Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน25 มิถุนายน 2552
มูดี้ส์เฉือนเครดิต"EXIM-TMB'" ธปท.การันตีฐานะแบงก์แกร่ง             
 


   
search resources

มูดี้ส์ อินเวส-เตอร์ เซอร์วิส
Banking and Finance




มูดี้ส์เผยผลทบทวนอันดับเครดิตแบงก์ไทย 10 แห่ง "เอ็กซิมแบงก์-ทหารไทย"เจอลดอันดับเครดิต และขณะที่"นครหลวงไทย"ได้ปรับเพิ่ม ระบุความสามารถในการชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นมีสูง ส่วนแบงก์อื่นๆยังคงอันดับเครดิต ด้านธปท.ยืนยันความแข่งแกร่งฐานะ

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส (มูดี้ส์) แจ้งว่า วานนี้ (24 มิ.ย.) มูดี้ส์ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกตราสารสกุลเงินต่างประเทศของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIMT) จากระดับ A3 เป็น Baa 1 มุมมอง เชิงลบ และลดอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและระยะสั้นของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) จากระดับ Baa 2 เป็น Baa3 และจาก P-2 เป็น P-3 ตามลำดับ มุมมอง มีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับเครดิตมูดี้ส์ยังได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) (SCIB) จากระดับ P-3 เป็น P-2 มุมมอง มีเสถียรภาพ โดยการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือต่อธนาคารทั้งสามแห่งดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการพิจารณาทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 ซึ่งเป็นไปตามการปรับระบบการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังเกิดวิกฤตการเงินโลก โดยแยกระหว่างธนาคารที่เป็นยุทธศาสตร์เชิงนโยบายของรัฐบาล และธนาคารที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์เชิงนโยบายของรัฐบาลและธนาคารกลาง

"การเปลี่ยนแปลงระบบการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวได้นำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือของ EXIMT และ TMB ส่วนอันดับความน่าเชื่อถือของ SCIB ที่ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่มีอยู่สูง"

อย่างไรก็ตาม ธนาคารไทยอื่นที่ถูกทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือจากมูดี้ส์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมาเช่นกันได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BBL),ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (BAY), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GHB), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ( KBANK), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB),ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB), และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ประเทศไทย)(SCBT)นั้น ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตอยู่ในระดับเดิม และม่มีการเปลี่ยนแปลงมุมมองแต่อย่างใด ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือและมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือในด้านอื่นๆของทั้ง EXIMT, TMB, และSCIB ได้รับการคงไว้ทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ที่ "BBB+(tha)" แก่หุ้นกู้ไม่มีประกัน ประเภทด้อยสิทธิของ SCIB โดยหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวมีมูลค่ารวมไม่เกิน 10,000 ล้านบาท และมีอายุ 10 ปี ขณะที่ SCIB มีอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ที่ "A-(tha)" และอันดับเครดิตในประเทศระยะสั้นอยู่ที่ "F1(tha)" โดยแนวโน้มอันดับเครดิตของธนาคารมีเสถียรภาพ

โดยฟิทช์ระบุว่า อันดับเครดิตของ SCIB สะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจของธนาคารที่ค่อนข้างอ่อนแอ รวมถึงสถานะทางการเงินที่ยังคงไม่แข็งแกร่งนัก ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะได้มีการปรับตัวดีขึ้นแล้วก็ตาม หลังจากที่ธนาคารประกาศผลขาดทุนสุทธิจำนวน 2,000 ล้านบาทในปี 2550 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 4,100 ล้านบาท ในปี 2551 ซึ่งเป็นผลจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของธนาคารในไตรมาสที่ 1 ปี 2552 ได้อ่อนตัวลง โดยกำไรสุทธิลดลงเหลือ 0.7 พันล้านบาท จาก 1.3 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ปี 2551 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลงและจากการที่บริษัทลูกของธนาคารมีผลขาดทุนของเงินลงทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาด (mark-to-market) ระดับสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2552 อยู่ในระดับคงที่เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2551

ธปท.โต้ฐานะTMBยังแกร่ง

ด้านนายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีการปรับลดอันดับเครดิตธนาคารทหารไทยว่า ในขณะนี้ธนาคารทหารไทยยังไม่มีปัญหาเรื่องฐานะ เนื่องจากธนาคารทหารไทยมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส เรโช) ล่าสุดในเดือนพ.ค.ที่ระดับ 14.59% เทียบกับทั้งระบบที่อยู่ที่ 15% ถือว่ายังอยู่ในระดับที่สูง ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ลดลงเหลือ 14% จาก 15% ประกอบกับมีการตั้งสำรองหนี้สูญสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 1.1 เท่า ซึ่งในแง่การตั้งสำรองต่อเอ็นพีแอลอยู่ที่ 61%ของเอ็นพีแอลทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นหนี้ที่มีหลักประกัน ถือว่าอยู่ระดับเดียวกันเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดเท่ากัน

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารไม่ได้มีปัญหาอะไร แม้กระทรวงการคลังจะมีการลดสัดส่วนการถือหุ้น แต่เป็นการลดสัดส่วนเพื่อเปิดทางให้ทางไอเอ็นจี กรุ๊ปเข้ามาถือหุ้น.   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us