Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน25 สิงหาคม 2552
ฟันธงปีหน้าทุนค้าปลีกวูบ20% เหตุพรบ.ฯคุมเข้ม ครึ่งปี52โตต่ำเป้า             
 


   
search resources

ธนภณ ตังคณานันท์
Retail




ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ฟันธงปีหน้า ค้าปลีกย่ำแย่หนัก คาดเม็ดเงินลงทุนวูบหายกว่า 20% ทั้งระบบ เหตุทำเลดีหายาก ผนวกกับการคุมเข้มของพรบ.ค้าปลีก ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกนี้โตต่ำเป้าที่ 3-4%

นายธนภณ ตังคณานันท์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯต้องการให้ภาครัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ การเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เดินหน้าอย่างจริงจัง หรือการวางนโยบายต่อการกระตุ้นการลงทุนที่ชัดเจน เพราะว่าภาวะเศรษฐกิจขณะนี้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีกอย่างมาก

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ มีแนวโน้มที่น่าจะดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เพราะมองว่าเศรษฐกิจของไทยนั้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและราคาน้ำมันในขณะนี้ก็อยู่ในระดับที่รทรงตัวแล้วคือเฉลี่ย 70-80 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งคงไม่น่าจะมีปัจจัยลบอะไรมาทำให้ตกตำลงไปอีก มั่นใจว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคก็จะกลับคืนมาเหมือนเดิมด้วย

ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มปรับต้วไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้วเช่นกัน โดยพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งมั่นใจว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกทั้งระบบในไทยน่าจะมีประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท มีการเติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5% แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกนี้จะมีการเติบโตแค่ 3-4% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4-5%

ทั้งนี้ประเมินว่าในปี 2553 การลงทุนขยายธุรกิจของค้าปลีกจะชะลอตัวลงแน่นอนอย่างน้อย 10-20% จากปีนี้ เพราะมาตรการของ พระราชบัญญัติควบคุมอาคารและที่ดิน และ พรบ.ผังเมือง ที่ควบคุมการเปิดสาขาใหม่ของค้าปลีกขนาดใหญ่ จึงทำให้การเปิดสาขาใหม่นั้นยากขึ้นด้วย

ส่วนในปี 2552 นี้ คาดว่า มูลค่าการลงทุนทั้งระบบของธุกริจค้าปลีกในไทยจะมีประมาณ 40,000 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีที่แล้วที่มีมูลค่าทั้งระบบประมาณ 30,000 ล้านบาท เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินการ การก่อสร้างต่ำลง งจึงทำให้ผู้ประกกอบการขยายสาขาในจังหวะนี้มากขึ้น

“ผู้ประกอบการภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลพิจารณาทบทวน กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีกทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะว่าที่ผ่านมามีข้อบังคับที่เข้มงวดพอสมควร ส่งผลกระทบต่อการขยายธุรกิจ การขยายสาขาที่ใกล้กับโรงเรียนและวัดไม่สามารถทำได้ และไม่ได้รับอนุญาติให้เปิดโครงการใหม่จำนวนมากด้วย ส่วนพรบ.ค้าปลีกนั้นต้องการให้ภาครัฐทบทวนข้อมูลทุกด้านให้รอบคอบมากที่สุด และออกกฎหมายที่สามารถทำให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้และได้รับประโยชน์สูงสุด" นายธนภณกล่าว

นายธนภณกล่าวด้วยว่า ทางสมาคมฯได้ทำการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นเพื่อนำเสนอให้กับภาครัฐเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดหรือควบคุมและส่งเสริมธุรกิจค้าปลีก โดยมูลค่าของธุรกิจค้าปลีกในไทยมีมูลค่าอยู่ประมาณ 1.77 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วน 20% ของจีดีพีของประเทศไทย ซึ่งธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่หรือที่เรียกว่า โมเดิร์นเทรดมีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% ของมูลค่ารวมทั้งหมด ส่วนกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นที่เกี่ยวข้องกับวงการค้าปลีกมีประมาณ 6-7 แสนราย ทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันในธุรกิจค้าปลีกนี้ยังทำให้เกิดการจ้างงานสูงถึงกว่า 8 แสนคน และชำระภาษีทุกประเภทประมาณ 54,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3.5% ของจำนวนภาษีทั้งหมดที่รัฐเก็บได้ 1.55 ล้านล้านบาท

นายธนภณกล่าวว่า ทั้งนี้เม็ดเงินทั้งหมดของธุรกิจค้าปลีกที่ไหลเข้าในระบบ ทางสมาคมฯจึงอยากให้ภาครัฐหันมาทบทวนมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีกอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กฎหมายผังเมือง กฎกระทรวง หรือการออกกฎหมายค้าปลีก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us