Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา ธันวาคม 2552
เติมเต็มในทุกก้าวย่าง             
โดย ปิยะโชติ อินทรนิวาส
 


   
search resources

Art
Foot Bridge
Abdul Rani Bin Abdul Majid




เขาเคร่งเครียดกับการป้ายสีน้ำตาลบนกระดาษปอนด์ แต่ละครั้งที่ปลายพู่กันปาดลงไปภาพลวดลายสีอิฐก็ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้วไม่นานสะพานในรูปแบบวัฒนธรรมจีนก็ปรากฏเป็นรูปร่าง

Abdul Rani Bin Abdul Majid ศิลปินชาวมาเลย์

ไม่ปริปากอธิบายความหมายของภาพที่เขากำลังจดจ่อวาดอยู่ บอกแต่เพียงว่าภาพสีน้ำชิ้นนี้เขาตั้งใจวาดเพื่อมอบให้กับเพื่อนคนไทย ที่แม้จะเพิ่งรู้จักกัน แต่ก็มีเหตุบังเอิญให้ได้มานอนร่วมห้องพักค้างแรมเดียวกันในแดนมังกรเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ภาพสีน้ำรูปสะพานข้ามห้วงน้ำเล็กๆ ในทะเลสาบซีหู ทะเลสาบที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนสวรรค์บนดินแห่งเมืองหังโจวของจีนชิ้นนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในภาพจินตนาการที่ศิลปินชาวเอเชีย ผู้เป็นต้นคิดและผลักดันให้เกิดเครือข่ายศิลปินข้ามโลกกลุ่มนี้ ต้องการอธิบายความเกี่ยวกับคำว่า "Foot Bridge" ก็เป็นได้

ขณะที่ถ้าเป็นศิลปินในเครือข่ายเดียวกัน แต่มาจากคนละซีกโลก หากให้เขาสะท้อนภาพจินตนาการชื่อกลุ่มดังกล่าว ภาพวาดที่เขาถ่ายทอดอาจจะเป็นสะพานแขวนข้ามสายน้ำกลางหุบเขาที่ทอดยาวไกลก็เป็นได้

แต่ถ้าให้ศิลปินจากไทยลองดูบ้าง ลวดลายเส้นสีที่พู่กันตวัดวาดลงบนกระดาษ อาจจะเป็นภาพของสะพานไม้ไผ่ข้ามคลองอย่างที่เห็นได้ดาดไปในบ้านเมืองเราก็เป็นได้

ไม่ว่าจะเป็นสะพานเล็กๆ แบบจีนสไตล์ สะพานแขวน หรือสะพานไม้ไผ่ แต่ทั้งหมดทั้งปวงแล้วเชื่อกันว่า สิ่งที่เหล่าศิลปินกลุ่มฟุตบริดจ์อยากสะท้อนออกมาก็คือ สะพานที่ใช้ข้ามผ่านไปยังที่ไหนๆ ในโลกใบนี้ได้นั่นเอง

แท้จริงแล้ว กิจกรรมการแสดงผลงานศิลปะของเครือข่ายศิลปินกลุ่มฟุตบริดจ์ในประเทศต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นตลอดเกือบ 10 ปีมานี้นั้น สิ่งนี้แหละคือนิยามความหมายที่ปรากฏเป็นรูปธรรม

การจัดแสดงงานศิลป์ของสมาชิกในกลุ่มฟุตบริดจ์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ก็คือการแสดงเดี่ยวผลงานภาพจิตรกรรมภายใต้คอนเซ็ปต์ Night Dream ตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ของมูฮำมัด โรจนอุดมศาสตร์ ศิลปินจากไทย ณ แกลเลอรี่ TAM Art Centre ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

โดยธนะ ดวงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกัวลา ลัมเปอร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2552 และภาพเขียนของมูฮำมัดชุดนี้ยังจะนำไปจัดนิทรรศการต่อที่สถานทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ เพื่อร่วมฉลองกิจกรรมวันชาติไทย (5 ธันวาคม) ที่สถานทูตจัดขึ้นทุกปี

แต่ละปีศิลปินในเครือข่ายฟุตบริดจ์จะจัดแสดงงานศิลป์วนเวียนกันไปในหลายประเทศ มีทั้งแบบแยกตัวไปจัดขึ้นกันเองโดยไม่ได้ใช้ชื่อกลุ่ม แต่ก็จะมีศิลปินในเครือข่ายข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น อย่างที่มูฮำมัดเพิ่งจัดขึ้นที่มาเลเซีย และการจัดอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อฟุตบริดจ์ ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดขึ้น 7 ครั้งด้วยกัน ประกอบด้วย

ครั้งที่ 1 ประเดิมจัดขึ้นในปี 2545 ที่สาธารณรัฐมอริเชียส มีศิลปินร่วมแสดงผลงาน 3 คน ประกอบด้วย Said Aniff Hosanee ศิลปินเจ้าถิ่นผู้ที่ร่วมตั้งเครือข่ายนี้ขึ้นมา และจากมาเลเซีย 2 คน คือ Abdul Rani Bin Abdul Majid กับ Abdul Ghani Ahmad

ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในปี 2546 ที่สมาคมฝรั่งเศส ในรัฐปีนัง มาเลเซีย มีศิลปินเข้าร่วมแสดงผลงาน 2 คนคือ ศิลปินเจ้าถิ่น Abdul Rani Bin Abdul Majid และ Said Aniff Hosanee

ครั้งที่ 3 ปี 2547 ย้อนไปจัดขึ้นที่สมาคมฝรั่งเศสในสาธารณรัฐมอริเชียส มีศิลปินเข้าร่วมแสดงผลงาน 3 คน ประกอบด้วย ศิลปินเจ้าถิ่น Said Aniff Hosanee และจากมาเลเซีย 2 คนคือ Abdul Rani Bin Abdul Majid กับ Dr.Mohamed Najib Bin Ahmad Dawa

ครั้งที่ 4 ปี 2549 หลังจากทิ้งช่วงไปหนึ่งปีก็ถูกดึงมาจัดขึ้นในไทย ที่หอศิลป์สยาม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ศิลปินที่ร่วมแสดงผลงานก็คึกคักขึ้นเป็น 9 คน โดยเป็นศิลปินเจ้าถิ่น 3 คนคือ มูฮำมัด โรจนอุดมศาสตร์, ธนากร (ศิลา) บุญรัตน์, ศตวรรษ ช่วยนุ่ม จากมาเลเซีย 3 คน คือ Dr.Mohamed Najib Bin Ahmad Dawa, Abdul Rani Bin Abdul Majid, Chong Hip Seng จากรียูเนียน ไอส์แลนด์ ของฝรั่งเศส 2 คน คือ Charly Lesquelin, Andree Beton และจากสาธารณรัฐมอริเชียส 1 คนคือ Said Aniff Hosanee

ครั้งที่ 5 ปี 2550 เป็นครั้งแรกที่ศิลปินจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วม โดยกระโดดกลับไปจัดที่สมาคมฝรั่งเศส ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มีศิลปินเข้าร่วมแสดงผลงานเพิ่มเป็น 10 คน ประกอบด้วย ศิลปินเจ้าถิ่น 3 คนคือ Dr.Mohamed Najib Bin Ahmad Dawa, Abdul Rani Bin Abdul Majid, Chong Hip Seng ศิลปินจากไทย 3 คนคือ มูฮำมัด โรจนอุดมศาสตร์, ธนากร (ศิลา) บุญรัตน์, ศตวรรษ ช่วยนุ่ม จากรียูเนียน ไอส์แลนด์ ของฝรั่งเศส 2 คนคือ Charly Lesquelin, Andree Beton จากสาธารณรัฐมอริเชียส 1 คนคือ Said Aniff Hosanee และจากจีน 1 คนคือ Luo Qi

ครั้งที่ 6 จัดขึ้นเมื่อต้นปี 2552 นี้เอง โดยข้ามไปจัดที่ Gaya Art Space แกลเลอรี่บนเกาะบาหลี อินโดนีเซีย มีศิลปินร่วมแสดงงานเพิ่มอีกเป็น 15 คน ประกอบด้วย ศิลปินเจ้าถิ่น 3 คนคือ Achmad Sopandi, Anas Etan, Antonius Kho ศิลปินจากไทย 3 คนคือ มูฮำมัด โรจนอุดมศาสตร์, ธนากร (ศิลา) บุญรัตน์, ศตวรรษ ช่วยนุ่ม จากมาเลเซีย 3 คนคือ Dr.Mohamed Najib Bin Ahmad Dawa, Abdul Rani Bin Abdul Majid, Chong Hip Seng จากจีน 4 คนคือ Luo Qi, Cui Xian Ji, Wang Huaxiang, Xing Qingren,Zhang Haizhou และจากเกาหลีใต้ 1 คนคือ Helen Kim Yeon Tae

และครั้งที่ 7 ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ เมื่อเดือนตุลาคม 2552 คราวนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ชาติมหาอำนาจไปจัดขึ้นที่หอศิลปะและวัฒนธรรม เมืองหังโจว ประเทศจีน ศิลปินที่เข้าร่วมก็ดูยิ่งใหญ่ตามไปด้วย มีถึง 24 คน ประกอบด้วยศิลปินเจ้าถิ่น 7 คน ได้แก่ Luo Qi, Liu Chunjie, Wang Huaxiang, Jiang Pin, Luo Xianyao, Zhang Haizhou, Zhang Janchun ศิลปินจากไทย 5 คนคือ มูฮำมัด โรจนอุดมศาสตร์, ธนากร (ศิลา) บุญรัตน์, ศตวรรษ ช่วยนุ่ม, กมล คงทอง, มณี มีมาก จากมาเลเซีย 5 คนคือ Dr.Mohamed Najib Bin Ahmad Dawa, Abdul Rani Bin Abdul Majid, Chong Hip Seng, Wong Siew Lee, Dr.Foo Yong Kong จากอินโดนีเซีย 2 คนคือ Elisha, William จากสิงคโปร์ 2 คน คือ Thang Kiang How, Goh Beng Kwan จากสาธารณรัฐมอริเชียส 1 คน คือ Said Aniff Hosanee จากรียูเนียน ไอส์แลนด์ ของฝรั่งเศส 1 คนคือ Charly Lesquelin และจากพม่า 1 คนคือ Smith Sein Lynn

ตลอด 7 ครั้งที่ศิลปินกลุ่มฟุตบริดจ์ร่วมกันก้าวเดินไปบนสะพานข้ามใบโลกนี้ จากบาทก้าวแรกเริ่มที่เกิดขึ้นจากคน 2 คน และเป็นคนจากคนละฟากฝั่งโลก เมื่อมีคนเห็นว่าทุกย่างก้าวเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น จึงค่อยๆ มีคนเข้าไปสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ณ เวลานี้ศิลปินกลุ่มฟุตบริดจ์มีด้วยกันรวมแล้ว 32 ชีวิต จากแผ่นดินในซอกมุมและดินแดนลานกว้างใหญ่บนโลกใบนี้รวมแล้ว 9 ชาติ จึงต้องนับว่ามีความมั่นคงและเข้มแข็งพอสมควรที่จะร่วมก้าวเดินไปข้างหน้าดังใจที่มุ่งมาดปรารถนากันต่อไป

"การรวมที่เกิดจากกลุ่มบรรดาเพื่อนๆ ศิลปินจากหลากเชื้อชาติ หลายภาษา ทำให้เรามีความคิดที่กว้างไกลขึ้น การที่ได้พบปะเพื่อนใหม่ ได้รู้จักกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ในชาติที่เราไปร่วมแสดงผลงานศิลป์นั้น สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเป็นกำไรชีวิต" Chong Hip Seng ศิลปินมาเลย์กล่าว

ด้าน Abdul Rani Bin Abdul Majid ศิลปินมาเลย์เช่นกันเสริมว่า การจัดแสดงงานศิลป์ของฟุตบริดจ์แต่ละครั้งจะพยายามเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในหมู่ศิลปินด้วยกันเองและกับคนนอกกลุ่ม จึงมีสิ่งดีๆ ที่นอกจากศิลปินจะได้รับแล้ว ยังทำให้ชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากขึ้นด้วย อยากจะบอกว่าการไปแสดงงานที่จีนครั้งนี้ ประทับใจที่สุดคือการอนุรักษ์วัฒนธรรม

"ฟุตบริดจ์คือเส้นทางสายศิลปะที่เราได้ก้าวเดินเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผองเพื่อนศิลปิน จากประเทศหนึ่งสู่อีกประเทศหนึ่ง ต่างสถานที่ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่ไม่ผิดแผกแตกต่างในสายธารของการสร้างงานศิลป์ นั่นคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อที่จะให้เกิดการแตกขยายเครือข่ายและขอบเขตออกไปเรื่อยๆ" ธนากรให้ทัศนะ

ขณะที่มูฮำมัดเสริมว่า แต่ละย่างก้าวในการเดินทางของเครือข่ายฟุตบริดจ์ เราจะไม่มีการบังคับว่า ศิลปินคนใดหรือประเทศสมาชิกใดต้องเข้าร่วม โดยให้ขึ้นอยู่กับความพร้อมเป็นหลัก ใครไม่พร้อมก็สามารถหยุดพักก่อนได้ ดังนั้นการจัดแสดงงานศิลป์แต่ละครั้ง จำนวนสมาชิกอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ เรื่องนี้ไม่ถือเป็นสิ่งสำคัญของกลุ่มเรา

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ถือว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญของเครือข่ายฟุตบริดจ์ก็คือ นอกจากความพยายามที่จะเติมเต็มพลังสร้างงานศิลป์ให้แก่กันและกันแล้ว แต่ละคนยังควรที่จะดึงศิลปินเข้ามาเติมให้กับกลุ่มด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เครือข่ายได้ขยายไปยังทุกมุมโลกใบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us