Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน2 กันยายน 2552
ASPสนซื้อธุรกิจต่อยอดเสริมsynergyหนุนรายได้กระจายเสี่้ยงรับเปิดเสรี             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)

   
search resources

เอเซีย พลัส, บมจ.
Investment




เอเซีย พลัส เผยสนซื้อหุ้นหรือร่วมทุนธุรกิจด้านการเงินกับ บจ.ที่เทรดในตลาดไม่เน้นธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ขอให้เสริมsynergy ต่อกันเชื่อหนุนบริษัทให้เติบโต พร้อมกระจายรายได้ให้เหมาะสมลดความเสี่ยงรองรับการเปิดเสรี

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) (ASP) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าไปร่วมทุนในธุรกิจด้านการเงินที่เป็นบริษัทจด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมองว่าจะเป็นโอกาสในการเสริมรายได้อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกลยุทธ์ การลงทุนนอกเหนือจากการลงทุนในพอร์ตซื้อขายหุ้น

" อะไรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงแต่ถ้าสามารถต่อยอดธุรกิจด้านการลง ทุนเราก็จะซื้อ การลงทุนตอนนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญของ ASP ซึ่งเรายังมีกระสุนอีกเยอะ แต่การซื้อของเราจะมากน้อยก็อยู่ที่เราพิจารณา ไม่จำเป็นว่าธุรกิจที่จะเข้าไปร่วมทุนจะต้องเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาจจะไม่เกี่ยวเนื่องก็ได้ แต่มี synergy ซึ่งกันและกันก็พอ" นายก้องเกียรติ กล่าว

โดยปัจจุบัน พอร์ตการลงทุนของบริษัทมีเม็ดเงิน 3,000 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของมูลค่าตลาดรวม แบ่งเป็นหุ้น 40% มาร์จินโลน 30% และที่เหลืออื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตร และการลงทุนในตลาดเงิน

นายก้องเกียรติกล่าวว่า หลังจากนี้สิ่งที่สำคัญของธุรกิจโบรกเกอร์ คือการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทางธุรกิจ และการกระจายรายได้ให้เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทกระจายรายได้ส่วนโบรกเกอร์ลดลงและเพิ่มส่วนการลงทุนให้ มากขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโบรกเกอร์ 59% จากปีก่อนอยู่ที่ 69% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 32% จากปีก่อน 17% ด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์ 6% และงานด้านวาณิชธนกิจ (IB) 2%

สำหรับงาน IB นั้น บริษัทได้รับงานอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ครึ่งปีแรกมีงานออกมาน้อยมาก ดีลขนาดใหญ่ก็ไม่มีให้เห็น แต่ก็ยังมีดีลที่อยู่ในมือทยอยทำแบ่งเป็นงานที่ปรึกษากระจายหุ้น IPO ราว 10 ดีล งานที่ปรึกษาควบรวมกิจการ(M&A) 2 ดีล งานที่ปรึกษาออกหุ้นเพิ่มทุน(PO) 1 ดีล และงานที่ปรึกษาทางการเงิน(FA) 5 ดีล

นายก้องเกียรติกล่าวถึงภาพรวมของตลาดหุ้นไทยว่า ยังมีโอกาสในการลงทุนสูงเนื่องจากพบว่ามีหุ้นกว่า 200 บริษัท ที่มีการซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี(BV) และยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะเลือกลงทุน ขณะนี้ถือว่ามีสัญญาณที่ดีที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวดีโดยเฉพาะเศรษฐกิจทั่ว โลก และแรงกระตุ้นของรัฐบาลที่อัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใน แต่ละประเทศ ขณะที่ในไทยรัฐบาลก็มีการอัดฉีดเงินลงทุนซึ่งก็ทำให้ภาคธุรกิจเกิดความมั่น ใจต่อการลงทุน โดยประเมินว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะโต 40% ในปีหน้า 16% แต่ปัจจัยกดดันคือเรื่องการเมืองซึ่งไม่อาจหยั่งรู้ได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us