|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ศศิธารา ควงแขนเอกชนกลุ่มเฟสต้า ลุยทำตลาดต่างประเทศ งัดกลยุทธ์การเจรจาแบบจีทูจี โดยมีงานแข่งขันกีฬาเป็นใบเบิกทางนำร่องให้เอกชนสวมต่อ ประเดิมเอเชี่ยนเกมส์ เมืองกวางตุ้ง โกยนักท่องเที่ยวจีน ก่อนบุกงานบอลโลก และโอลิมปิก มั่นใจ 5 ปี นักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 20 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 8 แสนล้านบาท ตอกหน้าททท.แค่เดินสายทำตลาด
น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวได้ทำข้อตกลงกับการท่องเที่ยวมณฑลกวางตุ้ง เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันในระยะ 3 ปี ประเด็นหลักของข้อตกลง ประกอบด้วย 1.ให้ใช้โอกาสที่มณฑลกว้างตุ้งเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ในปีหน้า(2553) เป็นปีเริ่มต้นที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวนับต่อไปถึงปี 2555
2.ให้ภาคเอกชนที่เป็นสมาคมท่องเที่ยวของไทย และกว้างตุ้ง จัดแฟมทริป เชิญ ผู้ประกอบการทัวร์ เดินทางไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว จากไทยไปกวางตุ้ง และจากกวางตุ้งมาไทย ในส่วนของประเทศไทย ได้มอบหมายให้ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว(ทีทีเอเอ)ซึ่งเป็นทัวร์เอาต์บาวนด์ และสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว(แอตต้า) ซึ่งเป็นทัวร์อินน์บาวนด์เป็นหน่วยงานหลักของการติดต่อประสานงานกับทางการท่องเที่ยวกวางตุ้ง ที่จะดำเนินงานโครงการนี้ไปตลอด 3 ปี โดยจะต้องเปิดกว้างให้บริษัทนำเที่ยวทั้งที่เป็นสมาชิกและที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเข้าร่วมโครงการนี้คาดว่าในเดือนมี.ค.ปีหน้า ฝ่ายไทยจะเริ่มจัดแฟมทริปเชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวราว 100-200 รายไปกวางตุ้ง
ขณะเดียวกันก็ขอให้มณฑลกวางตุ้งตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวคนไทยที่จะเดินทางไปชมแข่งกีฬาเอเชียนเกมส์ และให้ ทีทีเอเอ เป็นตัวแทนขายบัตรเข้าชมเอเชียนเกมส์ จำหน่ายคู่กับแพกเกจทัวร์ที่จัดทำด้วย
3. ให้ผู้ประกอบการทัวร์ไทยและกวางตุ้ง จัดโปรแกรมท่องเที่ยวะหว่างหว่างกัน ในช่วง ก่อน ระหว่างและหลังการแข่งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และ4 หากมีประเด็นอื่นๆที่เหมาะสมในระหว่าง 3 ปีของข้อสัญญาที่จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายให้หารือและดำเนินการได้ทันที อย่างไรก็ตาม จากทั้งหมดที่กล่าวมามีข้อแม้ว่า ทั้งฝ่ายไทย และกวางตุ้งจะต้องจัดทัวร์คุณภาพรวมถึงดูแลด้านความปลอดภัย การอำนายความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
“มั่นใจว่าจากข้อตกลงดังกล่าวจะได้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เพราะ กวางตุ้งกับไทย มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เพราะมีญาติมิตรไปมาหาสู่กันก็มาก โดยปีที่ผ่านมา ไทยเดินทางไปกวางตุ้ง 2.4 แสนคน กวางตุ้งมาไทย 2.3 แสนคน แต่เมื่อมีโครงการนี้เพิ่มนักท่องเที่ยวระหว่างกันได้มากกว่าเท่าตัว “
เดินกลยุทธ์ใช้กีฬาบุกท่องเที่ยว
น.ส.ศศิธารา กล่าวอีกว่า จากนี้ไป กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะเน้นให้ท่องเที่ยวและกีฬาสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ โดยจะใช้งานด้านกีฬาเป็นตัวเชื่อมโยงสนับสนุนการท่องเที่ยวให้ชัดเจนขึ้นโดยจะใช้การเจรจาระหว่างรัฐกับรัฐ(G to G ) เป็นตัวเบิกทางให้แก่ภาคเอกชนท่องเที่ยว ซึ่งทุกครั้งที่มีการเจรจาหรือทำสข้อตกลงจะมอบหมายให้ฝ่ายเอกชนเข้าไปดูแลเพราะมีความชำนาญด้านการจัดทัวร์ ซึ่งนอกจากเอเชี่ยนเกมส์แล้ว ยังมีแผนขยายความร่วมมือรูปแบบนี้ไปจับมือประเทศอื่น ที่เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬา
ล่าสุดได้เจรจากับฟีฟ่า ผู้จัดแข่งขันฟุตบอลโลก ที่แอฟริกาใต้ กลางปี 53 และเจรจากับผู้จัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษซึ่งจะมีขึ้นในปี 2555 ด้วย ทุกข้อตกลงเพื่อสร้างการรับรู้ประเทศไทย การจัดแฟมทริป และจัดแพกเกจทัวร์ท่องเที่ยว
หารือรพ.เอกชนโกยเมดิคัลทัวร์จากอาหรับ
นอกจากนั้นยังหารือกับเลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก(WTO) ซึ่งเป็นคนจากภูมิภาคอาหรับ ในประเด็นเมดิคัลทัวริสซึ่ม ซึ่งอาหรับหรือตะวันออกกลางเป็นตลาดใหญ่ของประเทศไทย และยังสอดคล้องกับแผนกระตุ้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีรัศมีเดินทางใกล้การเจรจาได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ประเทศจากตะวันออกกลางสนับสนุนให้ประชากรเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยโดยสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากรัฐสวัสดิการได้ ซึ่งเร็วนี้อาจมีโอกาสได้เจรจาแบบ G to G ถึงปัญหาข้อติดขัดที่จะจะปรับปรุงให้ได้ เพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯะหารือกับกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน อาทิ บำรุงราษฎร์ ปิยะเวช กรุงเทพ และสมาคมท่องเที่ยวของไทย เพื่อจัดกลยุทธ์ด้านการบริการ และจะเจรจากับรัฐบาลของประเทศในตะวันออกกลาง ขอให้พิจารณาให้สวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หากเข้ามารับการรักษาที่ประเทศไทย ซึ่งตลาดนี้ต่อปีมีมูลค่ามหาศาล
กลุ่มเฟสต้าตบเท้าซบก.ท่องเที่ยวเปิดตลาดทัวร์
ทางด้านนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว(ทีทีเอเอ),โฆษกเฟสต้า และนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวสัมพันธื ไทย-จีน และนายอภิชาต สังฆอารี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ แอตต้า กล่าวร่วมกันว่า แนวคิดการร่วมมือกับแบบG to G จะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเติบโตได้ดีโดยมั่นใจว่าหากกระทรวงการท่องเที่ยวใช้โมเดลแบบนี้ทำการตลาดเชิงรุก ภายใน 5 ปี จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 20 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 8 แสนล้านบาท ขณะที่ความร่วมมือไทย-กวางตุ้ง ภายใน 3 ปีนี้ จะผลักดันให้มีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้ามาประเทศไทยได้ถึง 1.5 ล้านคน จากปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยว ราว 8 แสนคน ขณะที่ปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1.2 ล้านคนได้แน่นอน
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญคือสถานการณ์ทางการเมืองของไทยต้องนิ่ง ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นเหมือนเมื่อเม.ย.ที่ผ่านมา โดยภาคเอกชน ยินดีที่จะจัดทัวร์คุณภาพ ช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ และต้องการให้ภาครัฐทั้งคู่ช่วยดูเรื่องการเดินทางว่ามีจำนวนที่นั่งของสายการบินให้เพียงพอกับดีมานด์ที่จะเพิ่มขึ้น
“ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็เปิดให้เอกชนเข้าไปร่วมงานในต่างประเทศด้วย แต่ไม่ได้เป็นเชิงลึกแบบนี้ เน้นคุยกับเอกชน และจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากกว่า ซึ่งมองว่า แนวคิดของกระทรวงการท่องเที่ยวจะเห็นเป็นรูปธรรมเร็วและใช้งบน้อยกว่า ททท.ด้วย” นายอภิชาตกล่าว
ทัวร์กวางตุ้งยินดีเที่ยวไทย
ด้านนายหลี่ จินเหมา อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวมณฑลกวางตุ้ง กล่าวว่า คนจีนในมณฑลกวางตุ้งที่เดินทางไปต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะเลือกไปประเทศไทย เพราะรู้สึกผูกพันธ์ แต่ปีนี้ยอมรับว่าการเมืองของไทยทำให้ชาวกวางตุ้นชะลอการเดินทาง ล่าสุดก็รู้สึดกังวลกับปัญหาไทย-กัมพูชาเช่นกัน แต่ปีอื่นๆที่ผ่านมา ชาวกวางตุ้งเดินทางไปประเทศไทยคิดเป็น 40%ของนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งประเทศ โดยกวางตุ้งมีประชากรกว่า 95 ล้านคน มีGDP 4.5 พันเหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี จึงเป็นมณฑลเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูง
|
|
 |
|
|