|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บิ๊กบัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ฯ เผยปลายปีตลาดแข่งดุ อสังหาฯแห่ทำตลาดแข่งปั้นยอด เร่งโอนบ้าน ก่อนหมดมาตรการ หวั่นปี53รัฐบาลไม่ต่ออายุ ส่งผลต้นทุนบ้านปรับขึ้น6-7% อย่างต่ำ พร้อมกางแผนรับมือ เน้นคัดโครงการคุณภาพขายลูกค้าราคาเหมาะสม เน้นบริหารงานรัดกุม
นายไพโรจน์ สุขจั่น ประธานกรรมการบริหาร บริษัทบัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอสังหาฯแทบทุกรา ยเริ่มทำการตลาดอย่างหนัก เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลว่าในปี53นั้น รัฐบาลจะไม่ต่ออายุมาตรการอสังหาฯออกไปอีก เพราะรัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลงจากปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งยอดขายและโอนบ้านให้ลูกค้าก่อนที่มาตรการจะหมดอายุลงในเดือนมี.ค.53นี้ ซึ่งรัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการอสังหาฯในปีน้า จะส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการต่างๆ ปรับสูงขึ้น และจะส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นอีกอย่างน้อย 6-7%
ดั้งนั้น แม้ว่าแนวโน้มตลาดอสังหาฯจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองที่ลดอุณหภูมิลดลง จนช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ ให้เริ่มจะทยอยกลับเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น รวมถึงการกลับมาทำตลาดอสังหาฯของกลุ่มผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาจากวิกฤติในปี 40 จะส่งผลดีแก่บริษัทฯ ให้มีโอกาสจะรับงานเพิ่มขึ้น แต่บริษัทก็ต้องดำเนินธุรกิจอย่างรอบครอบและระมัดระวังอย่างมาก
โดยในปี53นั้น บริษัทกำหนดแผนและนโยบายการดำเนินงาน ซึ่งเน้นการจับร่วมมือกับผู้ประกอบการโครงการและร่วมมือกับพันธมิตรให้มากขึ้น และจะไม่แตกไลน์ธุรกิจใหม่เพิ่ม ในขณะที่การกำหนดเป้ายอดขายจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาด และเป็นการปรับตัวตามสถานการณ์ และหากสถานการณ์ดีขึ้นชัดเจนแล้วบริษัทอาจจะปรับเป้าขึ้นไปเท่ากับเป้าเดิมของปีนี้คือ 2,500ล้านบาท
“ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถือสถานการณ์การเมือง และการทำงานของรัฐบาล รวมถึงโครงการไทยเข้มแข็งที่รัฐบาลออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะทยอยออกมาให้เห็นในปีหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรการอสังหาฯซึ่งต้องจับตาให้ดีว่าจะมีการต่ออายุหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าหากรัฐบาลไม่ต่ออายุก็จะส่งผลกับการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างมาก’
นายไพโรจน์กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯสามารถทำยอดขายได้ 1,900 ล้านบาท และคาดว่าในสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายรวมได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ทั้งปี 2,500 ล้านบาท
“ปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามากระทบตลาดอสังหาฯทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง ทำให้ตัวเลขยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้บริษัทจะมียอดขายหลุดเป้าประมาณ 10% อย่างไรก็ตามแม้ว่ายอดขายในปีนี้จะหลุดเป้าไป แต่กลุ่มบัวทองยังโชคดีที่บริษัทบัวทองแลนด์ สามารถสร้างรายได้เข้ามาอย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้วันนี้ ยังมีสภาพคล่องที่ดี ”
อย่างไรก็ตามแม้ว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องที่ดี แต่ในธุรกิจบริหารการขายในปีนี้ยังต้องดำเนินการอย่างรัดกุม โดยบริษัทฯจะเน้นการคัดคุณภาพของโครงการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคาบ้าน และคุณภาพบ้าน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ บริษัทฯ มีโครงการที่บริหารการขายลงไปด้วย โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการบริหารการขายในมือ 40 โครงการ ซึ่งลดลงไปกว่า20 โครงการเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ที่มีโครงการให้บริหารการขายในพอร์ตต่อปีกว่า 60โครงการ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ลดลง และบริษัทเองก็เน้นการคัดเลือกโครงการที่จะเข้าไปบริหารการขายให้ด้วย
|
|
 |
|
|