|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เปิดแผนฮุบหุ้นโกลเบล็ก (GBX) แบงก์ยูโอบีสิงคโปร์ชี้ควบกับยูโอบีเคเฮียน (UOBKH) แค่ผลพลอยได้ เป้าหมายจริงหวังใช้เป็นเรือธงลุยตลาดคอมอดีตี้ ทองคำ น้ำมันในภูมิภาคเอเชีย จัดตั้งกองทุนและอนุพันธ์ ล่าสุดเรียกซีอีโอลูกข่ายประชุมด่วนวันศุกร์ (17ก.ค.)ที่ฮ่องกง สั่งเดินหน้าแผน2ส่งบริษัทลูกจากหลายประเทศเข้าเก็บหุ้นเพิ่มในนามนอมินี กำหนดเพดานห้ามเกิน 5% พร้อมดึงอีก 4 โบรกฯต่างชาติเข้าเสริมภารกิจ โดยยกให้ บล.เครดิต สวิสเป็นแกนนำรับคำสั่งซื้อขาย หมายใจเก็บจะเก็บให้ได้ถึง 50% ก่อนร่อนจดหมายเชิญกลุ่มคูหาเปรมกิจ ขอซื้อหุ้นในราคา 1.50 บาท/หุ้น
ธนาคาร ยูโอบี สิงคโปร์ ยังเดินหน้าซื้อหุ้น บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GBX ไม่หยุด หลังจากใช้โบรกเกอร์ต่างชาติถึง 4 แห่งเข้าเก็บหุ้น GBX ในกระดานไทยจนใกล้เต็มเพดาน 5% แล้ว ล่าสุด แหล่งข่าวโบรกเกอร์ประเทศรายเดิม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ ASTV ผู้จัดการรายวัน ว่าผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายการลงทุนของ ธนาคาร ยูโอบี สิงคโปร์ได้สั่งเรียกประชุมซีอีโอโบรกเกอร์พาร์ทเนอร์ และบริษัทในเครือทั้งในภูมิภาคเอเชีย และทวีปอื่นๆ(ยกเว้นไทย) เป็นการด่วนเมื่อเช้าวันศุกร์(17ก.ค.)ที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าแผนการเก็บหุ้น GBX ระยะที่สองต่อไป
แหล่งข่าว กล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของแผนในครั้งนี้ว่า จากที่เคยคาดว่าจะเป็นเพียงต้องการควบรวมธุรกิจโบรกเกอร์ระหว่าง บล.ยูโอบี เคเฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBKH) และ บล.โกลเบล็ก นั้น ตอนนี้กลายเป็นวัตถุประสงค์เล็กๆ หรือเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริง คือการขึ้นมาเป็น 1 ใน 5 ของธนาคารขนาดใหญ่ในไทย และในอินโดไชน่ามากกว่าด้วยการนำGBX มาช่วยเสริมศักยภาพในส่วนธุรกิจที่อ่อนแอ และการผลักดันครั้งนี้คาดว่าจะมีรัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุน หรือเปิดไฟเขียวอยู่ด้านหลัง
เพราะจากหลายๆปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกมองเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจเพราะสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะไทย และเวียดนาม อีกทั้งตอนนี้นักลงทุนสิงคโปร์จำนวนมากได้เข้ามาทำธุรกิจในเวียดนาม แต่กลับพบว่ายังไม่มีธนาคารของชาติตนเองเข้ามาซัพพอร์ตด้านการเงินให้สะดวกเหมือนเช่นในไทยจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ และนั่นเป็นการผลักดันให้ ธนาคารยูโอบี เกิดแผนเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจในเมืองไทย เพื่อใช้เป็นแม่ข่าย ที่จะรุกตลาดในเวียดนาม ลาว กัมพูชา ต่อไป ด้วยการเข้ามาเป็นธนาคารระดับแนวหน้าของประเทศและในภูมิภาค ภายใน 3 ปี เช่นเดียวกับกรณีของ จีอี แคปตอล กับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
“แบงก์ ยูโอบี ต้องการโชว์ศักยภาพของเขาว่าไม่เป็นรองใคร อีกทั้งใหญ่กว่า ธนาคารกรุงไทยและกสิกรไทยเสียอีก แต่ด้วยข้อด้อยในเรื่องธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกรรมการลงทุนด้านคอมอดิตี้ จึงต้องการที่จะผู้เข้ามาเสริมจุดนี้ ด้วยการสั่งบริษัทในเครือแห่งอื่นๆ เข้ามาเก็บหุ้น GBX เพิ่มเติม โดยวางเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 50% ของหุ้นทั้งหมด หรือเก็บหมดกระดานที่มีการซื้อขายอยู่”
****เปิดแผนสองช้อนหุ้นGBX
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ผู้บริหารฝ่ายการลงทุนของยูโอบี สำนักงานใหญ่ ได้สั่งการให้บริษัทในเครืออีก 4 แห่งได้แก่ ยูโอบี เวนเจอร์ แมเนจเม้นท์ (เซี่ยงไฮ้) , ยูโอบี – ยูเอสเค แอสเซทแมเนจเม้นท์ (กัวลาลัมเปอร์) ,ยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (นิวยอร์ก) และ ยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (ปารีส) เข้าซื้อหุ้นบมจ.โกล เบล็กฯ ในไทยเพิ่มอีก รวมทั้งได้แต่งตั้งโบรกเกอร์ใหม่อีก 4
รายทดแทนรายเดิม(โกลแมน แซคส์, เอสเอชบีซี, ฟาร์ อีสเทิร์น กรุ๊ป และ State Street Bank and Trust) ซึ่งเก็บหุ้นGBXจนใกล้เข้าข่ายต้องรายงานต่อก.ล.ต. เข้ามาซื้อหุ้นดังกล่าวแทน ได้แก่ แบงก์ออฟนิวยอร์ก นอมินี(สิงคโปร์) , ซิตี้แบงก์ นอมินี (สิงคโปร์) ,มอร์แกน สแตนเลย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ฮ่องกง) และดอยซ์ แบงก์ (สิงคโปร์) ที่จะพยายามเข้าเก็บหุ้นในราคาไม่เกิน 80 สต.ให้มากที่สุด แต่ต้องไม่ถือหุ้นถึง 5%หรือเต็มที่แค่ 4.5% ตามกำหนดเดิม โดยผ่านทาง บล.เครดิต สวิส ซึ่งจะมีฐานะเป็นแกนนำในการซื้อหุ้นในครั้งนี้ และเพิ่มช่องทางเสริมด้วย บล.ยูบีเอส
เนื่องจากทอง ยูโอบี สิงคโปร์ ได้ประเมินว่า บุ๊คแวลูของ GBX ใกล้จะปรับตัวสูงขึ้นอีก หลังประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 2 ซึ่งน่าจะทำให้มูลค่าของหุ้นขยับมาอยู่ที่ 1.25 บาทจากราคาในปัจจุบัน
**เพิ่มราคาซื้อคูหาเปรมกิจแถมให้นั่งบริหารต่อ
แหล่งข่าว กล่าวว่าหากแผนซื้อหุ้นแล้วเสร็จตามเป้า 50% ทางยูโอบี สิงคโปร์จะส่งหนังสือเชิญผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ โกล เบล็กฯเข้ามาเจรจา โดยจะยื่นข้อเสนอขอซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่มคูหาเปรมกิจ ในราคาหุ้นละ 1.50 บาท เพื่อต้องการเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่จะเชิญให้ผู้บริหารชุดเดิมของGBX เข้ามาทำหน้าที่ต่างๆตามเดิมที่เคยปฏิบัติ
ซึ่งจะคล้ายกับกรณีของบมจ. โออิชิ กับกลุ่ม สิริวัฒนาภักดี ที่เข้ามาซื้อกิจการและให้นาย ตัน ภาสกรนที บริหารต่อไป โดยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในการบริหาร เพราะทางยูโอบี ต้องการเป็นพันธมิตรกับผู้บริหารGBX เนื่องจากชื่นชอบผลงาน และฝีมือในการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนทองคำ โกล ฟิวเจอร์ส และคอมอดิตี้ ประเภทต่างๆ ทำให้การควบรวมระหว่างบล.เป็นเพียงผลพลอยได้เมื่อการควบรวมธุรกิจเสร็จสิ้นเท่านั้น
“ทีมผู้บริหารยูโอบี ยืนยันไม่ได้คิดร้ายต่อโกล เบล็กแต่หวังใช้ความเชี่ยวชาญและฝีมือของผู้บริหารและบุคลากรของที่นี่ลุยตลาดคอมมอดีตี้ อย่างเต็มตัว ดังนั้นเมื่อเก็บหุ้นตามเป้าก็จะมีการเชิญผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่GBX เข้ามาพูดคุยและขอให้อยู่บริหารต่อไปแน่”
ล่าสุด วันศุกร์(17ก.ค.)หุ้น GBX ปิดที่ 0.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 5.56% มูลค่าการซื้อขาย 49.822 ล้านบาท หรือ 66.032 ล้านหุ้น โดยหากธนาคารยูโอบีต้องการซื้อหุ้นGBX ในกระดานทั้งหมด จะต้องเก็บหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรี โฟลต)ในสัดส่วนถึง 57.14%
***แผน3ยึดเสร็จรุกกองทุนทอง-พลังงาน
และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เป้าหมายต่อไปของธนาคารยูโอบี คือการเป็น Onestop Shopping Banking Financail Service ด้วยการรุกตลาดไปสู่ กัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยจะใช้ บมจ. โกล เบล็ก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านทองคำ และคอมมอดิตี้ เป็นเรือธงในการดำเนินธุรกิจด้านนี้ให้แก่ธนาคารและบริษัทในเครือทั้งหมด รวมทั้งมีแผนจะให้มีการจัดตั้งกองทุนที่ลงทุนในทองคำ การเก็งกำไรน้ำมันพลังงานและคอมมอดิตี้ในด้านอื่นๆ ผ่าน บลจ.ยูโอบี (ไทย) จำกัด ในฐานะเป็นผู้จัดตั้งและเป็นแกนกลางในการระดมทุนของกองทุนนี้เหล่านี้ในภูมิภาคเอเชีย
อีกทั้งจะเชื่อโยงการลงทุนดังกล่าวไปยังยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (นิวยอร์ก) และ ยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (ปารีส) ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ของธนาคารที่มีการระดมทุนทั่วโลกเพื่อดึงเม็ดเงินจำนวนมากเข้ามาลงทุนด้วยการจัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่ขึ้นมารองรับ แต่แผนการทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นนั้น ระหว่างการประชุมผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ มีการเน้นย้ำว่า ไม่ต้องการทีมผู้บริหารยูโอบี ในไทยทราบเรื่องก่อน เนื่องจากไม่ต้องการให้ข้อมูลรั่วไหลออกไป
|
|
 |
|
|