|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เคทีซีเร่งขยายสาขาเคทีซี ทัช เพิ่มเป็น 41 สาขาสิ้นปีนี้ ส่วนปีหน้าเพิ่มอีก 4 สาขาเป็น 45 สาขา ขยายช่องทางเพิ่มจำนวนผ่านพนักงาน พร้อมเตรียมแผนขายประกันผ่านทางศูนย์บริการต่างๆ ในเครือ เคทีซี ทัช จากเดิมที่จะใช้วิธีการขายทางเทเลเซล เผยอยู่ระหว่างดูข้อบังคับกฎหมายในการขอไลเซ่นท์ให้ผู้ที่จะเสนอจำหน่าย คาดจะสามารถขายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้
นายปิยศักดิ์ เตชะเสน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายช่องทางจัดจำหน่าย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ในการทำธุรกิจที่ผ่านมา บริษัทมีอยู่ 3 ช่องทางในการขยายฐานลูกค้า อย่างแรก คือ เอาท์ซอร์ส (การจัดจ้างบริษัทหรือบุคคลภายนอก) ซึ่งพบว่ามีสัดส่วนมากถึง 60-70% อย่างที่สอง คือ ขายผ่านธนาคาร โดยในขณะนี้มีการขายผ่าน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) และ ธนาคารออมสิน (GSB) ประมาณ 20-25% ส่วนช่องทางสุดท้าย คือ การขายผ่านสาขาของเคทีซีเอง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ถือว่าประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะมาชำระเงินเท่านั้น โดยในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะให้สาขาดำเนินธุรกิจให้มากกว่านี้
“เอาท์ซอร์สมีสัดส่วน 60-70% นับว่าเป็นตัวหลักของเราเลยทีเดียว ซึ่งผลตอบแทนที่เราให้กับเขาจะอยู่ที่ 600-1,000 บาทต่อลูกค้า 1 รายที่ได้รับการอนุมัติ โดยถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระบบที่มีเฉลี่ยอยู่ประมาณนี้ ประกอบกับข้อเสนออย่างอื่นที่เรามอบให้เขาก็ไม่ได้ดูด้อยไปกว่ารายอื่นเลย จึงเชื่อว่าทางช่องทางนี้ยังจะสามารถขยายฐานลูกค้าให้เติบโตมากขึ้นได้อยู่” นายปิยศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ เคทีซีได้เปิดศูนย์บริการลูกค้าแห่งใหม่ “เคทีซี ทัช ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ” ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งได้ออกแบบศูนย์บริการแห่งนี้ให้มีความสวยงามทันสมัยและสามารถอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่เป็นข้าราชการและประชาชนผู้มาติดต่อกับหน่วยงานราชการภายในศูนย์ โดยเบื้องต้นบริษัทประมาณไว้ที่ 1.5 หมื่นคนต่อวัน
อย่างไรก็ตาม เคทีซียังมีแผนขยายศูนย์บริการที่ครบวงจรนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของสมาชิกเคทีซีทั่วประเทศ โดยปัจจุบันเคทีซีมีศูนย์บริการลูกค้าเคทีซี ทัช รวมทั้งสิ้น 38 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯและปริมณฑลจำนวน 34 สาขา และ ภูมิภาค 4 สาขา อีกทั้ง มีแผนที่จะขยายศูนย์บริการ เคทีซี ทัช ในสิ้นปีนี้เพิ่มอีก 2-3 สาขารวมเป็น 41 สาขา โดยแผนในปี 2553 คาดว่าจะขยายเพิ่มอีก 4 สาขาเป็น 45 สาขาตามห้างสรรพสินค้าต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเคทีซีต้องการหาลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นและรักษากลุ่มฐานลูกค้าเดิม
“เรามีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก แต่ต้องดูเรื่องพื้นที่ด้วย เรื่องงบเรามีพอสมควร ซึ่งต้องอยู่ในกรอบที่ว่า 8,000-10,000 บาท/ตารางเมตร และสาขาต่างๆเราออกแบบให้แยกชิ้นส่วนไปใช้ที่อื่นได้หมด โดยทำให้เราลงงบต่างๆไปกับทางเทคนิคมากกว่า ซึ่งในปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 3-5 สาขา โดยเฉพาะในห้างใหม่โซนบางนา เกษตรนวมินทร์”นายปิยศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เคทีซีได้เตรียมแผนที่จะจัดจำหน่ายขายประกันผ่านทางศูนย์บริการต่างๆ ในเครือ เคทีซี ทัช จากเดิมที่จะใช้วิธีการขายประกันผ่านทางเทเลเซลล์มาระยะ 1-2 ปี ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการดูข้อบังคับกฎหมายในการขอไลเซ่นท์ให้ผู้ที่จะเสนอจำหน่าย โดยคาดว่าจะสามารถขายประกันผ่านศูนย์บริการได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ที่ศูนย์บริการสาขาเฉลิมพระเกียรติและที่สาขาอื่นๆอีกประมาณ 3-4 สาขาก่อน
“ตอนนี้ดูข้อบังคับกฎหมายหลายๆอย่างอยู่ จะขายประกันยังไงที่ไม่ให้กวนลูกค้า ซึ่งตั้งเป้าที่จะขายผ่านสาขาได้ในไตรมาส 4 แต่เฉพาะที่ศูนย์เฉลิมพระเกียรติและอีก 3-4 ที่ก่อน โดยตอนนี้เราดีลกับบริษัทกรุงไทยพาณิชย์ประกันภัย บริษัททิพยประกันภัย และบริษัทเอไอเอ ซึ่งต้องให้พวกเขาออกโปรโมชั่นออกมา เราถึงจะนำเสนอต่อไป โดยในอนาคตจะมีการดีลกับที่อื่นอีกหรือไม่นั้น ก็ต้องประเมินให้เราได้ผลประโยชน์ทั้งคู่ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นแบบนอนไลฟ์เป็นหลัก โดยฐานลูกค้าเคทีซีที่ทำประกันภัยมีอยู่พอสมควร แต่ก็มองว่ายังมีช่องทางเติบโตได้อีก”นายปิยศักดิ์ กล่าว
สำหรับแนวโน้มการแข่งขันของช่องทางการจำหน่ายในธุรกิจสิ้นปีนี้และปีหน้านั้น นายปิยศักดิ์ กล่าวว่าบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปรุกตลาดการแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในแง่ของภาวะตลาดในปัจจุบันทุกแห่งพยายามที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยเคทีซีเน้นดูแลลูกค้าเดิมเป็นหลักจึงไม่ได้มองว่าจะต้องได้จำนวนบัตรเพิ่มขึ้นกี่บัตร
“บริษัทเน้นที่จะหาลูกค้าที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณจำนวนบัตร ซึ่งในปีที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวการแข่งขันหาลูกค้าจึงค่อนข้างเงียบเหงา แต่ในการทำธุรกิจยังเชื่อว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้การแข่งขันจะกลับขึ้นมาดีขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว” นายปิยศักดิ์ กล่าว
|
|
 |
|
|