|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ดังกิ้นโดนัทโอดครึ่งปีแรกยอดขายโตต่ำเป้าหมาย โตแค่ 2% เหตุเศรษฐกิจยังไม่ดี ต่างชาติหาย การเมืองยุ่ง ยันเดินหน้าลงทุนต่อ ผุดเพิ่มอีก 20 สาขา พร้อมรบตลาดกาแฟปลายปีนี้แน่นอน หลังประเดิมที่ดังกิ้นโดนัทสุวรรณภูมิแล้ว ชูจุดขายรสชาติพรีเมี่ยมแต่ราคาถูกกว่าคู่แข่ง 25%
นายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท(ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านดังกิ้นโดนัทในไทย กล่าวว่า จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีที่ผ่านมมาส่งผลกระทบต่อยอดขายครึ่งปีแรกของบริษัทฯมีการเติบโตแค่ 2% เท่านyhน ซึjงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งการเติบโตไว้ที่ 5-6% แต่ก็ยังมีความมั่นใจว่าภายในไตรมาสสุดท้ายปีนี้สถานการณ์ต่างๆน่าจะดีขึ้นและส่งผลดีต่อการทำธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังมีแผนการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนเปิดร้านดังกินใหม่อีก 20 สาขา มากกว่าเดิมทีขยายเพียง 10 สาขาต่อปีเท่านั้น โดยโมเดลร้านเต็มรูปแบบลงทุน 2-3 ล้านบาท ส่วนแบบคีออสลงทุน 1 ล้านบาท รวมทั้งการพัฒนาสินค้าใหม่ๆวางตลาดต่อเนื่องขณะที่แผนการขยายธุรกิจดังกิ้นคอฟฟี่นั้น ยังเดินหน้าต่อ คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนหรืออย่างช้าปลายปีนี้จะสามารถเปิดให้บริการดังกิ้นคอฟฟี่ได้แน่นอน
ทั้งนี้ปีนี้จะลงทุนรวม 60 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิมรวมทั้งการเปิดบริการดังกิ้นคอฟฟี่ด้วย ซึ่งปัจจุบันดังกิ้นโดนัทมีส่วนแบ่งตลาด 40% จากตลาดรวมโดนัท 2,000 ล้านบาท ซึ่งการที่มีดังกิ้นคอฟฟี่เพิ่มขึ้นมาก็จะช่วยทำให้มีส่วนแบ่งตลาดและรายได้เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีแบรนด์โอบองแปงที่อยู่ในความดูแลอีกด้วยที่จะต้องปรับการทำตลาดมากขึ้น เพราะกลุ่มเป้าหมาชาวต่างชาติลดลงไปมากทำยอดขายลดลงด้วย
สำหรับแผนการรุกของดังกินคอฟฟี่ นี้นอยู่ระหว่างการทดลองเปิดสาขาแรกที่ดังกิ้นโดนัทสาขาสุวรรณภูมิ และการทดลองเครื่องชงกาแฟที่นำเข้ามาจากอิตาลี เครื่องละ 3 แสนบาท ตามที่บริษัทแม่กำหนดมา โดยวัตถุดิบเมล็ดกาแฟจะนำเข้ามาจากเกาหลี ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนกันระหว่างบริษัทแม่ของดังกิ้นกับแฟรนไชส์ที่เกาหลีตั้งโรงงานผลิตเมล็ดกาแฟขึ้นมาเพื่อทำการส่งออกให้กับเครือข่ายดังกิ้นโดนัทในเกาหลีที่มีมากกว่า 400 สาขาและในเอเชีย ซึ่งจะช่วยทำให้ต้นทุนต่ำลง
โดยบริษัทฯมีแผนที่จะเปิดขายกาแฟดังกิ้นคอฟฟี่ทั้งสองช่องทางที่เป็นร้านเต็มรูปแบบกับจุดขายคีออส ทั้งหมด 170 สาขา ซึ่งขณะนี้บริษัทฯได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ร้านดังกิ้นไปแล้วกว่า 10% โดยมีที่นั่งดื่มกาแฟในร้านด้วย จุดขายหลักคือ เป็นกาแฟพรีเมียมที่มีรสชาติใกล้เคียงกับแบรนด์พรีเมียมในไทย แต่ราคาถูกกว่าผู้ประกอบการพรีเมียมในตลาด 25% ด้วยราคาขาย 45 บาท 50บาท และ 55 บาท
นายซาเวียร์ กล่าวว่า ปัจจุบันดังกิ้นโดนัทในไทยมียอดขายเครื่องดื่มทุกอย่างรวมกัน 20% และเป็นโดนัท 80% ซึ่งยังเป็นรายได้หลักอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อนำกาแฟเข้ามาขายด้วยนั้น บริษัทฯตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเครื่องดื่มเพิ่มเป็น 35% ในช่วงปีแรก และโดนัทจะเหลือสัดส่วนรายได้ประมาณ 65% และในปีถัดไปคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากเครื่องดื่มเป็น 40% และโดนัท 60% เนื่องจากว่าในต่างประเทศ เช่นที่ประเทศเกาหลี หลังจากที่ได้เปิดจำหน่ายกาแฟด้วยนั้น ส่งผลให้ยอดขายรวมเติบโตมากขึ้นกว่า 40% เช่นเดียวกับในอเมริกา ซึ่งทำให้มั่นใจว่า เมื่อดังกิ้นโดนัทไนไทยเปิดขายกาแฟแล้วก็ย่อมที่จะส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
|
|
 |
|
|