Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน21 ตุลาคม 2552
กำไรแบงก์Q3กระเตื้อง แบงก์ใหญ่นำ-ผลเร่งโกยค่าฟี             
 


   
search resources

Banking and Finance




ภาพรวมกำไรแบงก์ไตรมาส 3 กระเตื้อง นำโดยแบงก์ขนาดใหญ่ "BBL-KTB-SCB" ช่วยดันทั้งระบบ ส่วน CIMBT ยังวูบ แต่ยังหวังไตรมาส 4 ล้างขาดทุนสะสมที่เหลือ 40 ล้านบาทได้ และปีนี้พลิกกลับมากำไรได้ หลังขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB)แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ถึงผลการดำเนินงวดไตรมาส 3 ปี 2552 ว่า มีกำไรสุทธิจำนวน 4,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 367 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมงวด 9 เดือนแรกของปีมีกำไรสุทธิรวม 9,472 ล้านบาท ลดลง 468 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.7

ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเท่ากับ 11,220 ล้านบาท ลดลง 716 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 6.00 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลลดลง โดยอัตราผลตอบแทน (NIM)เท่ากับร้อยละ 3.20 ลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2551 ที่อยู่ในระดับร้อยละ 3.70 ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ปี 2552 เท่ากับ 3,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,358 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 172.12 จากไตรมาส 3 ปี 2551 โดยธนาคารมีรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการในไตรมาส 3/2552 เท่ากับ 2,702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 670 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32.97 จากไตรมาส 3 ปี 2551

ส่วนยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารเท่ากับ 1,047,704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,206 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.50 จากสิ้นปี 51 มีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs)ณ 30 กันยายน 2552 จำนวน 90,088 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 4,640 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.43 จาก ณ 31 ธันวาคม 2551 อย่างไรก็ดี สัดส่วน NPLs (gross) ลดลงจากร้อยละ 7.68 ณ 31 ธันวาคม 2551 เป็นร้อยละ 7.33 ณ 30 กันยายน 2552 และสัดส่วน NPLs (net) ลดลงจากร้อยละ 5.42 ณ 31 ธันวาคม 2551 เป็นร้อยละ 4.95 ณ 30 กันยายน 2552 และมีเงินกองทุน ร้อยละ 16.04 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 8.50 ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

SCB-BAYแจ่มค่าฟีดันกำไรเพิ่ม

ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2552 มีกำไรสุทธิจำนวน 5.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551 ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการ ที่ปรับตัวดีขึ้นมาจาก รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30.1 จากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.7 ณ สิ้นกันยายน 2552 จากร้อยละ 5.2 ในปี 2551

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลประกอบการที่ดีของธนาคารแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และธนาคารมีความพร้อมที่จะเข้าสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากนี้ไปด้วยการมีเงินกองทุน ผลกำไรสุทธิ และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นในระดับสูง มีมูลค่าตลาดรวมสูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มสถาบันการเงินของประเทศ

ทั้งนี้ ผลกำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นของธนาคารนั้น ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะจากธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจ Bancassurance และผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 3 อยู่ที่ 4,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 เทียบกับไตรมาส 3 ปี 2551ขณะที่ธนาคารสามารถควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการลงทุนขยายเครือข่ายและลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจเพื่อรองรับเศรษฐกิจฟื้นตัวในปี 2553 โดยค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 3 อยู่ที่ 8,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1.4 เทียบกับไตรมาส 3 ปี 2551 และในส่วนของหนี้เอ็นพีแอล ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 52 อยู่ที่ร้อยละ 4.7ลดลงจากร้อยละ 5.2 ในช่วงเวลาเดียวกันปี 2551 และอยู่ในระดับเดียวกันกับสินเชื่อ ด้อยคุณภาพ ณ สิ้นมิถุนายน 2552


ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2552 มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมจำนวน 2,176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อน โดยธนาคารและบริษัทในเครือมีกำไรจากการดำเนินงานรวม 5,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% และ 15% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2551 และไตรมาส 2 ปี 2552 ตามลำดับ

โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ได้แก่ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 135% โดยค่าธรรมเนียมจากบริการเพิ่มขึ้น 15% และในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้น 2% ถึงแม้ว่ายอดสินเชื่อรวมจะทรงตัวอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2552 ธนาคารมีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมจำนวน 4,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 55% รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพียง 7%

นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารพอใจกับผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว ธนาคารสามารถรายงานผลประกอบการที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หรือเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ความพยายามของเราที่จะสร้างผลตอบแทนจากโอกาสการเติบโตจากภายนอก ด้วยการเข้าซื้อกิจการได้ช่วยเสริมให้เราสามารถรายงานผลประกอบการที่เป็นไปตามเป้าหมายปี 2552 ที่วางไว้”

CIMBTวูบ54%-หวังQ4ล้างขาดทุนหมด

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ผลประกอบการของธนาคารมีการเติบโตผลกำไรสุทธิ 461 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3 ของปี 2552 ลดลง 549 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1และไตรมาส 2 ที่มีการติดลบโดยรวมอยู่ที่ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเติบโตของรายได้ไตรมาสเทียบไตรมาส 8.4% เป็นจำนวน 1,940 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวถึง 18.9% ส่วนสินเชื่อรวมของกลุ่มลดลง 2.8% ตามสภาพเศรษฐกิจของไทยที่ชะลอตัว รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ขณะที่หนี้ด้อยคุณภาพไตรมาสเทียบไตรมาสลดลง 2.9% แต่สัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพสุทธิยังเพิ่มจาก 7.9% ในไตรมาสที่ 2 เป็น 8.6% เนื่องจากกลุ่มมีลูกหนี้เก่าและมีการให้สินเชื่อในจำนวนน้อยคอยถ่วงอยู่ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 6.7% และ 13.2% ตามลำดับ ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 ซึ่งเกินเกณฑ์กำหนดของธปท.

อย่างไรก็ตาม ธนาคารคาดการณ์ว่าในไตรมาส 4 ของปี 2552 นี้จะสามารถล้างขาดทุนสะสมได้ทั้งหมด โดยเฉพาะขณะนี้ที่ตัวเลขการขาดทุนสะสมเหลือประมาณ 40 ล้านบาท และมั่นใจว่าธนาคารจะสามารถถึงเป้าหมายจุดคุ้มทุนที่ตั้งไว้ได้ในปี 2552 นี้ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพเพื่อทำเป้าหมายในปี 2553 ให้สำเร็จด้วยเช่นกัน หลังจากที่ธนาคารได้ขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี ซึ่งเป็นการขาดทุนจากการกันสำรองหนี้จัดชั้น

นอกจากนี้ในส่วนของการเติบโตสินเชื่อรวมของธนาคาร ก็ยอมรับว่าได้มีการทบทวนเป้าหมายลดลงจากเดิมตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 15 % แต่เมื่อสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวลงทำให้เป้าหมายการเติบโตสินเชื่อรวมของธนาคารในปีนี้อยู่ที่ 1% ซึ่งจะเป็นในกรณีที่ดีที่สุด โดยจากฐานสินเชื่อของธนาคารไตรมาส 3 อยู่ที่ 73,000 ล้านบาท ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 84,200 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ เทียบกับปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 83,660 ล้านบาท แต่ถ้าในกรณีเลวร้ายที่สุดสินเชื่อรวมของธนาคารในปีนี้จะอยู่ที่ 74,000-75,000 ล้านบาท

ธนาคารสินเอเซีย จำกัด (มหาชน)(ACL)แจ้งว่า ในไตรมาส 3 ปี 2552 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 80 รวมงวด 9 เดือนแรกของปี 2552 มีกำไรสุทธิ 449 ล้านบาท 128 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 39.87 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ กำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์โดยรวมทั้ง 11 แห่งได้แก่BL,KTB,KBANK,SCB,TMB,BAY,TCAP,CIMBT,KK,TISCO และ ACL มีจำนวน 23,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,564 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us