ข้าพเจ้าขอรายงานต่อผู้ถือหุ้น บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เงินทุนสากล จำกัด
ว่าได้ตรวจสอบงบดุล ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2529 และ 2528 งบกำไรขาดทุนและงบการแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินประจำปีและปีสิ้นสุดเพียงวันเดียวกันตามลำดับของ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เงินทุนสากล จำกัด ตามมาตรฐานกรสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป
ซึ่งรวมทั้งการทดสอบรายการบัญชีและวีธีการตรวจสอบอื่น ที่เห็นว่าจำเป็นแล้ว
ตามที่ปรากฏในหมายเหตุข้อ 3 และข้อ 4 บริษัทมีลูกหนี้เงิน ให้กู้ยืมเป็นจำนวนประมาณ
6,620 ล้านบาท และมีลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เป็นจำนวนประมาณ
74 ล้านบาท ซึ่งหนี้ดังกล่าวบางส่วนเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกันเพียงพอ หนี้ที่ขาดส่งดอกเบี้ย
หนี้ที่บริษัทหยุดคิดดอกเบี้ย หรือหนี้ที่มีปัญหาในด้านจำนวนหนี้ รวมเป็นหนี้ส่วนที่สงสัยสุทธิจากหลักประกันแล้วประมาณ
2,017 ล้านบาท และ 1,359 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2529 และ 2528 ซึ่งบริษัทได้ตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้เป็นเงิน
121,180,306.14 บาท และ 81,464,574.78 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2529 และ
2528 ตามลำดับ ความเพียงพอของสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ณ วันที่ดังกล่าวจึงขึ้นอยู่กับผลของการเรียกเก็บหนี้ในอนาคต
ตามที่ปรากฏในหมายเหตุข้อ 2 ในปี 2529 และ 2528 บริษัทมีหลักทรัพย์อื่นซึ่งรวมเงินลงทุนในกองทุนวัฒนาจำนวนเงิน
1,767,708.95 บาท และตามที่ปรากฏในหมายเหตุข้อ 7 บริษัทมีเงินทดรองจ่ายกองทุนวัฒนาจำนวนเงิน
4,781,776.05 บาท และ 4,743,485.48 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2529 และ 2528
ตามลำดับ ซึ่งกองทุนวัฒนาได้เลิกดำเนินงานแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2527
สินทรัพย์สุทธิของกองทุนวัฒนามีหุ้นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เงินทุนสากล
จำกัด รวมอยู่ด้วยจำนวนเงิน 8,097,500.00 บาท โดยแสดงตามราคาทุนซึ่งเท่ากับราคาที่ตราไว้หุ้นละ
100.00 บาท ผลเสียหายซึ่งอาจจะเกิดจากเงินลงทุนและการได้รับคืน ซึ่งเงินทดรองจ่ายดังกล่าวขึ้นอยู่กับราคาของหลักทรัพย์ของกองทุนที่จะขายได้ในอนาคต
และตามที่ปรากฏในหมายเหตุข้อ 5 บริษัทมีทรัพย์สินรอการขายจำนวน 1,450,000.00
บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2529 และ 2528 โดยบริษัทยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์
เพราะฉะนั้นผลเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับผลของการติดตามการรับโอนกรมสิทธิ์นั้น
งบการเงินได้จัดทำขึ้นโดยถือหลักว่ากิจการจะดำรงอยู่ต่อไป ในปีนี้สิ้นสุดเพียงวันที่
31 ธันวาคม 2529 บริษัทมีผลขาดทุนสะสมเป็นจำนวนเงิน 150,339,311.03 บาท การดำรงอยู่ต่อไปของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดหาเงินทุนมาดำเนินงานต่อไปในอนาคต
ตลอดจนดำเนินกิจการต่อไปภายใต้ข้อกำหนดของทางราชการ
เนื่องจากมีความไม่แน่นอนอย่างเป็นสาระสำคัญดังที่กล่าวถึงในวรรคที่สองและที่สามต่องบการเงินประจำปี
สิ้นสุดเพียงวันที่ 31 ธันวาคม 2529 และ 2528 และความไม่แน่นอนตามวรรคที่สี่ต่องบการเงินประจำปีสิ้นสุดเพียงวันที่
31 ธันวาคม 2529 ข้าพเจ้าจึงไม่อาจแสดงความเห็นและไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินประจำปีสิ้นสุดเพียงวันที่
31 ธันวาคม 2529 และ 2528 ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เงินทุนสากล จำกัด
สำนักงานไชยยศ
(นายเติมศักดิ์ กฤษณามระ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 1106
หมายเหตุ "ผู้จัดการ"
จากข้อความในย่อหน้าสุดท้ายของรายการผู้สอบัญชีของ สำนักงานไชยยศ แปลความได้ชัดเจนว่าผู้สอบบัญชีไม่ยอมรับงบการเงินฉบับนี้