|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เอเซีย พลัส เผยสนซื้อหุ้นหรือร่วมทุนธุรกิจด้านการเงินกับ บจ.ที่เทรดในตลาดไม่เน้นธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ขอให้เสริมsynergy ต่อกันเชื่อหนุนบริษัทให้เติบโต พร้อมกระจายรายได้ให้เหมาะสมลดความเสี่ยงรองรับการเปิดเสรี
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) (ASP) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าไปร่วมทุนในธุรกิจด้านการเงินที่เป็นบริษัทจด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมองว่าจะเป็นโอกาสในการเสริมรายได้อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกลยุทธ์ การลงทุนนอกเหนือจากการลงทุนในพอร์ตซื้อขายหุ้น
" อะไรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงแต่ถ้าสามารถต่อยอดธุรกิจด้านการลง ทุนเราก็จะซื้อ การลงทุนตอนนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญของ ASP ซึ่งเรายังมีกระสุนอีกเยอะ แต่การซื้อของเราจะมากน้อยก็อยู่ที่เราพิจารณา ไม่จำเป็นว่าธุรกิจที่จะเข้าไปร่วมทุนจะต้องเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาจจะไม่เกี่ยวเนื่องก็ได้ แต่มี synergy ซึ่งกันและกันก็พอ" นายก้องเกียรติ กล่าว
โดยปัจจุบัน พอร์ตการลงทุนของบริษัทมีเม็ดเงิน 3,000 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของมูลค่าตลาดรวม แบ่งเป็นหุ้น 40% มาร์จินโลน 30% และที่เหลืออื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตร และการลงทุนในตลาดเงิน
นายก้องเกียรติกล่าวว่า หลังจากนี้สิ่งที่สำคัญของธุรกิจโบรกเกอร์ คือการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทางธุรกิจ และการกระจายรายได้ให้เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทกระจายรายได้ส่วนโบรกเกอร์ลดลงและเพิ่มส่วนการลงทุนให้ มากขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโบรกเกอร์ 59% จากปีก่อนอยู่ที่ 69% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 32% จากปีก่อน 17% ด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์ 6% และงานด้านวาณิชธนกิจ (IB) 2%
สำหรับงาน IB นั้น บริษัทได้รับงานอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ครึ่งปีแรกมีงานออกมาน้อยมาก ดีลขนาดใหญ่ก็ไม่มีให้เห็น แต่ก็ยังมีดีลที่อยู่ในมือทยอยทำแบ่งเป็นงานที่ปรึกษากระจายหุ้น IPO ราว 10 ดีล งานที่ปรึกษาควบรวมกิจการ(M&A) 2 ดีล งานที่ปรึกษาออกหุ้นเพิ่มทุน(PO) 1 ดีล และงานที่ปรึกษาทางการเงิน(FA) 5 ดีล
นายก้องเกียรติกล่าวถึงภาพรวมของตลาดหุ้นไทยว่า ยังมีโอกาสในการลงทุนสูงเนื่องจากพบว่ามีหุ้นกว่า 200 บริษัท ที่มีการซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี(BV) และยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะเลือกลงทุน ขณะนี้ถือว่ามีสัญญาณที่ดีที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวดีโดยเฉพาะเศรษฐกิจทั่ว โลก และแรงกระตุ้นของรัฐบาลที่อัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใน แต่ละประเทศ ขณะที่ในไทยรัฐบาลก็มีการอัดฉีดเงินลงทุนซึ่งก็ทำให้ภาคธุรกิจเกิดความมั่น ใจต่อการลงทุน โดยประเมินว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะโต 40% ในปีหน้า 16% แต่ปัจจัยกดดันคือเรื่องการเมืองซึ่งไม่อาจหยั่งรู้ได้
|
|
 |
|
|