Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน7 กันยายน 2552
ส่วนต่างราคาน้ำตาลเปิดช่องฟันกำไรชี้โอกาสซ้ำรอยปี’48หากใส่เกียร์ว่าง             
 


   
search resources

Agriculture
Food and Beverage




หลายฝ่ายมองปัญหาน้ำตาลในประเทศขาดแคลนซ้ำรอยปี’48 ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดหากบริหารจัดการไม่ดีพอหลังราคาโลกพุ่งสูงทำให้เกิดช่องว่างฟันกำไรส่วนต่างราคา ชี้ช่องทางน้ำตาลหายย ทั้งผู้ส่งออกหันมาซื้อในประเทศเพิ่ม รง.เรียกเงินใต้โต๊ะเพราะราคาส่งออกสูงกว่าหากไม่จ่ายก็ไม่ยอมปล่อยออก และลักลอบส่งออกตามชายแดน ด้าน”สอน.”กางน้ำตาลค้างกระดานโชว์ยันมีอื้อ จวกจะขาดก็เพราะสร้างกระแสคนแห่กักตุนย้อนถามพาณิชย์ปั่นราคาเพื่อใคร

นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ เลขาธิการสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวถึงปริมาณน้ำตาลทรายในประเทศเริ่มตึงตัวว่า มีความกังวลกับปัญหาดังกล่าวซึ่งจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปพิจารณาเร่งด่วนเนื่องจากยอมรับว่าราคาน้ำตาลทรายขาวตลาดต่างประเทศเริ่มกลับมาสูงกว่าในประเทศโดยตลาดโลกอยู่ที่กว่า 600 เหรียญสหรัฐต่อตันทำให้เป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาซ้ำรอยปี 2548 ที่น้ำตาลขาดตลาดดหากไม่มีระบบจัดการที่ดีพอ

“ ปัญหาส่วนหนึ่งคืออาจเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตเพื่อการส่งออกเริ่มหันมาซื้อน้ำตาลบริโภคในประเทศหรืออโควต้าก.แทนน้ำตาลทรายขาวเพื่อส่งออกหรือโควต้าค.เพราะราคาส่งออกเริ่มสูงกว่าราคาในประเทศ และหากราคาน้ำตาลตลาดโลกยังสูงขึ้นอีกถ้าแก้ไขไม่ได้ก็จะวุ่นแน่รัฐต้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน”นายกำธรกล่าว

กางตัวเลขค้างกระดานโชว์

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.)กล่าวว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศค้างกระดาน ณ วันที่ 30 ส.ค.อยู่ที่ 9.5 แสนกระสอบ และวันนี้(7ก.ย.)จะขึ้นงวดประมาณ 3.6 แสนกระสอบและยังค้างงจากปีก่อนอีก 1 ล้านกระสอบทำให้น้ำตาลบริโภคเพียงพอแน่นอนเว้นแต่ข่าวที่ออกไปสร้างกระแสทำให้ประชาชาแตกตื่นกักตุนซื้อน้ำตาลไว้ก็จะทำให้ขาดได้

“ข่าวที่ทางกระทรวงพาณิชย์ออกมาว่าน้ำตาลทรายจะเกิดการตรึงตัวนั้น เป็นเพียงการตื่นเต้นเกินจริงไปเองเท่านั้น เพราะดูจากตัวเลขปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่แล้วเพียงพอต่อปริมาณความต้องการใช้ภายในประเทศแน่นอน และการที่มีข่าวแบบนี้ออกมาก็ไม่รู้ว่าใครต้องการให้เกิดขึ้น เพราะจะทำให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้รับประโยชน์ในการปั่นราคาน้ำตาลทราย ซึ่งถือว่าเป็นการไม่ประสงค์ดี”นายประเสริฐ กล่าว

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมน้ำตาล กล่าวว่า ใน 1-2 เดือนนี้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.)จะต้องเข้ามาบริหารจัดการปริมาณน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศ(โควต้าก.)อย่างเร่งด่วนหากไม่เช่นนั้นโอกาสจะเกิดปัญหาจะมีสูงแม้ว่าปริมาณน้ำตาลจะเพียงพอแต่ต้องตรวจสต๊อกของโรงงานว่ามีการปล่อยน้ำตาลออกไปสู่ผู้บริโภคจริงหรือไม่และมากน้อยเพียงใด รวมไปถึงผู้ซื้อในตลาดเป็นใครและมีการลักลอบส่งออกหรือไม่

“เป็นไปได้ที่โรงงานน้ำตาลจะไม่อยากขายน้ำตาลออกไปเพราะราคาในประเทศหน้าโรงงานเฉลี่ยที่ 19 บาทต่อกิโลกรัมแต่จะต้องหักส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.) 5 บาทต่อก.ก.เพื่อชำระหนี้ตามนโยบายรัฐขณะที่ราคาน้ำตาลทรายขาวที่ส่งออกจะอยู่ที่ 22 บาทต่อก.ก.ทำให้ราคาต่างกันถึง 8 บาทต่อก.ก.ซึ่งหากใครอยากซื้อต้องจ่ายเพิ่มและปริมาณในประเทศเหลือยังยกไปโควต้าค.ได้อีก”แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ปริมาณน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.)จัดสรรไว้ที่ระดับ 19 ล้านกระสอบพบว่าน้ำตาลทรายค้างกระดาน ณ วันที่ 3 ก.ย. 52 มีจำนวน 7.55 แสนกระสอบ ขณะที่วันนี้(7ก.ย.) จะขึ้นงวดอีก 3.7 แสนกระสอบรวมจะมีปริมาณน้ำตาลที่จะขายมากกว่า 1 ล้านกระสอบและยังคงมีเหลือจำหน่ายปลายปีรวมแล้วกว่า 5.7 ล้านกระสอบดังนั้นปริมาณน้ำตาลจึงเพียงพอกับการบริโภค

“ น้ำตาลที่จัดสรรไว้ 19 ล้านกระสอบเมื่อสิ้นก.ย.จะมีการสรุปตัวเลขว่าขายจริงไปเท่าใดและจะจัดสรรการขายที่เหลืออีก 3 เดือนเท่าใดก็จะเห็นถึงการขายจริงและจะทราบว่าปริมาณน้ำตาลโควตาก.ที่กำหนดนั้นเป็นอย่างไรแน่แต่ที่ดูแล้ว 8 เดือนก็ใช้ไปเพียง 13 ล้านกระสอบเท่านั้นจึงเพียงพอ ”แหล่งข่าวกล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us