Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน24 กันยายน 2546
บัตรกรุงไทยมั่นใจปีหน้าโต30%หลังเพิ่มทุนขยายสินเชื่อส่วนบุคคล             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ฟิลลิป (ประเทศไทย), บล.
บัตรกรุงไทย, บมจ.
กรุงศรีอยุธยา ,บง
Credit Card




บัตรกรุงไทย เผยปีหน้าบริษัทเติบโต 30% หลังขยายสินเชื่อบุคคล พร้อมคาดการณ์ 1 ปี ยอดลูกค้าถึงแสนราย ชี้ตลาดบัตรเครดิตยังโตได้อีกมากปีหน้าทะลุล้านใบ ฐานการเงินแข็งหลังเพิ่มทุนอีกกว่า 3 พันล้านให้สิทธิผู้ถือเดิม 1 หุ้นต่อ 1.5 หุ้นใหม่ D/E ลดลงเหลือ 1.9 เท่า ขณะที่โบรกเกอร์เสียงแตกแนะนำทั้งซื้อลงทุน และขายหุ้นทิ้ง

นายนิวัตน์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตว่า ในปี 2547 บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการขยาย ตัวสูงกว่าปีนี้ โดยในปีนี้คาดจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 30%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้บริษัทมั่นใจว่าในปีหน้าจะมีอัตราการขยายตัวสูงกว่าปีนี้ สืบเนื่องจากในเดือนหน้าบริษัทจะออกสินเชื่อส่วนบุคคล และคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า พอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัทจะอยู่ที่ 30% ของพอร์ตรวม

ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทได้ออกสินเชื่อส่วนบุคคลไปแล้วคาดว่าใน 12 เดือนแรก จะมีฐานลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 100,000 ราย วงเงินที่ปล่อยกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 25,000 บาทต่อคน หรือจะทำให้พอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 21-25% โดยแบ่งอัตราดอกเบี้ยออกเป็น 3 ระดับตามความเสี่ยงของลูกค้า กลุ่มเป้าหมายคือ บุคคลที่มีรายได้ 7,500-15,000 บาทต่อเดือน ในช่วงเริ่มแรกเน้นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

ส่วนธุรกิจด้านบัตรเครดิตจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าในปีนี้จะมียอดบัตรเพิ่มอีก 250,000 บัตร จากสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 800,000 บัตร จำนวนผู้ถือบัตรในประเทศไทยเฉลี่ย 3 บัตรต่อ 1 คน ซึ่งน่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอีกเมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่มียอด 5.5 บัตร ต่อ 1 คน

ด้านฐานะทางการเงินจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้นภายหลังการเพิ่มทุนจาก 1,050 ล้านบาท เป็น 2,579 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 152.9 ล้านหุ้น เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1.5 หุ้นสามัญใหม่ ในราคาหุ้นละ 20 บาท ส่วนอีก 2.9 ล้านหุ้น จัดสรรเพื่อรองรับการปรับอัตราการใช้สิทธิแปลงสภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จัดสรรให้กับพนักงานและกรรมการบริษัท ซึ่งการเพิ่มทุนครั้งบริษัทจะไม่ทำการเพิ่มทุนอีกในระยะเวลา 2-3 ปี แต่ในด้านของการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาขยายธุรกิจนั้นยังมีอยู่

"การที่เลือกวิธีเพิ่มทุนเนื่องจากมองว่าจะได้ต้นทุนทางการเงินที่คงที่ สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าการกู้ยืมจากตลาดเงิน เพราะตลาดเงิน ทุกคนมองว่าดอกเบี้ยในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยน และที่สำคัญบริษัทใหญ่ที่เตรียมออกตราสารทางการเงินที่คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ได้เริ่มมีปัญหาเนื่องจากไม่สามารถขายในตลาดได้ เราจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องนี้มากและต้องมองระยะยาว และต้องปรับตัวก่อนให้เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอีก และการเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 5.58 เท่า มาเป็น 1.9 เท่า ทำให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง ในการระดมทุน หรือกู้ยืมครั้งหน้าก็จะทำได้ง่ายขึ้น"

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จำนวน 3,000 ล้านบาทนั้น เพื่อนำไปขยายธุรกิจ และรองรับการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลที่จะออกในเดือนหน้า สำหรับในสิ้นปีนี้คาดว่าพอร์ตรวมของบริษัทจะอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากในแต่ละเดือนยอดลูกหนี้คงค้างได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 400 ล้านบาทต่อเดือน

"ในปีหน้าเชื่อว่ายอดลูกหนี้คงค้างจะเพิ่มมากกว่านี้ เพราะมีพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลเข้ามาอีกในอนาคตอีกไม่เกิน 2 ปี สัดส่วนของพอร์ตสินเชื่อบุคคลจะเพิ่มเป็น 30% ของพอร์ต"

หลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินว่า บริษัทจะได้เงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้จำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจใหม่คือสินเชื่อส่วนบุคคลและ Asset Finance ซึ่งการประกาศเพิ่มทุนครั้งนี้อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ราคาหุ้นมีการปรับสูงขึ้น โดยราคาหุ้นที่เสนอขาย ที่ 20 บาท ต่ำกว่าราคาตลาด

ขณะเดียวกันราคาเสนอขายยังสูงกว่ามูลค่าบัญชีที่ 17.93 บาท ณ สิ้น ปี 2546 ทำให้มูลค่าบัญชีใหม่ไม่ถูก dilute สำหรับกำไรต่อหุ้นในปีนี้ถูก dilute จากจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 1 เท่าครึ่ง แต่มองว่าการเพิ่มทุนแทนการออกหุ้นกู้จะทำให้ไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยอีกทั้งฐานทุนที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้บริษัทสามารถกู้เพิ่มได้มากขึ้น ในอนาคต เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปี 2547 กำไรต่อหุ้นคง จะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง เนื่องคงเป็นไป ได้ยากที่บริษัทจะสามารถทำกำไรให้เติบโตได้ในอัตราจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น แต่บล.ฟิลลิปยังคงมีมุมมองเป็นบวกในระยะยาว โดยมองว่าอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง การเพิ่มทุนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด

ทั้งนี้มองราคาหุ้น KTC ควรซื้อขายอยู่ที่ราคาเฉลี่ยของค่าทั้งสองหรือ ที่ราว 38.60 บาท เปรียบเทียบกับราคา หาก XR เมื่อวานที่ 30.10 บาท โดยยังคงแนะนำให้ "ซื้อลงทุน"

บล.กรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่าได้ ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็นขาย จาก Dilution Effect ของ EPS ในการเพิ่มทุนครั้งนี้ที่สูงถึง 60% แม้ว่าประมาณการกำไรสุทธิปี 2547 จะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ถึง 67% แต่ไม่สามารถเอาชนะ DilutionEffect ที่เกิดขึ้นได้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us