Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน13 กรกฎาคม 2552
ขายบอนด์วันนี้-แบงก์คึกคัก             
 


   
search resources

Bond




7 แบงก์ตัวแทนจำหน่าย ประกาศความพร้อมในการขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบแรก 13-14 ก.ค.ให้เฉพาะคนแก่ ยันคุมเข้มพนักงาน ห้ามกั๊กให้ลูกค้ารายใหญ่ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าที่พลาดซื้อพันธบัตรรอบนี้ เชื่อมีการโยกเงินแน่ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจน และจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องของแบงก์ที่ยังมีอยู่มาก

วันนี้ (13 ก.ค.) พันธบัตรไทยเข้มแข็งจะเปิดขายเป็นวันแรก โดยวันที่ 13-14 ก.ค.นี้ เปิดสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำหน่ายที่ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารทหารไทย และธนาคารนครหลวงไทย

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) (SCIB) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมความพร้อมในการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ซึ่งธนาคารได้รับการจัดสรรมาในล็อตแรกจำนวน 1,900 ล้านบาทนั้น โดยได้ออกจดหมายขอความร่วมมือไปยังสาขาทั่วประเทศในเรื่องของการจัดสรรพันธบัตรดังกล่าวให้ลูกค้าก่อนที่พนักงานจะจองซื้อกันเอง หรือกันพันธบัตรไว้ รวมทั้งมีการกำชับไปยังผู้จัดการเขตให้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อกระจายพันธบัตรได้ทั่วถึงตามความต้องการของรัฐบาล

สำหรับการโยกย้ายเงินฝากของลูกค้าเพื่อมาซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งนั้น ในส่วนของธนาคารขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณในการโยกเงินดังกล่าว แต่ถึงแม้จะมีการโยกเงินออกไปบ้าง ก็คงจะเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก เนื่องจากพันธบัตรล็อตแรกเปิดจองซื้อเพียง 1,900 ล้านบาท และสภาพคล่องของธนาคารยังมีอยู่มาก

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังไม่ได้เตรียมผลิตภัณฑ์อื่นๆ มารองรับความต้องการของลูกค้าที่จองซื้อพันธบัตรไม่ทัน เนื่องจากในขณะนี้แต่ละธนาคารได้มีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากระยะกลางอยู่แล้ว โดยมีเงินฝากประจำ 8 และ 15 เดือน ที่ให้ดอกเบี้ย 2.25% และสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ยังมีหุ้นกู้ของ ปตท.วงเงิน 30,000 ล้านบาท และหุ้นของไมเนอร์โฮลดิ้งที่กำลังจะออกมาอีกด้วย ซึ่งตรงนี้จะรองรับความต้องการของลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง

นายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) กล่าวว่า ธนาคารได้รับส่วนแบ่งพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งจำนวน 4,500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ถือว่าไม่มาก โดยแนวทางในการขายนั้น ล็อตแรกที่จะเปิดจองซื้อวันที่ 13-14 ก.ค.นี้ให้กับผู้สูงอายุ มีวงเงินรวม 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นวันละ 1,350 ล้านบาท

"ในส่วนของเราเป็นการเปิดจองซื้อทั่วประเทศในระบบออนไลน์เข้ามาในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความสะดวกและรวดเร็ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ก็มีความกังวลว่าคนจะเข้ามามาก ในขณะที่ล็อตแรกเราได้รับจัดสรรมาเพียง 2,700 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าจะหมดในเวลาที่รวดเร็ว"

ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้ธนาคารยังไม่ได้เตรียมออกผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถจองซื้อพันธบัตรได้ทัน เนื่องจากธนาคารมีผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ออกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เงินฝากประจำ 9 และ 15 เดือน, ตั๋วแลกเงินบี/อี อายุ 1 ปี เป็นต้น

นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้อำนวยการลูกค้าบุคคลนครหลวง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BBL) กล่าวว่า ธนาคารได้เตรียมระบบในการจัดคิวจองซื้อและเตรียมพนักงานไว้ตรวจสอบเอกสารต่างๆที่ใช้ ในการการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งไว้แล้ว และขณะนี้ยงไม่เห็นสัญญาณการโยกเงินฝากเพื่อซื้อพันธบัตรดังกล่าวนั้น ซึ่งวงเงินสูงสุดที่ลูกค้าจะซื้อได้เป็นเงินเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น ลูกค้าอาจมีเงินอยู่ในมืออยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะโยกเงินจากบัญชีเงินฝากเพื่อไปซื้อพันธบัตร

**กสิกรฯยันคุมเข้ม พนง.กั๊ก**

ก่อนหน้านี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้กำชับธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งทั้ง 7 แห่งไม่ให้จัดสรรโควตาพิเศษสำหรับลูกค้าของธนาคารเป็นการเฉพาะ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนรายย่อยที่มีความต้องการออมสามารถจองซื้อพันธบัตรที่มีผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์กันอย่างทั่วถึง

นายอนุรักษ์ ตันติพิพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) (KBANK) กล่าวว่า ในการขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งนั้น ธนาคารได้เตรียมมาตรการป้องกันไม่ให้พนักงานตามสาขากันพันธบัตรรัฐบาลไว้ให้ลูกค้า โดยจะกำชับกับพนักงานว่าห้ามรับจองพันธบัตรรัฐบาลให้กับลูกค้ารายใหญ่ที่มาติดต่อแล้ว จะต้องให้ลูกค้าที่มีความต้องการเดินทางมาที่สาขาของธนาคารและต่อคิว ซึ่งธนาคารยืนยันว่าจะดำเนินการให้โปร่งใสมากที่สุด

"เรามีมาตรการภายในของเราอยู่แล้ว หากพบว่าพนักงานมีการกระทำการละเมิดข้อห้ามที่กำหนดไว้หรือมีลูกค้าร้องเรียนเข้ามายังธนาคารว่าพบพนักงานจองพันธบัตรให้ลูกค้าก่อนทำการขาย ธนาคารก็จะมีการทำหนังสือเพื่อตักเตือนไปยังพนักงานที่กระทำการดังกล่าวทันที ซึ่งทางธนาคารจะเข้มงวดมากเพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นทางกระทรวงการคลังก็จะมาตรวจสอบตามสาขาที่มีปัญหาและหากพบการทุจริตจริง ธนาคารก็อาจจะโดนลดสัดส่วนมูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลลงหรือถึงขั้นตัดสิทธิ์การจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลในครั้งต่อไปเลย” นายอนุรักษ์ กล่าว

ส่วนเรื่องการโยกเงินฝากของลูกค้าเพื่อมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลนั้น ในส่วนของธนาคารเองขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขที่ชัดเจนแต่มองว่าการโยกเงินดังกล่าวเพื่อไปลงทุนด้านต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งธนาคารคาดการณ์ว่าจำนวนเงินที่ลูกค้าบัญชีฝากของธนาคารกสิกรไทยจะโยกออกมาเพื่อซื้อพันธบัตรฯนั้นน่าจะมี 40% หรือคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 2-3 พันล้านบาท ในขณะที่ลูกค้าเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นโยกเงินเพื่อมาซื้อพันธบัตรกับธนาคารของเราก็คงมีมากพอสมควร เช่น ลูกค้าที่ครบอายุการไถ่ถอนหุ้นกู้ เป็นต้น

**มั่นใจไม่กระทบสภาพคล่อง**

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้รัฐบาลจะมีการออกพันธบัตรฯ 3 ช่วงแต่ธนาคารมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับสภพาคล่องของธนาคาร เนื่องจากเมื่อพิจารณาแล้วสภาพคล่องทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันมีประมาณ 8-9 แสนล้านบาทซึ่งถือว่าสูงมาก ในขณะที่ตัวธนาคารเองมีการออกผลิตภัณฑ์เพื่อการออมอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับลูกค้าที่ไม่สามารถซื้อพันธบัตรฯได้เช่นกองทุนเกาหลีที่ให้ผลตอบแทนสูงโดยมีอายุการถือครองตั้งแต่ 6 เดือนให้อัตราดอกเบี้ย 2.4% ส่วนอายุ 1 ปี ให้อัตราดอกเบี้ย 2.75% และอายุ 2 ปีให้อัตราดอกเบี้ย 3.75% นอกจากนี้ธนาคารยังมีหุ้นกู้ไมเนอร์ที่เป็นหุ้นกู้เอกชนที่จะเปิดจำหน่ายในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้มีอายุถือครอง 4 ปีให้อัตราดอกเบี้ย 4.5-4.8% เป็นต้น

นายอนุชิต อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขชัดเจนกรณีการโยกเงินฝากของลูกค้าเพื่อไปซื้อพันธบัตร เพราะการโยกเงินฝากบ้างถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนกระทำกันตามปกติ เนื่องจากช่องทางการลงทุนในปัจจุบันมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้ กองทุนต่างๆ

ขณะที่นางกาญจนา โรจวทัญญู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานส่งเสริมการตลาดลูกค้ารายย่อย ธนาคารทหารไทย จำกัด (มาหชน) (TMB)กล่าวว่า ธนาคารเองไม่มีความกังวลหากลูกค้าจะโยกเงินฝากเพื่อไปซื้อพันธบัตร และจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง เพราะการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวถือเป็นเรื่องของการออมของลูกค้า ซึ่งธนาคารยังไม่เห็นตัวเลขการโยกเงินของลูกค้าถึงขั้นมีมูลค่ามากอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรตาม ในเร็วๆนี้ธนาคารก็จะมีผลิตภัณฑ์เงินฝากออกมา แต่คงจะไม่ใช่เพื่อการแข่งขันกับพันธบัตร เนื่องจากผลิตภัณฑ์เงินฝากธนาคารไม่ได้มีระยะเวลายาวถึง 5 ปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us