ขอบข่ายของสัญญาการจัดการ
สัญญาการจัดการจะครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัท ไทยเสรี อาหารสากล
จำกัด ดังที่บริษัทได้กำหนดในข้อบังคับของบริษัท ซึ่งมีทั้งงานห้องเย็นและกรรมวิธีต่าง
ๆ ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทุกชนิดเพื่อขายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ
ขอบเขตของหน้าที่ฝ่ายจัดการจะรวมทั้งการจัดการด้านการตลาด การผลิต บุคคล
และการเงินของบริษัทตามนโยบายและการตัดสินใจที่คณะกรรมการบริษัทที่มีอำนาจตามกฎหมายกำหนดไว้
แผนดำเนินงานทางธุรกิจ
ฝ่ายจัดการจะจัดทำแผนดำเนินงานทางธุรกิจและให้คณะกรรมการบริษัทที่มีอำนาจตามกฎหมายเป็นผู้อนุมัติ
แผนดำเนินงานทางธุรกิจนี้จะใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินงานด้านการจัดการและถือเป็นแนวทางการปฏิบัติงานการจัดการ
ก. การจัดการด้านการตลาด ฝ่ายจัดการจะกำหนดยุทธวิธีด้านการตลาดต่าง ๆ เพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างงานการตลาดของไทยเสรีอาหารสากล
ฝ่ายจัดการจะทุ่มเททรัพยากรต่างๆ ของบริษัทในการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ราคาสูง
เช่น ปลาหมึก กุ้ง ปลาเพาะเลี้ยง และกุ้งเพาะเลี้ยง ฝ่ายจัดการจะจัดให้มีผู้แทนจำหน่ายประจำภาคสำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท
โดยจะเริ่มในประเทศญี่ปุ่น แคนาดา และสหรัฐอเมริกา
ข. การจัดการด้านการผลิตจะนำเทคนิคใหม่ ๆ มาใช้เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ผ่านกรรมวิธี
ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ค. การจัดการงานบุคคลบริษัทจะจ้างพนักงานของตนเองและใช้นโยบายบุคคลของบริษัทเอง
ตามข้อกำหนดของกฎหมายไทย อย่างไรก็ตาม อาควา โกลด์จะพิจารณาจ้างพนักงานที่มีอยู่ของบริษัท
ไทยเสรีอาหารสากล หากพนักงานดังกล่าวมีคุณสมบัติเหมาะสม
ง. การจัดการด้านการเงินฝ่ายจัดการจะพยายามดำเนินงานให้มีกำไรสูงสุดในช่วงระหว่างระยะเวลาของสัญญา
เพื่อให้บริษัทชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท
เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทสามารถชำระคืนหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
เพื่อให้เป็นทุนดำเนินงานของบริษัท ฝ่ายจัดการจะหาแหล่งเงินทุน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงระยะสั้นการชำระคืนหนี้สินใหม่ที่กู้ยืมมาจะถือเป็นอันดับแรกในเวลาสั่งจ่ายจากเงินทุนที่มีอยู่ได้จากการปฏิบัติงาน
การปรับโครงสร้างเงินตามที่กำหนด
เพื่อจัดการตามสัญญาการจัดการ มีข้อกำหนดว่าจะต้องปรับโครงสร้างเกี่ยวกับด้านหนี้สิน
และการถือหุ้นในปัจจุบันของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำไนดที่จะต้องบรรลุผลด้านการชำระเงินคืนแก่เจ้าหนี้ปัจจุบัน
ทั้งมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขอแนะนำว่าควรจะปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้
ก. ควรจะประเมินสินทรัพย์ถาวรของบริษัทเพื่อกำหนดมูลค่าตลาดปัจจุบันของสินทรัพย์
หลังจากนั้นผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระจะตรวจสอบบัญชีและกำหนดมูลค่าสินทรัพย์ถาวรใหม่โดยใช้ตัวเลขที่ประเมินโดยผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน
ข. เจ้าหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันซึ่งจะใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นในการปฏิบัติงานจะยังคงเป็นเจ้าหนี้คนเดิม
ฝ่ายจัดการจะเสนอแผนกำหนดการชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเหล่านี้โดยมีพื้นฐานตามแผนเงินสดหมุนเวียนจะนำมาใช้ได้
ฝ่ายจัดการจะเจรจาหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อกำหนดอื่น ๆ (เช่น อัตราดอกเบี้ย)
หากฝ่ายจัดการเห็นสมควรเจ้าหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอื่น ๆ ที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่ไม่ได้นำมาใช้ในการดำเนินงานจะถูกปลดอำนาจ
โดยวิธีการชำระสะสางหนี้เงินกู้ที่ยังเหลือโดยแลกเปลี่ยนกับหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ดอกเบี้ยสะสมทั้งหมดนับจนถึงวันที่ทำสัญญาจะนำมาเป็นเงินทุน
ค. ส่วนของเงินลงทุนจะจัดแบ่งดังนี้ 49% เป็นของเจ้าของปัจจุบัน 40% เป็นของอควา
โกลด์ และ 11% เป็นของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ ซึ่งจะมีอำนาจงดออกเสียงในกรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าของและฝ่ายจัดการ
อาควา โกลด์ จะซื้อส่วนแบ่ง 40% ในบริษัทโดยถือตามมูลค่าบัญชีในเวลาซื้อขายหุ้น
ง. หุ้นของเจ้าของปัจจุบันจะยังคงใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อค้ำประกันหนี้ที่ยังคงค้างชำระ
เงินที่จะชำระให้แก่เจ้าหนี้ที่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะมาจากเงินปันผลที่บริษัทประกาศซึ่งเท่ากับ
60% ของกำไรทั้งหมดของบริษัท หุ้นเหล่านี้จะกลับไปเป็นของเจ้าของปัจจุบันทันทีที่ชำระคืนหนี้สินทั้งหมดแล้ว