Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน3 กรกฎาคม 2552
เปิดผลสอบสัญญาทาสช่อง 3 (ตอนที่ 4) รายได้ก้าวกระโดดแต่จ่ายคงที่             
 

   
related stories

เปิดสัญญาทาสช่อง 3
เปิดผลสอบสัญญาทาสช่อง 3 - “สิทธิประโยชน์ อสมท ลดลง”
เปิดผลสอบสัญญาทาสช่อง 3 (ตอนที่ 5) แฉลูกเล่นบีอีซีใช้อุปกรณ์-เช่าที่ดิน
เปิดผลสอบสัญญาทาสช่อง 3 (ตอนที่ 6) อสมท สูญเบื้องต้น 2 พันล้าน
เปิดผลสอบสัญญาทาสช่อง 3 (ตอนที่ 7)อัตราผลตอบแทนที่ควรเป็น
บีอีซีผ่องถ่ายผลประโยชน์ (ตอนที่ 8)

   
www resources

โฮมเพจ บีอีซี เวิลด์

   
search resources

บีอีซี เวิลด์, บมจ.
TV




ในการบริหารรายได้ กลุ่มมาลีนนท์สามารถกำหนดจำนวนรายได้ที่จะแสดงในงบการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้องภายในกลุ่มโดยอาศัยการซื้อขายระหว่างกัน ในทำนองเดียวกัน ในการบริหารทรัพย์สิน กลุ่มมาลีนนท์สามารถกำหนดให้บริษัทย่อยบริษัทหนึ่งได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องอื่นสามารถใช้ทรัพย์สินนั้นในการดำเนินงานโดยการเช่าระหว่างกัน

จากงบการเงินของบีอีซีนับจากปี 2530 ถึงปี 2548 เทียบกับเหตุการณ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จำนวนรายได้ และอัตราการเติบโตของรายได้ของบีอีซี ในช่วงปี 2530 ถึง 2548 สามารถสรุปได้ดังนี้

ช่วงปี 2530 – 2532 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 3 มีผลบังคับใช้ รายได้เฉลี่ยต่อปีโดยประมาณ 298 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลีย่ของรายได้ประมาณ 9%

ช่วงปี 2533 - 2536 หลังการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 3 มีผลบังคับใช้และก่อนปรับโครงสร้างใหญ่เพื่อรวมกิจการกับบีอีซีเวิลด์ รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 684 ล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ 30%

ช่วงปี 2537 – 2539 ระหว่างการปรับโครงสร้างใหญ่และรวมกิจการกับบีอีซีเวิลด์ (บีอีซีเวิลด์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เดือน พ.ย. 2538 ) รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,391 ล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ 22%

ช่วงปี 2540 – 2542 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,331 ล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ ติดลบ 10%

ช่วงปี 2543 – 2548 ฟื้นตัวหลังวิกฤตเศรษฐกิจ รายได้เฉลี่ยต่อปีโดยประมาณ 2,167 ล้านบาท อัตราเติบโตเฉลี่ยของรายได้ 15%

จากข้อมูลดังกล่าวเป็น่ที่น่าสังเกตว่า ก่อนปี 2533 (ก่อนที่การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 3 จะมีผลบังคับใช้ ) รายได้ของบีอีซีมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 9 แต่ว่านับจากปี 2539 ( หลังจากการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 3 มีผลบังคับใช้จนถึงปีหลังจากที่บีอีซีเวิลด์เข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ) รายได้ของบีอีซีเติบโตแบบก้าวกระโดด ( เฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 ในช่วงปี 2533 ถึงปี 2536 และร้อยละ 22 ในช่วงปี 2537 – 2539 )

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ถึง 2542 แม้ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้จะติดลบ หากแต่จำนวนรายได้เฉลี่ยต่อปีของบีอีซียังสูงถึง 1,331 ล้านบาท หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ( ปี 2543 – 2548 ) รายได้ของบีอีซีมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 15 ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 2,167 ล้านบาท

จากข้อมูลนี้ได้ข้อสังเกตุว่า กลุ่มมาลีนนท์ประสบความสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าการลงทุนจากการวางกลุยุทธ์ระยะยาวที่ชาญฉลาด กลยุทธ์ดังกล่าวจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากบีอีซีไม่ได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 3 กับ อสมท

ในแง่ของธุรกิจ เริ่มต้นจากการเตรียมบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการทำราคาหุ้นให้เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มบริษัทจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการหารายได้ แต่สัญญาเดิมที่ทำไว้กับ อสมท กำหนดให้บีอีซีต้องจ่ายค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 6.5 จากรายได้ทั้งสิ้น ( ซึ่งทำให้ค่าตอบแทนขยายตัวไปพร้อมกับรายได้ ) กลุ่มมาลีนนท์จึงจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาเกี่ยวกับวิธีคำนวณค่าตอบแทนที่จ่ายให้ อสมท และเพื่อเป็นการประกันการหารายได้ในระยะยาว กลุ่มมาลีนนท์จำเป็นต้องยืดอายุสัญญาออกไปให้นานที่สุด และทำให้การบอกเลิกสัญญามีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่สุด

กลยุทธ์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัท โดยกำหนดให้บีอีซีเวิลด์ ทำหน้าที่บริษัทใหญ่ควบคุมบริษัทที่เกี่ยวข้องทุกบริษัท รวมถึงบีอีซี ทั้งนี้เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานและการบริหารทรัพย์สิน เนื่องจากบีอีซีมีข้อตกลงที่จะโอนทรัพย์สินดำเนินงานให้ อสมท ดังนั้น กลุ่มมาลีนนท์จึงจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาให้บีอีซีสามารถเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือทำการเพิ่มทุนได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจาก อสมท เพื่อที่บีอีซีเวิลด์จะสามารถซื้อหุ้นบีอีซีในอัตราร้อยละ 99.99 ก่อนแปลงสภาพเป็นบริษัทจดทะเบียน ในขณะที่บีอีซียังคงสภาพเป็นบริษัทจำกัดต่อ่ไป

ความถูกต้องโปร่งใสในการปฎิบัติตามสัญญาด้านค่าตอบแทน

จากข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรายได้ของบีอีซีภายหลังการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 3 ( จากร้อยละ 9 ไปเป็น ร้อยละ 30 ) อาจทำให้ตั้งข้อสังเกตุได้ว่า การอนุมัติให้แก้ไขสัญญาน่าจะเกิดขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากธุรกิจการส่งโทรทัศน์สีเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการภายใต้ตลาดผูกขาดที่กำลังขยายตัว อย่างไรก็ตาม การพิจารณาย้อนกลับไปในอดีตอาจไม่สามารถอธิบายถึงเหตุผลในการตัดสินใจแก้ไขสัญญาในขณะนั้น ดังนั้นคณะทำงานจึงได้ทำการค้นคว้าถึงที่มาของการแก้ไขสัญญาในปี 2532

โดยในปี 2532 ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการศึกษาข้อเสนอของบีอีซีเพื่อให้คำเสนอแนะถึงความเหมาะสมในการแก้ไขสัญญาตามข้อเสนอนั้น โดยมีนายสงวน ตียะไพบูลย์สิน กรรมการ อสมท เป็นประธานคณะทำงาน หลังจากที่ได้รับคำเสนอแนะจากคณะกรรมการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวนที่ 18 เมษายน 2532 และได้รับการอนุมัติให้แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาในวันที่ 2 พฤษภาคม 2532

เหตุผลหนึ่งที่คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอของบีอีซี ให้ความสนับสนุนในการแก้ไขการจ่ายค่าตอบแทนจากอัตราร้อยละไปเป็นจำนวนตายตัวตามค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่าย ( ตามที่ระบุไว้ในการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 2 ) เนื่องจากนับตังแต่ ปี 2521 เป็นต้นมา บีอีซีไม่เคยมีรายได้มากพอที่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ อสมท เกินกว่าจำนวนค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ตอ้งจ่าย

คณะทำงานได้ทำการคำนวณค่าตอบแทนที่บีอีซีจ่ายให้ อสมท ในระหว่างปี 2530 – 2532 ( ทุกปีที่สามารถเก็บข้อมูลได้ ) และนำมาเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายตามที่ระบุไว้ในการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาครั้งที่ 2 ที่ทำขึ้นในปี 2525 ซึ่งผลที่ได้จากการคำนวณสามารถสรุปได้ดังนี้

ปี 2530 รายได้ทั้งสิ้น 272,476,982 บาท โดย 6.55 ของรายได้ทั้งสิ้นจะเท่ากับ 17,711,003 ล้านบาท โดยค่าตอบแทนขั้นต่ำตามสัญญาเท่ากับ 17,715,610 บาท

ปี 2531 รายได้ทั้งสิ้น 299,055,950 บาท โดย 6.55% ของรายได้ทั้งสิ้นจะเท่ากับ 19,438,636 บาท โดยค่าตอบแทนขั้นต่ำตามสัญญาเท่ากับ 19,487,171 บาท

ปี 2532 รายได้ทั้งสิ้น 321,616,573 บาท โดย 6.5% ของรายได้ทั้งสิ้นจะเท่ากับ 20,905,077 บาท โดยค่าตอบแทนขั้นต่ำตามสัญญากับ 21,435,888 บาท

ข้อมูลที่คำนวณออกมานี้ ยืนยันได้ว่า ค่าตอบแทนที่คำนวณจากร้อยละ 6.5 ของรายได้ทั้งสิ้น มีจำนวนน้อยกว่าค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายในทุกปีที่ทำการเปรียบเทียบ ด้วยสาเหตุนี้ บีอีซี จึงไม่เคยจ่ายค่าตอบแทนให้ อสมท เกินกว่าจำนวนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายยตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ค่าตอบแทนที่คำนวณได้ ( ร้อยละ 6.5 ของรายได้ ) มีจำนวนใกล้เคียงกับค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายอย่างน่าสงสัย ( 17.7-17.7 ล้านบาท ในปี 2530 , 19.4-19.4 ล้านบาท ในปี 2531 และ 20.9 – 21.4 ล้านบาท ในปี 2532 ) โดยเฉพาะเมื่อจำนวนค่าตอบแทนขั้นต่ำเหล่าน้นัได้กำหนดขึ้นตั้งแต่ปี 2525 ห้าปีก่อนที่รายได้จะเกิดขึ้นจริง

นอกจากนั้นแล้วข้อมูลรายได้ของบีอีซีเก็บจากงบการเงินที่ตรวจสอบโดยนายโชติศักดิ์ โชติกวณิก เลขทะเบียน 562 ซึ่งคณะทำงานได้ทำการค้นคว้าพบว่า นายโชติศักดิ์ทำการตรวจสอบงบการเงินของบีอีซีตั้งแต่ปี 2530 ถึงปี 2537 ยกเว้นปี 2534 ที่นายโชติศักดิ์ถูกพักใบอนุญาตการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2534 ถึงวันที่ 5 กันยายน 2535 การที่นายโชติศักดิ์ถูกสั่งพักใบอนุญาตเริ่มต้นปี 2534 ทำให้สันนิษฐานได้ว่า การพักใบอนุญาตของนายโชติศักดิ์เกิดจากการกระทำผิดในระหว่างปี 2530 – 2532 หรือไม่

ตามปรกติแล้วการสั่งพักใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีนั้นมักมีสาเหตุมาจากการที่ผู้สอบบัญชีไม่ได้กระทำการตรวจสอบงบการเงินที่ตนลงลายมือชื่อรับรองหรือไม่ได้กระทำการตรวจสอบงบการเงินที่ตนลงลายมือชื่อรับรองตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างครบถ้วนทำให้งบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบนั้นขาดความน่าเชื่อถือ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us