Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์2 พฤศจิกายน 2552
แอสทีน่า รุกตลาดไฮเอนด์ เข็น iSlim เจาะตลาดภูธร             
 


   
search resources

Electric
แอสทีน่า (ประเทศไทย), บจก.




แอสทีน่า แบรนด์เครื่องไฟฟ้าของไทย ประกาศเทียบชั้นแบรนด์เนม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ส่งเครื่องซักผ้าฝาหน้า ไททัน ซึ่งเป็นแบรนด์จากยุโรปเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย โดยวางตำแหน่งที่ระดับพรีเมียม นอกจากนี้ยังส่งเครื่องทำน้ำอุ่นภายใต้แบรนด์แอสทีน่า iSlim เข้าสู่ตลาด ท้าชนแบรนด์ญี่ปุ่น ล่าสุดส่งเครื่องทำน้ำอุ่น แอสทีน่า iSlim Max 5,000 วัตต์ รุกตลาดต่างจังหวัดที่มีอากาศหนาวโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีรีสอร์ต โรงแรม และที่พักมากมาย ที่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ทั้งนี้ ในการวางตำแหน่งที่ระดับพรีเมียม แอสทีน่า ได้ใช้นวัตกรรมในการทำเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย Ceramic Heating Technology ซึ่งทำให้สามารถดีไซน์ตัวเครื่องให้มีขนาดบางเพียง 45 มิลลิเมตรเท่านั้น ในขณะที่เครื่องทำน้ำอุ่นทั่วไปใช้ระบบหม้อทองแดงทำน้ำให้อุ่น ซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีความหนาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8 เซนติเมตร ทำให้ตัวเครื่องมีความเทอะทะ โดยแอสทีน่าวางระดับราคาเทียบเท่าแบรนด์ญี่ปุ่น แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากกว่า

ขณะที่ชาร์ปส่งเครื่องทำน้ำอุ่น ออนเซน รุ่นใหม่ ขนาด 6,000 วัตต์ พร้อมด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่นเก่ารวมกว่า 20 รุ่น แบ่งเป็น รุ่นอีโคโนมี รุ่นสแตนดาร์ด รุ่นอิเล็กทรอนิกส์ และรุ่นดิจิเทมป์ ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาด

ส่วนพานาโซนิคซึ่งเป็นผู้นำตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น มีเครื่องทำน้ำอุ่น iPlus Evolution Slim & Tall Design ที่ลดความกว้างลง 40% เพื่อประหยัดพื้นที่ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้น ซึ่งมีพื้นที่จำกัด จึงต้องการสินค้าที่มีขนาดกะทัดรัดในการตอบสนองความต้องการดังกล่าว นอกจากนี้พานาโซนิคยังมีเครื่องทำน้ำอุ่นหลายขนาด ตั้งแต่ 3,500-10,000 วัตต์ โดยเฉพาะรุ่น DH-10BM1T 10,000 วัตต์ ซึ่งสามารถกระจายน้ำไปสู่จุดต่างๆในบ้านได้หลายจุดด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นเพียงตัวเดียว

การก้าวสู่ความเป็นพรีเมียมแบรนด์ จำเป็นจะต้องมีการสร้างประสบการณ์หรือเอ็ดดูเคตให้ผู้บริโภคได้สัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้นแอสทีน่าจึงเน้นช่องทางโมเดิร์นเทรดที่เป็นสเปเชียลตี้สโตร์มากกว่าดิสเคานต์สโตร์ เนื่องจากช่องทางหลักถูกจำกัดพื้นที่ในการดิสเพลย์ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นแอสทีน่าจึงโฟกัสไปที่ เพาเวอร์บาย, เพาเวอร์ มอลล์, โฮมเวิร์ค, โฮมโปร และยังมีแผนที่จะขยายไปสู่ช่องทางร้านสุขภัณฑ์ระดับพรีเมียมในอนาคต ขณะที่แบรนด์อื่นๆ อาศัยชื่อเสียง และโมเดลที่มีอยู่มากมาย ทำให้สามารถขยายไปสู่ช่องทางต่างๆได้อย่างทั่วถึงกว่า ไม่ว่าจะเป็นร้านดีลเลอร์ ดิสเคานต์สโตร์ และสเปเชียลตี้สโตร์ต่างๆ

อย่างไรก็ดีเนื่องจากดิสเคานต์สโตร์เป็นช่องทางจำหน่ายที่สำคัญในตลาดแมส ดังนั้นในปีนี้แอสทีน่าจึงขยายช่องทางต่างๆให้ครอบคลุม แต่เนื่องจากบริษัทใช้กลยุทธ์ One Price Policy ทำให้ต้องมีการพัฒนาสินค้าเฉพาะสำหรับช่องทางดิสเคานต์สโตร์ เพื่อป้องกันการทำสงครามราคาของตัวแทนจำหน่ายซึ่งจะทำให้ระบบราคาในตลาดปั่นป่วน โดยยังคงใช้แบรนด์แอสทีน่า

แอสทีน่าตั้งเป้ายอดขายเครื่องทำน้ำอุ่นในปีนี้ไว้ที่ 40,000 เครื่อง โดย 30% เป็นรายได้จากการผลิตเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟให้กับดิสเคานต์สโตร์ต่างๆ ส่วน 70% ที่เหลือเป็นรายได้จากช่องทางปรกติ รวมถึงตลาดโครงการ โดยปัจจุบันตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นในเมืองไทยมีปริมาณความต้องการอยู่ที่ 500,000 เครื่อง

อย่างไรก็ดีเนื่องจากอัตราการถือครองเครื่องทำน้ำอุ่นในเมืองไทยยังมีไม่ถึง 30% ของครัวเรือนไทย ทำให้ตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศเมืองร้อน แต่เนื่องจากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ส่วนใหญ่มีการติดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งส่งผลให้น้ำในห้องน้ำมีอุณหภูมิต่ำ ดังนั้นจึงมักมีการติดเครื่องทำน้ำอุ่นในบ้านที่มีการติดเครื่องปรับอากาศด้วย

รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆที่เกิดขึ้น มักพ่วงเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำอุ่นให้ผู้บริโภค ทำให้ตลาดมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก หากเครื่องทำน้ำอุ่นสามารถเกาะติดไปกับตลาดเครื่องปรับอากาศได้จะสามารถขยายตลาดได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากอัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศมากกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีการเติบโตมาก ซึ่งปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 100,000 ยูนิต และยังมีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์หรูอีกกว่า 10,000 ยูนิต ซึ่งเป็นโอกาสทั้งการขยายฐานลูกค้าใหม่และการรีเพลสเมนต์ตลาดเก่า

นอกจากนี้ยังมีการปรับฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อให้ฉีกข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล ด้วยการตอบสนองต่อกระแสการดูแลสุขภาพด้วยแรงดันน้ำที่ระดับต่างๆ และการปรับอุณหภูมิเพื่อให้การอาบน้ำอุ่นเป็นเสมือนการดูแลสุขภาพไปในตัว การทำหัวฝักบัวให้เป็นเสมือนที่นวดตัว ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us