Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน24 มิถุนายน 2552
ผ่านพรก.กู้เงินหนุนศก.ฟื้น เซ็นทรัลลุยลงทุนเปิดสาขา             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด

   
search resources

ซี อาร์ ซี เพาเวอร์ รีเทล, บจก.
Retail




“เซ็นทรัล” เชื่อผ่านพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น ประกาศเดินหน้าแผนลงทุนเปิด 2 สาขา มูลค่าลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท คาดเปิดเร็วสุดปลายปีนี้ หลังพับแผนในช่วงต้นปี ล่าสุดเปิด “โฮมเวิร์ค ราชพฤกษ์” พื้นที่กว่า 38,000 ตร.ม. คาดหนุนยอดขายทั้งปี 2,500 ล้านบาท

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด และบริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า การผ่านร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงินของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2522 จำนวน 4 แสนล้านบาท นับเป็นข่าวดีของธุรกิจทุกภาคส่วนของไทย และเชื่อว่าวงเงินที่เหลืออีก 4 แสนล้านบาทน่าจะผ่านเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีนักลงทุนประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่กล้าลงทุน เกิดปัญหาการว่างงานตามมา การที่รัฐบาลนำเงินมาลงทุนทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเกิดการขับเคลื่อน อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้น เชื่อว่ารัฐบาลทำถูกต้องแล้ว เพราะในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศก็ดำเนินการแบบเดียวกัน ซึ่งได้ผลดีพิจารณาได้จากตลาดหุ้นในต่างประเทศปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

“เศรษฐกิจไทยผ่านช่วงต่ำสุดมาแล้ว ที่ผ่านมาเราพยายามควบคุมค่าใช้จ่าย ชะลอการลงทุนระยะยาว เน้นเฉพาะการลงทุนระยะสั้นหรือจัดแคมเปญส่วนลด กระตุ้นยอดขาย แต่หลังจากนี้จะนำแผนการลงทุนระยะยาวที่ชะลอแผนไปในช่วงต้นปี มาดำเนินการต่อ”

**เชื่อศก.ฟื้นลุยเปิดเพิ่ม2สาขา**

สำหรับการลงทุนดังกล่าว จะเป็นการลงทุนเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสาขาศรีนครินทร์ ส่วนอีกแห่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายใน 1-2 เดือนนี้และเปิดให้บริการเร็วที่สุดปลายปีนี้หรือต้นปี 53 โดยนโยบายการเปิดสาขาใหม่จะพยายามผนึก โฮมเวิร์ค เพาเวอร์บาย และท็อป มาร์เก็ตไว้ด้วยกัน แต่หากพื้นที่ใดกฎหมายผังเมืองไม่อนุญาตให้เปิดศูนย์ค้าปลีกขนาดใหญ่เพิ่มก็จะไม่มีท็อป มาร์เก็ตอยู่ในสาขานั้น

นอกจากการลงทุนเปิดสาขาใหม่แล้วในปีนี้ จะลงทุนปรับปรุงสาขาเพาเวอร์บายและโฮมเวิร์ค ให้มีความสวยงามดูดีขึ้น โดยโฮมเวิร์คจะปรับปรุงใหม่ 2 สาขาๆ ละ 30-35 ล้านบาท ส่วนโฮมเวิร์คจะปรับปรุงอย่างน้อย 10 สาขาๆ ละประมาณ 10 ล้านบาท นอกจากนี้จะนำสินค้านำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ จีน เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แก่สินค้า แต่สินค้าที่นำเข้ามานั้นจะเน้นเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าที่มีอยู่ในไทย แต่ราคาจะถูกกว่ามาก พร้อมทั้งรับประกันคุณภาพและหากชำรุดเสียหายสามารถเปลี่ยนคืนได้ โดยจะเน้นสินค้าขนาดเล็ก หรือของตกแต่งบ้าน ของใช้ในครัวเรือน แต่หากสินค้าประเภทใดที่ไทยเป็นฐานการผลิต หรือมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วก็จะไม่นำเข้ามาเช่น ทีวี เป็นต้น

**เปิด โฮมเวิร์ค ราชพฤกษ์”

นายสุทธิสาร กล่าวต่อว่า ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ บริษัทเตรียมฉลองเปิดสาขาใหม่ โฮมเวิร์ค ราชพฤกษ์ สาขาที่ 8 รูปแบบสาขาสแตนอโลนที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มและรวบรวม โฮมเวิร์ค เพาเวอร์บายและทอ็ป มาร์เก็ต เข้าด้วยกัน ตัวอาคาร 2 ชั้นพื้นที่ 38,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ให้เช่า 9,000 ตร.ม. มูลค่าการลงทุน 900 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปท์ “ศูนย์รวมสินค้าเพื่อบ้าน-เครื่องใช้ไฟฟ้าและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ “ครบ สะดวก ใหม่และใหญ่กว่า”

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ในย่านราชพฤกษ์มีคนอยู่อาศัยกว่า 5 แสนครัวเรือน และยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจากธนาคารอาคารสงเคราะห์พบว่า อสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้โตขึ้น 7% โดยในไตรมาส 1/52 มีบ้านจดทะเบียน 2,380 ยูนิต ส่วนไตรมาส 1/52 มีจำนวน 2,546 ยูนิต และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมของตลาดอสังหาฯจะชะลอตัวก็ตาม

จากข้อมูลฐานลูกค้าของบริษัทในย่านดังกล่าวมีกว่า 50,000 ราย อายุระหว่าง 30-45 จำนวน 45% และกว่า 40% ทำงานออฟฟิตและรับราชการ กว่า 20% มีรายได้เกิน 1 แสนบาท/เดือน ซึ่งถือว่ารายได้ต่อหัวสูงมากกว่าในหลายทำเล ทำให้บริษัทตั้งเป้าว่าอัตราการซื้อที่โฮมเวิร์คต่อบิล ประมาณ 2,500 บาท ในขณะที่สาขาอื่นเฉลี่ย 1,700 บาท/บิล เพาเวอร์บาย 3,000 บาท/บิล และท็อป 450-500 บาท /บิลและมีความถี่ในการซื้อ 3 ครั้ง/เดือน โดยตั้งเป้ายอดขายในสาขานี้ประมาณ 60 ล้านบาท/เดือน และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี

“แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่อัตราการเติบโตของโฮมเวิร์คยังอยู่ที่ประมาณ 7-10% และเมื่อเปิดสาขาใหม่จะทำให้ทั้งปีมีอัตราการเติบโต 20% หรือมียอดขาย 2,900 ล้านบาท”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us