟื้นคืนกลับมาแล้ว ทั้งในส่วนของการเข้าใช้บริการภายในร้าน และยอดขายจากไลน์โปรดักส์ที่วางจำหน่ายใหม่ กับกลุ่มไวท์เทนนิ่ง เชื่อว่าถึงสิ้นปีนี้ ภาพรวมรายได้น่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ที่ 50-60 ล้านบาท โดยมาจากรายได้จากการเข้าใช้บริการภายในร้าน 70% และจากการจำหน่ายไลน์โปรดักส์อีก 30%
สำหรับแผนปีหน้านั้น หลังจากที่ทางบริษัทได้เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทด้านแฟรนไชส์ จากจำนวนทั้งสิ้น 35 ราย ที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้คัดเลือกให้ได้รับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ ส่งผลให้แผนธุรกิจขยายแฟนไชส์ปีหน้าจะมีการปรับมาตรฐานร้านให้ดียิ่งขึ้น กับร้าน สิเรียม บิวตี้ แคร์ ซึ่งเป้นแฟรนไชส์ทั้งหมด 8 สาขา จะมีการปรับโฉมร้านใหม่ ขณะเดียวกันในส่วนของการขยายสาขานั้น จะมีงบการลงทุนที่ลดลงจาก 5-6 ล้านบาท มาเป็น 3 ล้านบาท โดยในปีหน้ามีแผนขยายร้านดังกล่าวในแบบแฟรนไชส์เพิ่มอีก 4-5 สาขา
ส่วนร้านสลิมมิ่ง พลัส บาย สิเรียม ซึ่งเปิดให้บริการเองทั้งหมด ปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา ปีหน้าจะขยายเพิ่มอีก 3 สาขา โดยแต่ละสาขาคาดว่าจะลงทุนประมาณ 7-8 ล้านบาท ซึ่งต้นปีหน้า จะเปิดให้บริการที่เดอะมอลล์ บางกะปิ และอีก 2 สาขาจะเห็นในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ในส่วนของไลน์โปรดักส์นั้น ปีหน้าจะมีแผนขยายแบรนด์ชื่อ “สลิมมิ่ง พลัส เวนเต้” เป็นสินค้าเกี่ยวกับใบหน้าจำนวน 18 รายการ จะทดลองวางจำหน่ายเป็นบูทเล็กๆในเดอะมอลล์ บางแคด้วย เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้ปีหน้าบริษัทน่าจะมีรายได้เติบโตขึ้นอีกประมาณ 20% จาก 50-60 ล้านบาทที่คาดว่าจะทำได้ในสิ้นปีนี้ โดยมาจากการเข้าใช้บริการจากร้าน สิเรียม บิวตี้ แคร์ และสลิมมิ่ง พลัส บาย สิเรียม 70% และจากการจำหน่ายไลน์โปรดักส์อีก 20%
|
|
 |
|
|