Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 ตุลาคม 2546
"กิตติรัตน์" เดินหน้าชนวิจิตร "ใครอยากให้ออกจะอยู่ต่อ"             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
United Overseas Bank - UOB
ซีมิโก้, บล.
ยูโอบี เคย์เฮียน,บมจ.
กิตติรัตน์ ณ ระนอง
วิจิตร สุพินิจ




"กิตติรัตน์" ประกาศไม่สน "วิจิตร" เตรียมปลด ยืนยันหนักแน่น "ถ้าใครอยากให้ออก ผมก็จะอยู่ต่อ" หลังประธานกลุ่มยูโอบีจากสิงคโปร์ดอดพบฝ่ายหลัง ล็อบบี้ ให้ปลดเอ็มดี ตลท. หลังโดนลงแส้กรณีบริษัทลูกในไทยแย่งมาร์เกตติ้งจาก บล.ซีมิโก้ แถม ตลท. เตรียมอัปเปหิ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน จากสมาชิกหลัง "ความสัมพันธ์กับ ตลท.เลวร้ายถึงจุดต่ำสุด ขณะที่ วานนี้ (1 ต.ค.) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจการพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา เดินทางเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังที่ได้รับแต่งตั้งเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ยันระบบซื้อขายตลาดหุ้นไทยปัจจุบันรองรับได้วันละ 1.2 แสนล้านบาท

ความสัมพันธ์ระหว่างนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และนายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการ ตลท. มีปัญหาง่อนแง่นมาตลอด ตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่ช่วยหาเสียงให้พรรคไทยรักไทย ก่อนได้เป็นรัฐบาล ถึงขนาดที่ก่อนที่นายวิจิตรได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน ตลท. นายกิตติรัตน์เคยประกาศว่า เขาอาจลาออกจาก ตลท. ขณะที่นายวิจิตรไม่ยอมเดินทางร่วมโรดโชว์ ตลท. กับนายกิตติรัตน์ ที่เดินทางไปนิวยอร์ก-ลอนดอนล่าสุด โดยอ้างว่า ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีคลังป่วย เขาในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีคลัง ต้องช่วยดูแลขุนคลัง

จนกระทั่งล่าสุด ความขัดแย้งระหว่าง 2 ผู้บริหาร ตลท. ระอุ เมื่อประธานกลุ่มยูโอบี จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ยล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) บินด่วน เข้าพบนายวิจิตร ในฐานะ "คนคุ้นเคยกัน" เรียกร้องให้ปลดนายกิตติรัตน์ จากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ตลท. หลังจาก ตลท. สั่งลดความสัมพันธ์กับบริษัทนี้ ซึ่งแย่งมาร์เกตติ้งจาก บล.ซีมิโก้ จนกระทั่งสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ของไทยเตรียมลงมติขับ บล.ยูโอบี เคย์เฮียนจากสมาชิกสมาคมฯ

นายกิตติรัตน์กล่าววานนี้ (1 ต.ค.) ถึงกรณีนี้ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "ผมเป็นคนแปลกๆ ถ้าใครอยากให้ออก ผมก็จะอยู่ต่อ แต่ถ้าใครไม่ทำอะไรผม ผมก็จะออกไปเอง"

ตลท.เตรียมอัปเปหิยูโอบี เคย์เฮียน

ตลาดหลักทรัพย์จะใช้มาตรการเด็ดขาดกับบริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เพราะละเมิดข้อตกลงความร่วมกันของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เรื่องการแย่งชิงเจ้าหน้าที่การตลาดจาก บล.ซีมิโก้ แม้ผู้บริหารร้องเรียนกับประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตรง โดยนายกิตติรัตน์กล่าววานนี้ (1 ต.ค.) ว่าตลาดหลักทรัพย์ยืนยันลดความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ แม้ผู้บริหารระดับสูงบริษัทหลักทรัพย์ยูโอบีเดินทางพบนายวิจิตร ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตรง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และตลาดหลักทรัพย์มีแนวทางที่จะดำเนินการมาตรการต่อไปต่อเนื่อง

ส่วนมาตรการจะรุนแรงขึ้นแน่นอน หลังจากมาตรการเดิมที่ใช้วิธีตัดระบบดูข้อมูลเรียลไทม์ หุ้น (พีอาร์เอส) ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.

รายละเอียดการเข้าพบของกลุ่มผู้บริหารยูโอบีจากสิงคโปร์ นายวิจิตรแจ้งให้นายกิตติรัตน์ทราบแล้ว และนายวิจิตรสอบถามประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกรณีนี้ และขอให้ยุติ เร็วๆ นี้ ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ซีมิโก้จะเข้าพบ เพื่อชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ที่จะได้ฟังความทั้ง 2 ฝ่าย

ยันยุติเรื่องไม่ได้

อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ทำให้ ตลท. ต้องทบทวนมาตรการต่างๆ ว่าควรผ่อนปรนบางอย่างหรือไม่ การจะผ่อนปรนเกรงว่าจะเกิดปัญหาอื่นตามมา ซึ่งที่ผ่านมา ดำเนินการไปหลายเรื่องแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้การจะให้ยุติเขาย้ำว่าคงเป็นไปไม่ได้

"ผมขอบอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับยูโอบีนั้น ขั้นร้ายแรงสุดอาจประเมินค่าไม่ได้ ส่วนกรณีที่ผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นท่านประธาน หรือหน่วยงานต่างๆ อย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่สนใจและแนะนำถือเป็นเรื่องดี ผมจะใช้ในการพัฒนาตลาดทุนต่อไป" นายกิตติรัตน์กล่าว

ด้านนายวิจิตรกล่าวว่า กลุ่มผู้บริหารยูโอบี สิงคโปร์ที่เข้าพบเขาเป็นเพียงชี้แจงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นธรรมดา ไม่มีอะไรมาก การดำเนินการเขาจะไม่เกี่ยวข้อง โดยจะปล่อยให้ฝ่ายจัดการตลาดหลัก ทรัพย์พิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเขาเพิ่งรับตำแหน่งไม่นาน จึงไม่ทราบรายละเอียดปัญหาที่เกิด ขึ้น ส่วนข่าวการขอให้ปลดนายกิตติรัตน์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ไม่เป็นความจริง กรรมาธิการเศรษฐกิจวุฒิสภาเยี่ยม ตลท. นายนิเวศ พันธเจริญวกุล ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่าสาเหตุที่เลือกเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์แห่งแรก เนื่องจากต้องยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมา ภาวะตลาดรวมร้อนแรง ทั้งในแง่ดัชนี มูลค่าซื้อขาย และมูลค่าตลาดรวม เพิ่มขึ้น 100% ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางของประชาชน จึงอยากรับฟังข้อมูล และโครงสร้างการทำงานทั้งหมดของตลาดหลักทรัพย์ว่าเป็นอย่างไร

เพราะคณะกรรมาธิการฯ มองว่า ตลาดทุนเป็นหน่วยงานสำคัญ ที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทย เติบโตมั่นคงและยั่งยืนได้ รวมทั้งจะกลายเป็นแหล่งลงทุน ที่ดีของประชาชน ช่วงดอกเบี้ยเงินฝากต่ำติดดินปัจจุบัน จึงอยากเห็นตลาดทุนไทยทำงานโปร่งใสเป็นธรรม และสามารถเป็นตัวกลางที่ดีในการระรดมทุนของบริษัท และแหล่งลงทุนที่ดีของประชาชนได้ เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ซ้ำรอยช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540

เรายอมรับว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นร้อนแรง มูลค่าซื้อขายเกือบ 6 หมื่นล้านบาท ก็รู้สึกกังวลเช่นกันว่าตลาดฯ จะมีมาตรการในการดูแลอย่างไร โครงสร้างพื้นฐานจะสามารถรองรับได้หรือไม่ แต่เมื่อตลาดฯ ประกาศบางมาตรการออกมา ก็สามารถดูแลนักลงทุน และทำให้การซื้อขายอยู่ในภาวะปกติ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าพอใจ เพราะยอมรับว่าคณะกรรมาธิการก็เป็นห่วง ไม่อยากให้นักลงทุน หรือทุกคนมองว่าตลาดหุ้นเปรียบเหมือนบ่อนการพนัน

"และเป็นห่วงเรื่องการปั่นหุ้นด้วย รวมทั้งไม่ยากให้เกิดปัญหาอย่างอดีต เมื่อได้รับฟังจากตลาดฯ ก็สบายใจ และมั่นใจว่าตลาดหุ้นน่าจะเป็นตลาดทุน ทางเลือกที่ดีในการลงทุนของประชาชนได้"

ในฐานะที่คณะกรรมาธิการฯ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกลั่นกรองกฎหมาย ก็บอกตลาดหลักทรัพย์หากมีกฎหมายอะไรที่จะปรับปรุงหรือแก้ไข เพื่อเกื้อหนุนตลาดทุนไทยพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ก็พร้อมจะพิจาณาให้เสนอมา ที่ผ่านมาพิจารณา พ.ร.บ. ซื้อขายล่วงหน้าไปแล้ว ล่าสุดจะพิจารณา พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่กำลังแก้ไขเพื่อจะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หลังตรวจเยี่ยมตลาดหุ้น หน่วยงานต่อไปที่กรรมาธิการฯ จะตรวจเยี่ยม คือ กระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากเกี่ยวเนื่องการส่งออก และสถานการณ์เงินบาทที่แข็งขึ้น หลังจากนั้นจะไปกระทรวงอุตสาหกรรม และสภาเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจ เพื่อรับทราบข้อมูลทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์วานนี้ ชี้แจงถึงโครงสร้างพื้นฐานว่า สามารถรองรับการซื้อขาย และการเพิ่ม ขึ้นของบริษัทจดทะเบียน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่จะเจดทะเบียนในตลาดหลักทรพย์ได้ โดยในแง่มูลค่าซื้อขายรองรับได้วันละประมาณ 1.2 แสนล้านบาท รวมทั้งแผนพัฒนาตลาดทุน 5 ปี เป็นแนวทางที่ตลาดฯ พยายามและดำเนินการมาตลอด

"ดีใจที่ช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ตลาดฯ จะเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการลงทุนให้กับประชาชนมากขึ้น โดยจะแจกหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนให้นักเรียน เพื่อปูพื้นฐานความรู้ รวมทั้งให้ความสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดี ก็จะเป็นมาตรการหนึ่งที่จะดูแลนักลงทุนได้"

ด้านบุญยืน ศุภสารสาทก รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่ 2 กล่าวว่าสาเหตุที่เลือก มาตลาดฯ แห่งแรก เนื่องจากเห็นว่า สถาบันแห่งนี้ มีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ และเป็น แหล่งลงทุนและระดมทุนที่ดีของธุรกิจ เมื่อเป็นวุฒิฯ ได้รับเลือกจากประชาชน และเป็นตัวแทนประชาชนจึงอยากเยี่ยมชม และดูกิจการตลาดฯ ว่าจะเป็นแหล่ง ลงทุนที่ดีของประชาชนได้หรือไม่ ช่วงดอกเบี้ยต่ำ

"หลังจากรับทราบข้อมูล และมาตรการในการดูแล และโครงสร้างการลงทุนของตลาดหุ้นไทยแล้ว ก็พร้อมจะไปชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบว่า ทางเลือกในการลงทุนนั้น ยังมีอีกมาก การลงทุน ไม่เพียงเฉพาะฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังมีทางเลือกอื่น ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี เช่น การลงทุนในตลาดหุ้น หรือการลงทุนผ่านกองทุนรวม ก็เป็นทางเลือก และให้ผลตอบแทนที่ดีได้" นายบุญยืนกล่าว

ด้านนายกิตติรัตน์กล่าวว่าตลาดหลักทรัพย์ชี้แจงแผนแม่บท และโครงสร้างการดูแลตลาดทุน รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่ดำเนินการ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญการกำกับดูแลกิจการที่ดี ถือเป็นหน้าที่ต้องมุ่งเน้น

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นแผนงานที่ตลาดฯ ต้องทำต่อเนื่อง ส่วนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการซื้อขาย รองรับได้มากพอ เฉลี่ยต่อวันประมาณ 1.2 แสนล้านบาท แม้จะมีบริษัทจดทะเบียนใหม่ๆ อีก ก็พร้อมจะรองรับได้ ระยะใกล้ยังสามารถจะขยายการรองรับได้อีก เพราะหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ คล้ายบริษัทไฟฟ้าที่มีหน้าที่สำรองใช้ไฟฟ้า

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us