TPIPL มั่นใจศักยภาพด้านการผลิต รองรับความต้องการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เติบโตโดยเฉพาะภาคอสังหาฯ
มั่นใจยอดขายปีนี้ทะลุ 8.5 ล้านตัน โดยหันมาขายในประเทศเพิ่มขึ้น
นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด(มหาชน)
(TPIPL) เปิดเผยว่า จากการประเมินอัตราขยายตัว GDP ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ที่มีถึง
5.8% และการขยายตัวขององค์ประกอบ GDP รวม ( Gross capital Fomation) ขยายตัวสูงเมื่อเทียบตัวแปรอื่น
ๆ คือ 8.6%
จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้ประเมินภาวะตลาดปูนซีเมนต์ที่จะโตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ
2 เท่า คือ 12% และหากรัฐต้องการให้ GDP โตที่ 8% ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็น
16% ตามสัดส่วน
ขณะนี้ความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ทั้งประเทศมีการส่งออกลดลงเหลือเพียง
7-8 ล้านตันต่อปีของทั้งระบบ ส่วนตลาดในประเทศความต้องการลดลงเหลือเพียง 27 ล้านตัน
รวมกำลังการผลิตจริง 35 ล้านตัน
สำหรับปีนี้ TPI-PL ได้วางเป้ายอดขายปูนซีเมนต์ในประเทศไว้ 6-7 ล้านตัน เพิ่มจากปีก่อนที่มียอดขาย
4.5-5 ล้านตัน และวางเป้าขายต่างประเทศประมาณ 1.5 ล้านตัน โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐฯ
ยุโรป ตะวันออกกลาง และบรูไน
โดยปี 2547 บริษัทคาดว่าลดการส่งออกลง โดยส่งออกไม่เกิน 1 ล้านตัน และหันมาขายในประเทศเพิ่มขึ้น
ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น
เนื่องจากราคาขายในประเทศสูงกว่า นายประชัย กล่าวเพิ่มว่าในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น
เป็นการส่งผลดีต่อความต้องการใช้ปูนซีเมนต์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมองว่าไม่น่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ เพราะเศรษฐกิจโตจากฐานเล็กไม่ได้ โตมาจากฐานที่สูงเกินไป
"ในอดีตเขากล่าวหาว่าเราเป็นฟองสบู่เพราะเศรษฐกิจเราโตเร็ว แต่ในช่วงก่อนวิกฤตประเทศเราอยู่ในภาวะขาดดุล
เนื่องจากมีการนำเข้าเครื่องจักรจำนวนมาก และมีการส่งออกน้อยกว่าปริมาณนำเข้าเครื่องจักร
ดังนั้นการใช้คำว่าฟองสบู่ในปัจจุบันเทียบกับปีก่อนวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ คงต้องดูจากความแข็งแกร่งของประเทศด้วย และหนี้รวมทั้งดอกเบี้ยเงินฝากเราก็ต่ำมาก โครงการทั้งภาครัฐและเอกชนมีมากขึ้น
ทำให้เกิดการจ้างงานแน่นอน" นายประชัยกล่าว
เมื่อภาครัฐมีนโยบายการใช้จ่าย และภาคเอกชนขยายตัว ทำให้ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นแน่นอน
ศักยภาพในการขยายกำลังการผลิตของ TPIPL สามารถรองรับภาวะตลาดที่ ขยายตัวตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือภาคการขยายตัวของเอกชนอื่นๆ เนื่องจากปัจจุบัน
TPIPL มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 9 ล้านตัน และพร้อมจะขยายกำลังการผลิตให้สูงถึง 12
ล้านตัน