Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 กันยายน 2546
SCIBขาย340ล้านหุ้นดันเป็น"แบงก์เอกชน"             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารนครหลวงไทย

   
search resources

ธนาคารนครหลวงไทย, บมจ.
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
อังคณา สวัสดิ์พูล




แบงก์นครหลวงไทย (SCIB) พร้อมขายหุ้นส่วนกองทุนฟื้นฟูฯ 17% หรือ 340 ล้านหุ้น พาร์ 10 บาท แถมคอฟเวอร์วอร์แรนต์ 2 ชุด สัดส่วน 1 ต่อ 1 ให้ประชาชนทั่วไปในประเทศพ.ย.นี้ ลดสัดส่วนเหลือ 49% เพื่อให้เป็นแบงก์เอกชนเต็มตัว พร้อมปรับงานปล่อยสินเชื่อ หวังเพิ่มรายได้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย เปิดเผยวานนี้ (18 ก.ย.) ว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% ของธนาคารจากทุนจดทะเบียนทั้งหมด ประมาณ 21,128 ล้านบาท อนุมัติในหลักการ แผนแปรรูปเพื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง โดยที่ปรึกษาการเงิน คือบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ บล.ฟินันซ่า และ บล.กิมเอ็ง เสนอให้ขายหุ้นส่วน ที่กองทุนฟื้นฟูฯถือภายในพ.ย. 340 ล้านหุ้น คิดเป็น 17% ของหุ้นทั้งหมดจากแผนเดิมที่กองทุนฟื้นฟูฯ จะนำหุ้นออกขายเพียง 10%

ขายหุ้นควบคอฟเวอร์วอร์แรนต์ให้คนไทย

นอกจากนี้ ธนาคารยังเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (คอฟเวอร์วอร์แรนต์-Covered Warrant) 2 ชุด 680 ล้านหน่วย ควบคู่กับหุ้นสามัญ โดยผู้ซื้อหุ้นสามัญ จะได้สิทธิ์ซื้อคอฟเวอร์วอร์ แรนต์ สัดส่วน 1 หุ้นสามัญต่อ 1 คอฟเวอร์วอร์แรนต์ อายุแปลงสภาพ หรือใช้สิทธิ์ 1 ปี นับจากวันที่เสนอขายให้ประชาชนทั่วไปใน ประเทศ

หลังจาขายหุ้นสามัญ 340 ล้านหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้กองทุนฟื้นฟูฯต้องลดสัดส่วนถือหุ้นธนาคารเหลือประมาณ 83% เมื่อครบอายุแปลงสภาพวอร์แรนต์ และผู้ถือหุ้นใช้สิทธิทั้งหมด จะส่งผลให้ สัดส่วนกองทุนฟื้นฟูฯ ลดเหลือ 49% ซึ่งจะทำให้เป็นธนาคารเอกชนทันที ตามนโยบายทางการ

เป็นแบงก์เอกชน

ขั้นตอนแปรรูปอยู่ระหว่าง ขออนุมัติคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมทั้งการกำหนดราคาที่จะขายหุ้นสามัญ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา ช่วงควบรวมกิจการธนาคารนครหลวงไทยและศรีนคร มูลค่าบัญชี 10 บาทต่อหุ้น หลังจากนั้น 2 ปี มูลค่าบัญชีเพิ่มเป็น 18 บาท

"สาเหตุที่กำหนดสัดส่วนหุ้นเสนอขายเพียง 17% ของหุ้นทั้งหมด เพื่อต้องการทดสอบตลาด ว่าเป็นอย่างไร อีกทั้งหุ้นของแบงก์ ได้ถูกสั่งพักห้ามซื้อขายมาเป็นเวลานาน และรูปแบบการออกเสนอขายหุ้นครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับของกองทุนฟื้นฟูฯแล้ว ตามคำแนะนำของที่ปรึกษาทางการเงิน" นายอภิศักดิ์กล่าว

สำรองเผื่อถึง 3 ปี

ทางด้านนางสาวอังคณา สวัสดิ์พูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่าธนาคารมั่นใจว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ธนาคารยอดสินเชื่อเติบโตสุทธิ 14,000 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มเป็น 20,000 ล้านบาท 9 เดือนแรก

ช่วง 8 เดือนแรก ธนาคารอนุมัติสินเชื่อแล้ว เกือบ 80,000 ล้านบาท โดยสินเชื่อที่อนุมัติ กระจายทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

หนี้เน่าเหลือ 1.2 พันล้านบาท

สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ธนาคารนครหลวงไทยมีปัญหาหนี้เอ็น พีแอลไม่มากนัก เนื่องจากสินเชื่อที่ปล่อยเป็นสินเชื่อใหม่เกือบทั้งหมด ขณะที่หนี้เอ็นพีแอลเดิม โอนให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรีก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ธนาคารเอ็นพีแอลคงเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท เป็นสัดส่วนเพียง 0.41% จากสินเชื่อรวมเกือบ 290,000 ล้านบาท

นางสาวอังคณากล่าวว่า ด้านฐานะการเงิน ธนาคารคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ ยอดสินทรัพย์จะประมาณ 500,000 ล้านบาท ส่วนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ธนาคารตั้งตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด ตั้งสำรองแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 9 เท่า เมื่อเทียบเอ็นพีแอลของธนาคารปัจจุบัน สูงกว่าเกณฑ์ ธปท. 7-8 เท่า

"จากตัวเลขสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่สูงกว่า เกณฑ์ของแบงก์ชาติ ส่งผลทำให้ธนาคารไม่มีความจำเป็นต้องตั้งสำรองอีกในระยะเวลา 3 ปีนับจากปีนี้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขเศรษฐกิจต้องมีอัตราเติบโตในระดับ 4-5% ต่อปี"

นางสาวอังคณากล่าวว่าการตั้งสำรองของธนาคารถือว่าสูงกว่าระบบเป็นนโยบายของธนาคารที่ต้องการให้ฐานะการเงินดี ที่สำคัญ ปัจจุบันธนาคารกำไรเพียงพอตั้งสำรองแล้ว การตั้งสำรองดังกล่าว จะไม่เป็นภาระธนาคารอีก อนาคต หากเศรษฐกิจไทยผันผวน อีกทั้งหนี้ที่ปรับโครงสร้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ระยะเวลาผ่อนชำระนาน หากลูกค้าไม่ชำระตามกำหนดจะไม่ส่งผลกระทบฐานะธนาคารไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่ม

ปรับโครงสร้างองค์กรหวังเพิ่มสินเชื่อ

ล่าสุด ธนาคารนครหลวงไทยปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยเพิ่มสายงานกลุ่มลูกค้าขนาดกลางอีกสายงานแยกจากสายงานลูกค้ารายใหญ่ เพื่อให้การทำงานคล่องตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ปัจจุบันธนาคารมีสายงานสินเชื่อทั้งสิ้น 3 สายงาน คือ สายงานกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ สินทรัพย์ตั้งแต่ 2,000 ล้านบาทขึ้นไป สายงานกลุ่มลูกค้าขนาดกลางสินทรัพย์ 200-2,000 ล้านบาท และสายงานกลุ่มลูกค้าขนาดเล็ก สินทรัพย์ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us