Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2531








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2531
เกษม-พรทิพย์ ณรงค์เดช สูตรผสมเกินพอดี             
 

   
related stories

สยามกลการยุคไม่มี 'นุกูล' พรทิพย์-เกษมจะรักษา'พรประภา' ได้อย่างไร?
นุกูล ประจวบเหมาะ ยอมหักไม่ยอมงอชั่วนิรันดร์
COCKTAIL SYSTEM ทฤษฎีไร้กฎเกณฑ์ที่ HARVARD อาจขอศึกษา! หรือจะกลายเป็นจุดดับ

   
www resources

โฮมเพจ บริษัท สยามกลการ จำกัด

   
search resources

สยามกลการ, บจก.
พรทิพย์ ณรงค์เดช
เกษม ณรงค์เดช




พรทิพย์ พรประภา ต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล "ณรงค์เดช" แล้วผันเกษม ณรงค์เดช ให้กลายเป็นกุญแจดอกสำคัญของ "พรประภา" อย่างแยกไม่ออก นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแบบบังเอิญจริง ๆ พร้อมกับงัดง้างสัจธรรมค้าขายคนจีนเสียยับยุ่ยว่า "บางครั้งความบังเอิญก็สร้างความสำเร็จขึ้นมาได้"

คู่ปึกส์คู่นี้เป็นบทพิสูจน์ที่ดี!!!

เกษมพบพรทิพย์ครั้งแรกในงานแต่งงานญาติคนหนึ่งของเธอ พร้อมติดคำพูดเหน็บแนบที่คนฟังคงไม่สบอารมณ์นักว่า "พรทิพย์ที่ว่าสวยไม่เห็นสวยเลย"

ก็ยังดีที่สาวเจ้าเข้าใจว่านั่นเป็นการหยิกแกมหยอก ไม่งั้นโอกาสที่คนทั้งคู่จะกลายมาเป็นคู่ผัวตัวเมียที่ยิ่งใหญ่คู่หนึ่งในโลกธุรกิจปัจจุบันคงไม่เป็นจริง

เกษมแต่งงานกับพรทิพย์อย่างเอิกเกริกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2512 ท่ามกลางเสียงค่อนแคะหนาหูว่า "เขาได้ดีเพราะเมีย"

ถ้ามองเกษมอย่างผิวเผินคำตอบนั้นอาจเป็นจริง!

เกษม ณรงค์เดช เป็นคนเงียบ ลุ่มลึก แล้วยังเด็ดขาดเสียด้วย!!

คนที่พบความจริงข้อนี้เป็นคนแรกก็คือพี่ชายที่ชักนำเข้าสู่สนามธุรกิจนั่นแหละ ประสิทธิ์ ณรงค์เดช นึกไม่ถึงเลยว่าน้องชายที่เขาฟูมฟีกขึ้นมานั้นจะสามารถฝืนยิ้มทนดูพี่ชายถูกแล่เนื้อเถือหนังให้ตายไปทีละน้อย ๆ ในกรณีศึกผ้าอนามัยเซลล็อกซ์-สก็ตอเปเปอร์ ได้โดยไม่สะท้านหวั่นไหว

ปวดร้าวที่สุดของประสิทธิ์ซึ่งเขาไม่มีวันลืมได้เลยก็คือคนที่กล้ายัดเยียดความตายให้กับเขานั้นแท้ที่จริงก็เป็นน้องชายของเขานั่นเอง ประสิทธิ์ซื้อบทเรียนครั้งนั้นในสนนราคาที่แพงลิบลิ่ว ก่อนประกาศตามล้างตามเช็ดน้องชายคนนี้อย่างถึงที่สุด

ถ้าใจคนเป็นคมกระบี่ที่เฉียบคมเหนือศาสตราวุธทั้งหลายใจที่แน่วนิ่งไม่ไหวติงต่อสรรพสิ่งรอบข้าง เฝ้ารอคอย "เหยื่อ" พลัดหลงเข้ามาสังเวยความโหดเหี้ยมอย่างเย็นใจ คนที่บรรลุความเข้าใจในข้อนี้ย่อมเป็นคนที่น่าเกรงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

เกษม ณรงค์เดช น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มคนจำพวกนั้น เขาอาจไม่มีความโหดเหี้ยม ทว่าความรัก ความยิ้มแย้มแจ่มใสที่เขาแสดงออกมาต่างหากที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง

เกษมเป็นน้องชายประสิทธิ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง พื้นเพเดิมเป็นคน จ. อุบลราชธานี จบชั้นมัธยมที่เซนต์คาเบรียล และเตรียมอุดม แล้วไปจบปริญญาตรีที่จุฬาฯ จากนั้นจึงไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแคนซัส สมัยเรียนจุฬาฯ เขาดังมากในฐานะประตูฟุตบอลมือกาวที่มีไหวพริบดีเป็นเลิศ

ทักษะในการเป็นประตูฟุตบอลมีค่าอนันต์กับธุรกิจของเขาเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากผู้รักษาประตูเป็นคน ๆ เดียวที่มองเห็นเกมได้ทั่วถึง สามารถที่จะแก้เกมการเล่นให้เพื่อนร่วมทีมเล่นกันอย่างสบายใจได้ในสงครามธุรกิจ เกษมจึงชอบการเป็นเสธฯ ที่คอยวางแผนให้คนสนิทเป็นคนเล่น

เกษมเริ่มชีวิตการทำงานในปี 2502 โดยเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่จุฬาฯ เป็นอาจารย์สอนบรรยายที่จุฬาฯ แล้วไปเป็น CHIEF ACCOUNTANT ที่กรมทางหลวง ที่นี่เขากลายเป็นลูกน้องคนสนิทของนุกูล ประจวบเหมาะ กระทั่งถึงปี 2512 จึงถูกประสิทธิ์พี่ชายดึงมาทำกิจการส่วนตัว

เกษมร่วมสร้างฐานะทางธุรกิจกับพี่ชายด้วยการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ย่อท้อ และระยะหลังเขาต้องปักหลักสู้เพียงคนเดียว ขณะที่ประสิทธิ์หันเหความสนใจไปกับงานการเมือง ซึ่งสร้างความขุ่นข้องหมองใจแก่เกษมเป็นอย่างมาก

เพราะเกษมรู้สึกว่างานทั้งหมดเขาเป็นคนทำ ทว่าคุณงามความดีและผลประโยชน์อะไรต่อมิอะไร พี่ชายเก็บกวาดเรียบไปเสียหมด ความอัดอั้นตันใจก็สั่งสมมานานก็เลยถึงจุดระเบิด ประกาศแยกทางกันเดินเหมือนไม่ใช่ "ณรงค์เดช" ด้วยกันอย่างนั้น

ธุรกิจคือธุรกิจ ไม่มีพี่ไม่มีน้อง ภายหลังแยกตัวออกมาเกษมตัดสินใจเข้าร่วมทุนกับสก๊อต เปเปอร์ อดีตพาร์ทเนอร์ของประสิทธิ์มานานแล้วเช่นกัน เมื่อหัวอกคนบาดเจ็บมาผนึกกำลังร่วมกัน "การล่าสังหารทางธุรกิจที่ไม่เคยคำนึงถึงสายสัมพันธ์เก่าก็เลยบังเกิด" พร้อมบทสรุปในฉากแรกเป็น "ความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของประสิทธิ์"

เกษมเป็นคนเอาจริงเอาจังในเรื่องการทำงานอย่างมาก ไม่จำเป็นแล้วเขาจะไม่ออกนอกหน้านอกตาเป็นอันขาด ความเป็นจริงนี้ไม่ใช่รับรู้แค่การทำงานร่วมกับพี่ชายเท่านั้น หากเมื่อเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสยามยามาฮ่า ซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งขอพ่อตาและเมีย เกษมก็ทำหน้าที่ได้รับขึ้นก่อผลกำไรให้กับบริษัทอย่างสูง

ผลกำไรสะสมร่วม 500 ล้านบาทของสยามยามาฮ่า ณ สิ้นปี 2529 โดยฝีมือการบัญชาการของเกษมในฐานะประธานกรรมการบริษัท และเงินส่วนนี้ได้ถูกนำไปจุนเจือให้กับหลายบริษัทในเครือสยามกลการ ย่อมชี้ให้เห็น "กึ๋น" ของเกษมได้ชะงัดนัก!!

เกษมกับความสำเร็จทุกแง่มุมของเขาช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียจริง ๆ ความเป็นไปของเขากับสยามยามาฮ่าก็ไม่ผิดไปจากทำนองนี้

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2514 ตอนที่บริษัทยามาฮ่ามอเตอร์ญี่ปุ่น ซึ่งร่วมทุนกับสยามกลการในนามบริษัทสยามยามาฮ่ามาตั้งแต่ปี 2507 ประสงค์จะถอนตัวโดยให้เหตุผลว่า กรรมการผู้จัดการ ฮิโรชิ โคยสุจิ ต้องการกลับญี่ปุ่นและจะไม่มาเมืองไทยอีก ซึ่งทำให้ขาดผู้บริหารที่มีอำนาจลงนามไปหนึ่งคน ดังนั้นจึงได้มีการประชุมตกลงกันเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2514 ให้บริษัทยามาฮ่ามอเตอร์ โอนหุ้นที่ถืออยู่ 54,000 หุ้นให้กับสยามกลการ ซึ่งยามาฮ่ามอเตอร์ก็ไม่ขัดข้อง

แต่การประชุมครั้งนั้นกลับขลุกขลักเมื่อ มร. โคยสุจิ ทนคิดถึงบ้านไม่ไหวหนีกลับญี่ปุ่นไปก่อน ถาวร พรประภา เลยจับเอา เกษม ณรงค์เดช ลูกเขยที่กำลังข้าวใหม่ปลามันเข้ามาสอดรับตำแหน่งเดิมของ มร. โคยสุจิทันที นับเป็นก้าวแรกของเกษมสู่สยามยามาฮ่าก่อนผยองได้ในวันนี้

ถาวรนั้นกล่าวกันว่าเขาใช้เวลาเพียง 2 ปีในการตรวจสอบเววเฉลียวฉลาดของลูกเขยคนนี้ ที่สุดจึงตกลงใจแยกบริษัทสยามยามาฮ่าออกจากสยามกลการเพื่อให้มีอิสระในการทำงาน ในปี 2514 ซึ่งอีกเหตุผลหนึ่งมีคนบอกว่า "สยามยามาฮ่าคือของขวัญของเกษม-พรทิพย์"

ช่วงบริษัทสยามกลการประสบมรสุมด้านหนี้สินจากค่าเงินเยนแข็งตัวเมื่อเทียบกับเงินบาทประมาณปี 2526 เกษมและพรทิพย์ได้นำบริษัทสยามยามาฮ่าเข้ามาช่วยทั้งในรูปเงินให้ยืม (ไม่คิดดอกเบี้ย) และค้ำประกัน L/C ให้

นี่เป็นข้อต่อที่สร้างความชื่นชมให้กับถาวรเอามาก ๆ เครดิตของสามี-ภรยาคู่นี้ เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ แล้วทั้งคู่ลอยลมบนยากที่จะร่วงหล่นเสียแล้ว

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในแต่ละครั้งของสยามกลการค่อนข้างเป็นที่เชื่อได้ว่า คนที่มีส่วนผลักดันอย่างมากคนหนึ่งคือเกษม บางคนเปรียบเขาเป็นเสนาธิการคู่ใจของคุณหญิงพรทิพย์ และอนาคตใหม่ของสยามกลการที่มีเมียเขาครอบครองอำนาจโดยเบ็ดเสร็จนั้น คนที่จะร่วมชี้ชะตากับคุณหญิงพรทิพย์ก็เป็นสามีของเธอคนนี้นี่เอง

ปี 2530 เกษมเดินหมากรุกเงียบทางธุรกิจ??

ปี 2531 คงถึงเวลาที่เขาจะเปิดเผยตัวเองสักที!!

โชคดีเป็นของถาวร พรประภาที่ได้ลูกเขยเฉียบฉลาดมาประสานเข้ากับความเข้มงวดของลูกสาวสุดรักได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน!!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us