Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน14 กรกฎาคม 2552
บอนด์ไม่ถึงมือรายย่อย!-จี้รัฐแก้แบงก์กั๊ก             
 


   
search resources

Bond




8 หมื่นไม่พอต้อง 8 แสนล้าน รายย่อยอยากให้แปลงเงินกู้ไทยเข้มแข็งเป็นพันธบัตร ช่วยดูดเงินในระบบดันดอกเบี้ยเงินฝาก ชี้ประโยชน์ตกกับผู้ฝากเงิน พร้อมเรียกร้องรัฐบาลรับภาระภาษีดอกเบี้ย 15% ด้วยการหักออกตั้งแต่ต้นตัดปัญหายื่นแบบและป้องกันคนแก่ลืม หนุนแก้ปัญหาแบงก์กั๊กให้ขาใหญ่ เหตุพบบัญชีทรัพย์สินนักการเมืองถือครองพันธบัตรบาน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สรรหา กล่าวเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งที่เน้นขายให้กับ ประชาชนรายย่อยและผู้สูงอายุ เนื่องจากการขายพันธบัตรในครั้งนี้ถือเป็นการกู้โดยตรงจากประชาชนโดยไม่ผ่าน สถาบันการเงินเพื่อดูดซับสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่สูง ซึ่งหากรัฐบาลกู้เงินโดยผ่านทางสถาบันการเงินก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อระบบ เศรษฐกิจและซ้ำเติมให้สถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย

โดยในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่รัฐบาลจะเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ธนาคารพาณิชย์บางแห่งได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากกันบ้างเพื่อ ป้องกันเงินไหลออกไปซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้ฝากเงินให้ได้รับผลตอบแทนจากการฝากเงินที่ ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีเท่ากับการซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงมากกว่าและมี อัตราดอกเบี้ยที่น่าจูงใจสามารถดึงดูดใจประชาชนได้เป็นอย่างดี

“รัฐบาลจะกู้โดยการออกพันธบัตรทั้ง 4 แสนล้าน หรือ 8 แสนล้านก็เชื่อว่าจะขายได้หมดแน่นอนเพราะเงินฝากในระบบยังมีอีกมากมายสามารถ รองรับการออกพันธบัตรได้ทั้งหมด เพียงแค่รัฐบาลจะยอมรับภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมาบ้างและต้องบริหารจัดการ ในการใช้เงินเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าให้ทางเศรษฐกิจกับโครงการ ต่างๆ ที่ใช้เงินจากส่วนนี้ไป โดยวัดจากผลตอบแทนในรูปของภาษีที่กลับคืนเข้ามาสู่รัฐ” นายเรืองไกรกล่าว

ทั้งนี้ หากรัฐบาลจะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งหน้าอยากแนะนำให้แก้ไขเรื่องภาษี ดอกเบี้ยที่จัดเก็บในอัตรา 15% ให้เรียบร้อยไปเลย เนื่องจากผู้ซื้อพันธบัตรจะต้องมายื่นแบบเพื่อดำเนินการเรื่องภาษีที่ยุ่ง ยากขึ้นโดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอาจหลงลืมเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเช่นในกรณีการเปิดซื้อขายครั้งนี้ก็ควรจะหักภาษีออกไปจากอัตรา ดอกเบี้ย 4.5% โดยคำนวณให้น้อยกว่า 4.5% แล้วแจ้งอย่างชัดเจนว่ามีการยกเว้นภาษีจากการซื้อพันธบัตรในครั้งนี้

***แฉนักการเมืองขาใหญ่พันธบัตร

“สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวด เรื่องที่แบงก์ล็อกพันธบัตรไว้ให้ลูกค้ารายใหญ่ของตัวเอง เพราะจากการตรวจสอบจากบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมืองจะพบว่ามี อยู่หลายรายมีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลในวงเงินที่สูง รัฐบาลจึงควรเน้นตรงจุดนี้ให้มากกระจายพันธบัตรที่จำหน่ายให้กับประชาชน อย่างเท่าเทียมกันให้มากที่สุด” นายเรืองไกรกล่าวและว่า มีความห่วงใยรัฐบาลในเรื่องของการใช้จ่ายเงินจากการขายพันธบัตรออมทรัพย์ว่า จะขาดการควบคุมที่ดี เนื่องจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่เป็นหน่วยงานจัดการการกู้เงินของรัฐบาลยังไม่เคยทำหน้าที่ควบคุมการใช้ จ่ายเงินของทางภาครัฐมาก่อนต้องรอให้ระเบียบการเบิกจ่ายผ่านการพิจารณาจาก คณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นแนวทางการใช้จ่ายอย่างถูกต้องประชาชนพอใจผลตอบแทน

นางดวงสมร แอทกินสัน นักลงทุนรายย่อยที่เข้าคิวซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็ง กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินในการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งเพื่อ กระจายให้คนที่ต้องการได้ทั้งหมด เพราะถือเป็นการลงทุนที่ประชาชนให้ความสนใจเนื่องจากให้ผลตอบแทนในระดับสูง เมื่อเทียบกับการลงทุนในประเภทอื่น

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้ากู้เงินแก้วิกฤตรวม 3 ปี 8 แสนล้านบาท ปี 2552 พันธบัตรไทยเข้มแข็งกำหนดวงเงินกู้จากรายย่อยมีเพียง 8 หมื่นล้านบาท รอบแรกนี้อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท รอบ 2 อีก 3 หมื่นล้านบาท ไม่เกินปลายปี ขณะนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กำลังพิจารณารายละเอียด ซึ่ง รมว.คลังเคยระบุว่าหากมีความต้องการเพิ่มกระทรวงการคลังพร้อมที่จะเพิ่มให้ อีกเท่าตัว

นางจุฑามาศ อนุเผ่า อายุ 79 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับบัตรคิวเป็นคนแรกของธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน กล่าวว่า ต้องการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งเพราะให้ผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ น่าพอใจ อีกทั้งยังอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชาติ โดยการนำเงินไปลงทุนพัฒนาประเทศ และจากขั้นตอนต่างๆ ที่ธนาคารเตรียมไว้ทำให้เชื่อมั่นว่าไม่มีการล็อกพันธบัตรสำหรับลูกค้าบาง รายของธนาคารอย่างแน่นอน

"ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 3 เพื่อเดินทางมาจากที่พักซึ่งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต มาจองพันธบัตรที่สาขาพหลโยธิน โดยเดินทางมาถึงตั้งแต่เวลาประมาณ 3 นาฬิกา 30 นาที" เธอกล่าวถึงความยากลำบากในการซื้อพันธบัตรฯ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us