Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2530








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2530
ทนง ลี้อิสสระนุกูล รุ่นที่ 3 ปลดเปลื้องอาถรรพณ์             
 

   
related stories

ผู้จัดการรุ่นใหม่ในสายตา "ผู้จัดการ"

   
search resources

ทนง ลี้อิสสระนุกูล
Commercial and business
Vehicle
สิทธิผลมอเตอร์, บจก.




คนจีนถือว่าความรุ่งเรืองของธุรกิจ จะไม่พ้นรุ่นที่ 3 กลุ่มสิทธิพลของ "ลี้อิสสระนุกูล" ซึ่งยิ่งยงอยู่ในแวดวงอุตสหกรรมยานยนต์ มาหลายสิบปี ได้ก้างมาถึงรุ่นที่ 3 แล้วในวันนี้ และเป็นรุ่นที่ 3 ที่เปลี่ยนแปลงในการทำการค้าอย่างมากมายภายใต้การนำของ "ทนง ลี้อิสสรุนุกูล" ทายาทคนโตของกลุ่มอนาคตของกลุ่มสิทธิผลจะเป็นไปเช่นไรหนอ

วัยหนุ่ม 27 ปีของเขาโลดแล่นท้าทายไปกับ "ความเร็ว" เสียทุกเรื่องจนเป็นบทสรุปสั้นๆ ของชีวิตแล้วว่า "ความเร็วไม่ใช่มัจจุราชที่จงใจมอบความตายเพียงถ่ายเดียว หากได้สอนให้เกิดความหนักแน่น สุขุมและแน่วแน่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตไม่น้อยไปกว่ากัน"

รถสปอร์ตสีดำในความรู้สึกที่เข้มแข็งบึกบึน ปราดเปรียวและงามสง่า กับความเร็วของเข็มไมล์ที่ไม่ควรต่ำกว่า 160 กิโลเมตร/ชั่วโมงบนไฮเวย์สายไหนก็ได้ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม-นั่นเป็นความสุขที่เขาอยากเสพย์โดยไม่ใส่ใจกับ "ความตาย" หรือ "ความพิการ" ของร่างกายที่อาจมาเยือนอย่างฉับพลัน

เขารักรถเป็นชีวิตจิตใจ ปัจจุบันมีรถใช้ส่วนตังถึง 6 คันคือ กาแลนท์ซิกมา MITSUBISHI STARIO BMW.316 นิวแลนเซอร์ รถแข่งแรลลี่ LANCER TERBO และ MITSUBISHI DEBONAIR ซึ่งเป็นรถที่ผลิตขึ้นเพียง 9 คันเท่านั้นในโลกและมีเพียงคันเดียวในเมืองไทย รถทุกคันเขาเจาะจงสีดำเป็นพิเศษเพราะมันดูฉกาจฉกรรจ์ดี

MITSUBISHI DEBONAIR เป็นรถสำหรับบุคคลระดับ EXECUTIVE ที่คุณปู่เขาได้รับเมื่อ 20 ปีก่อนในฐานะประธานบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิในเมืองไทย โชคดีผ่านมาสู่มือเขาเป็นของขวัญในวันแต่งงานเพราะเป็นหลานคนเดียวที่ใกล้ชิดและเป็นที่รักใครของปู่มาตั้งแต่เด็ก ๆ

หลายคนอาจรู้จักเขาบ้างในฐานะนักแข่งรถอาชีพคนหนึ่ง ที่ผ่านความโลดโผนขับเคี่ยวความเร็วในสนามประลองมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แต่ปัจจุบันหลายคนได้รู้จักเขาในฐานะทายาทรุ่นหลายคนแรกของ "ลี้อิสสระนุกูล" ที่กระโดดเข้ามารับผิดชอบธุรกิจของตระกูลในวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น

อาจเร็วเกินไปในความรู้สึกนึกคิดของบางคน แต่เขาย้ำ - ด้วยความเชื่อมั่นว่า "ดีเสียอีกที่ส่งผมมารับตำแหน่งสูง ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ ทำให้ได้เปรียบที่จะเรียนรู้งานในมุมกว้างและสั่งสมความชำนาญอีกหลายสิบปี เมื่อถึงวันที่น้อง ๆ กลับมาจากเมืองนอก มาร่วมงานเป็นทีมครบทุกคน เราจะพิสูจน์ให้รู้ว่ารุ่นที่ 3 ไม่ใช่เป็นรุ่นที่นำความหายนะมาสู่ธุรกิจของตระกูลอย่างที่คนจีนเก่า ๆ เชื่อถือกันมา"

"ลี้อิสสระนุกูล" อาจไม่รู้จักกว้างขวางเหมือนตระกูลธุรกิจบางกลุ่ม แต่ถ้าเอ่ยถึง "กลุ่มสิทธิผล" หรือ "สิทธิผลมอเตอร์" เป็นที่ยอมรับกันมากในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีบริษัทในเครือนับสิบบริษัท นอกเหนือไปจากเป็นผู้ประกอบและจำหน่ายรถยนต์ "มิตซูบิชิ" แล้วยังเป็นเจ้าของโรงงานผลิตยางรถจักรยานยนต์ใหญ่ที่สุดของประเทศ-ไออาร์ซี เจ้าของโรงงานผลิตหลอดไฟและโคมไฟสำหรับยานพาหนะทุกชนิด-ไทยสแตลนเลย์การไฟฟ้า

"ลี้อิสสระนุกูล" ผ่านยุคของการตั้งตัวที่ค่อนข้างจะโชคดีมาแล้วในสมัยของกนกลี้อิสสระนุกูล (คุณปู่รุ่นที่ 1) ที่จับพลัดจับพลูได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ "มิตซูบิชิ" เมื่อปี 2504 แล้วตามเก็บดอกผลความสำเร็จอย่างยั้งไม่หยุดในยุคที่ 2 รุ่นของปริญญาลี้อิสสระนุกูล วิทยา ลี้อิสสระนุกูล และกัลยาณี พรรณเชษฐ์ ซึ่งเป็นรุ่นลูกที่มีการขยายตัวเข้าไปลงทุน "INVESTMENT) ในธุรกิจต่าง ๆ อีกหลายสิบประเภทอย่างไม่หยุดหย่อน

"ลี้อิสสระนุกูล" ก้าวมาถึงรุ่นที่ 3 แล้วภายใต้การนำของ "ทะนง ลี้อิสสระนุกูล" ลูกชายคนโตของวิทยาคนหนุ่มที่ชมชอบวัดความเสี่ยงด้วย "ความเร็ว" เขาต้องทำหน้าที่เป็นข้อต่อสำคัญที่จะปลดเปลื้องอาถรรพ์ของคำทำนายแต่เก่าก่อนได้หรือไม่

วิทยาพ่อของทนงแม่แรงคนสำคัญของรุ่นที่สองเก่งมากในการดูโหงวเฮ้ง ก่อนทำสัญญาการค้ามักเสียเวลาไม่น้อยต่อการดูโหงวเฮ้งคู่ค้า เมื่อวิทยาส่งมอบกิจการให้ทนงก็พร้อมด้วยความั่นใจที่ผ่านการดูโหงวเฮ้งแล้วว่า เขาจะต้องเป็นผู้สืบสานภารกิจของตระกูล ให้พุ่งทะยานไปสู่ความสำเร็จได้แน่นอน

มันเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเขาไว้แล้วห่วงหนึ่ง

ทนงผ่านการหล่อหลอมความคงทนในการเป็นพ่อค้ามาตั้งแต่เล็ก ๆ จากปู่ที่ถ่ายทอดเคล้ดวิชาอย่างหมดไส้หมดพุง เขาผูกพันกับปู่มาก ขนาดที่ยอมนั่งในตำแหน่ง TOP EXECUTIVE ของบริษัทสิทธิผล 1919 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ค่อยมีคนคุ้นชื่อมากนัก หากแต่เป็นบริษัทแรกที่ปู่ตั้งขึ้นมา

หน้าที่ของเขาในวันนี้จึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจะพัฒนา "สิทธิพล 1919" ให้เป็นเสาหลักของกลุ่มสิทธิผลได้อีกต่อไปอย่างไม่คลอนแคลน และนี่ก็เป็นห่วงโซ่อีกห่วงที่รัดรึงเขาเอาไว้ สมบัติชิ้นสำคัญของปู่ที่ตายจากไปแล้วจะรุ่งโรจน์หรือล้มเหลว-เขานั้นแหละตัวกำหนด

ทนงเข้ารับผิดชอบธุรกิจของกลุ่มโดยเริ่มงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกับบริษัทอินโนเว รับเบอร์ (ผู้ผลิตยางไออาร์ซี) หลังจากเรียนจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจการค้าจากมหาวิทยาลัยนานซาน ประเทศญี่ปุ่น เหตุที่ต้องเริ่มงาน ณ ที่นี้เป็นเพราะช่วงเรียนเขาเคยผ่านการฝึกงานที่อินโนเว รับเบอร์ ประเทศญี่ปุ่นมาก่อน

เขารู้ตัวดีว่าต้องพบกับแรงกดดันในหลาย ๆ ด้าน อย่างน้อยต้องสำแดงฝีมือให้เป็นที่ยอมรับทั้งผู้บริหารฝ่ายญี่ปุ่นที่ถูกส่งเข้ามาช่วยเหลือและพนักงานหลายร้อยคนที่เฝ้ามองว่า "คนอย่างเขาจะถึงครึ่งหนึ่งของพ่อหรือเปล่า"

ปีแรกที่เริ่มต้นทำงานจริงจังก็เป็นปีที่ทำให้เขาหัวแทบระเบิด เพราะสถานการณ์ช่วงนั้นอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทและค่าเงินเยนเกิดการแข็งกระด้างอยางกะทันหัน ทำให้ธุรกิ่จของกลุ่มสิทธิผลที่เกี่ยวพันกับญี่ปุ่นเสียเป็นส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ในสภาพของคนที่เป็นอัมพาตไปครึ่งตัว

ช่างเป็นการท้าทายความสามารถอย่างน่าหวานอมขมกลืนเสียนี่กระไร

เขาต้องเข้าควบคุมงานอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การตลาด การเงิน และไม่รีรอที่จะปรับเปลี่ยนระบบบริหารภายในแบบยกเครื่อง เขากร้าวพอที่จะสลายความสัมพันธ์ของการทำงานแบบครอบครัวที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อ ด้วยการอัดฉีดระบบบริหารสมัยใหม่เข้าไป มีการรับสมัครพนักงานวัยหนุ่ม-สาวจนแทบเรียกได้ว่าพนักงานของบริษัทตั้งแต่ระดับบริหารยันคนงานเฉลี่ยแล้วมีอายุไม่เกิน 25 ปี

"ผมรู้ว่าความคิดของเขาค่อนข้างเสี่ยงต่อการร้าวฉานกับคนเก่า ๆ เป็นอันมาก แต่คนคนนี้ชอบที่จะทำอะไรอย่างรวดเร็วไม่รั้งรอ ก็ดีที่เขาพยายามปรับความเข้าใจกับพนักงานเก่า ๆ ที่มีอายุมาก ๆ ได้อย่างแสนสนิทจนไม่มีปัญหาในการทำงาน" ปิติ มโนมัยพิบูลย์ แห่งไทยคาวาซากิ เล่าให้ฟัง

ถึงวันนี้เขาบอกตัวเองได้แล้วว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย เพราะสถานการณ์ของอินโนเวฯ หายใจได้คล่องขึ้นตามลำดับ สามารถทำกำไรได้มากกว่ายุคก่อน ๆ ถึงปีละไม่น้อยกว่า 30% และกำลังรุกไปข้างหน้าด้วยการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในเร็ว ๆ นี้

ระหว่างที่อาการของอินโนเวฯกะปลกกะเปลี้ยการเป็นนักขับรถแข่งยังประโยชน์ต่อการทำงานไม่น้อย เพราะเขาจะขับรถไปตรวจงานและเยี่ยมเยียนลูกค้าทั่วประเทศด้วยตนเอง จึงทำให้สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้าได้อย่างสนิทใจ และยังทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อนำมาแก้ไขปรับปรุงได้ถูกจุด

นั่นเป็นข้อสรุปที่บอกเขาว่า เพราะความเป็นตีนผีไฮเวย์ทำให้ยางไออาร์ซีเป็นผู้ครองตลาดได้ในปัจจุบัน

เขาหลงไหลความเร็วและเชื่อมั่นในความเร็วทุกเรื่องจริง ๆ แม้แต่การแต่งงานก็เป็นไปอย่างรวดเร็วเพียงเวลาไม่ถึง 1 ปีที่ไปกล้อมแกล้มจะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จนได้สนิทชิดเชื้อกับกนกวิภา วิริยะประไพกิจทายาทสาวของ "สหวิริยากรุ๊ป"

เป็นที่น่ามองมากกว่า เดิมที "ลี้อสสระนุกูล" บนถนนการค้านั้นค่อนข้างโดดเดี่ยวไม่มีความสัมพันธ์กับตระกูลธุรกิจอื่นมากนัก ไม่มีความสัมพันธ์กับตระกูลธุรกิจอื่นมากนักทว่าในรุ่นที่ 3 "ลี้อิสสระนุกูล" เริ่มต้นที่จะสร้างฐานความแน่นหนานั้นแล้ว

"ทนงเป็นคนบ้าบิ่นและถือดีในความสามารถอยู่ไม่น้อย" บางคนของวงการยานยนต์พูดถึงเขา

บางทีเขาอาจไม่บ้าบิ่นอย่างเดียว แต่ยังแผลงที่จะกล้าได้กล้าเสียอีกด้วย เพราะ "ลี้อิสสระนุกูล" ในรุ่นก่อนนั้นไม่กล้าพอที่จะขยายตัวเองออกไปธุรกิจอื่นมากนักแต่ในรุ่นที่ 3 "ลี้อิสสระนุกูล" กำลังจะแหกคอก DIVERSIFY ตัวเองออกไปยังธุรกิจแนวอื่นดูบ้าง

อย่างแรกก็คือ การลงทุนทำสตูดิวโอที่ได้มาตรฐานที่สุดในเอเชีย ทนงหวังไว้มากกว่าสตูดิวโอที่จะเปิดตัวในเดือนตุลาคมแห่งนี้จะเป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่มีความเพียบพร้อมที่สุด เขาทุ่มเทให้กับงานนี้เป็นเงินไม่น้อยกว่า 100 ล้าน เหตุที่เขาเสี่ยงลงทุนเป็นเพราะว่า "ผมไม่เคยพอใจงานโฆษณาของกลุ่มสิทธิผลที่ออกมาเลย"

ก็เป็นที่รู้กันเงียบ ๆ ว่าทนงมีความเป็นนักโฆษณาอยู่ในตัวไม่น้อย ปฏิทินโฆษณาของยางไออาร์ซี ที่คัดเลือกเอานางแบบสาวประเภทปลุกใจเสือป่า มาเป็นแบบ จนเป็นที่ฮือฮาไม่แพ้ปฏิทินแม่โขงก็เป็นแนวคิดของเขาเช่นกัน เขาบอกว่า "ขายสินค้าประเภทนี้ต้องโฆษณาให้มันหวาดเสียวอย่างนี้ลูกค้าจึงจะชอบ"

ทนงคิดที่จะปรับฐานะของบริษัทสิทธิผล 1919 ซึ่งปัจจุบัน ทำหน้าที่เป็นฝ่ายขายให้กับสินค้าของบริษัทในเครือ (ยกเว้นรถยนต์มิตซูบิชิ) ให้ทำหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งด้วยการเป็น "เทรดดิ้ง คัมปะนี" ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งฝันอันนี้เขาบอกว่าเป็นสุดยอดของการท้าทาย

แน่ละคนอื่น ๆ ก็เฝ้ามองเหมือนกันว่าความบ้าบิ่นของเขากำลังจะขุดหลุมฝังตัวเองหรือไม่

คนในวงการบอกว่าเหตุที่พ่อ ลุง และน้าของเขายอมรับในการตัดสินใจที่เขาคิดจะลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ก็ด้วยผลงานที่เขาสร้างจนเป็นที่ประจักษ์มาแล้วเมื่อครั้งที่เสนอความคิดให้กลุ่มสิทธิผลร่วมทุนกับบริษัทเถาหยวนไบซิเคิล จากไต้หวันตั้งโรงงานผลิตพรีจักรยานขึ้นมาเป็นรายแรกของประเทศ (บริษัทไทยเซต้า) จนเรียกลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตรถจักรยานมากุมไว้ได้เกือบทั้งหมด

"ถ้าเปรียบเขากับรุ่นที่ 3 คนอื่น ๆในลี้อสสระนุกูล บุคลิกภายนอกอันมาจากรูปร่างที่ดูอุ้ยอ้าย และออกจะเป็นนักซิ่งเหลือกำลังลากนั้น เห็นที่เครดิตส่วนนี้เขาต้องแพ้อย่างไม่เป็นท่า แต่ถ้าคนที่ใกล้ชิดกับตระกูลนี้แล้วรู้กันว่า ทนงนั่นล่ะที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของรุ่นที่ 3 เลยที่เดียว" คนในวงการท่านหนึ่งบอกกับ "ผู้จัดการ"

ทนงเคยประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถสอบเข้าเรียนวิศวะ ได้ดั่งใจ แต่เขาก็ยังมีความจำที่ดีเป็นพิเศษ ในบริษัทไทยสแตนเลย์การไฟฟ้าที่เข้าไปเป็นกรรมการผู้จัดการเขาสามารถจำชื่อพนักงานไว้ได้เกือบหมดด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่เปลี่ยนชื่อภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษเพียงตัวเดียว

และนั่นทำให้เขาให้ลืมว่า วันนี้วันนั้นถึงวันเกิดของพนักงานคนใดที่จะต้องมีของขวัญพิเศษให้ทุก ๆ คน

แต่บนถนนความสำเร็จเขากลับมีความลำบากใจไม่น้อยกับการวางตัวติดต่อลูกค้าเนื่องจากสิทธิผลนั้นเป็นตัวแทนรถยนต์มิตซูบิชิ และที่บริษัทในเครืออย่างไทยสแตนเลย์ฯก็เป็นผู้ผลิตไฟยานพาหนะให้กับผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออื่น เพื่อเคารพในความลับของลูกค้าที่เขาอาจล้วงรู้ดังนั้นทุกครั้งที่ไปติดต่อเขาจะสวมหมวกของไทยสแตนเลย์ฯเพียงใบเดียว

ทั้ง ๆ ที่เบื้องหลังความสำเร็จของมิตซุบิชิใครบ้างจะไม่เชื่อว่าเขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเอามาก ๆ เช่นกัน

หรือว่านี่เป็น "จุดบอด" ที่อาจมาเยือนเขาโดยไม่รู้ตัวในอนาคต

"คือความลำบากใจจริง ๆ ที่จะทำให้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับมิตซูบิชิ คู่แข่งของเราเองก็พยายามใช้จุดนี้มาโจมตี ยังดีที่ผู้ผลิตรถยนต์ที่เป็นลูกค้าเขาเชื่อในความจริงใจของผม" เขาบอกกับเราและต้องการให้เชื่อเช่นนั้นด้วย

ทนงเกลียดความฝันในการทำงานแบบอเมริกันที่เพ้อเจ้อตามตำราโดยไม่ใส่ใจกับพฤติกรรมปลีกย่อยและสภาพแวดล้อมของแต่ละแห่ง เขาศรัทธากับการทำงานของคนญี่ปุ่นยุคหลังพ่ายแพ้สงคราม ที่ล้างแค้นความอัปยศอดสูจนมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกการค้าทุกแขนงในปัจจุบัน

วันหนึ่งเขาจะทำงานอย่างทุ่มเทไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง แต่ก็ยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับคนญี่ปุ่นที่สละเวลาให้กับงานถึบวันละ 16 ชั่วโมง แต่มันก็มากเกินไปสำหรับคนหนุ่มอย่างเขาที่กำลังหาเวลาให้กับครอบครัวเพื่อสร้างรุ่นที่ 4 ของ "ลี้อิสสระนุกูล" ขึ้นมาบ้าง

งานของเขาเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 8 โมงเช้าของทุกวันที่บริษัท สิทธิผล 1919 ชั่วโมงแรกให้กับการอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ อาจแทรกบ้างเกี่ยวกับนิตยสารยานยนต์ต่างๆ ทั่วโลกที่เขาหาซื้อมาอ่านจนเต็มตู้ในห้องทำงาน จากนั้นใช้เวลาช่วงเช้ารับแขกแล้วเหลือช่วงบ่าย เพื่อตรวจงานตางๆ ในแต่ละวันโดยเฉพาะด้านการเงินที่เขาคุมเอง 4 บริษัทคือสิทธิผล 1919 ไทยสแตนเลย์ฯ ไทยเซต้า และอินโนเว รับเบอร์

เขาแตกฉานภาษาญี่ปุ่นไม่น้อย เคยฝันว่าวันหนึ่งอยากจะแปลหนังสือการบริหารของญี่ปุ่นกับเขาดูบ้าง

ในหนึ่งสัปดาห์ต้องมี 2 วันสำหรับการไปตรวจโรงงาน 3 แห่งที่ปทุมธานี และไม่น้อยกว่า 20 วันของทุกเดือนเพื่อการขับรถไปเยี่ยมเยียนลูกค้าในต่างจังหวัด หน้าที่เขาบอกว่าคงต้องทำโดยไม่รู้เวลาเกษียณเนื่องจากเขาไม่วางใจความเป็นตีนผีของตนเองคนเดียวเท่านั้น

ทนงเป็นคนที่มีอารมณ์ละเมียดละไมอยู่ลึก ๆ ชอบฟังเพลงแจ๊ส บางปีของการทำปฏิทินยางไออาร์ซี เขาอาจเป็นคนเลือกนางแบบด้วยตนเอง แต่ก็น่าแปลกที่ว่ากลับไม่ชอบชีวิตราตรี "บางทีอาจต้องขออนุญาตแฟนออกไปดูบ้าง อาจได้ความคิดหาเงินกับคนย่ำราตรี" เขาเปรยขึ้นเบา ๆ

เขาไม่ค่อยปิดบังชีวิตหรูหราในฐานะทายาทของ "ลี้อิสสระนุกูล" มากนัก นอกจากรถยนต์ใช้ส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเป็นเลิศถึง 6 คันแล้วนั้น เขายังจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อซื้อเรือเร็วมาเป็นสมบัติส่วนตัวอีก 1 ลำพร้อมกับความตั้งใจที่ว่า วันหนึ่งจะขับเรือเร็วลำนี้จากกรุงเทพฯไป พัทยาหรือทุก ๆ แห่งที่ใจปรารถนา

ในสมัยเรียนที่ญี่ปุ่นเขาเคยมีรถ MITSUBISHI CORDIA ซึ่งเป็นรถคูเป้ขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ใช้สำหรับท่องเที่ยวและหาประสบการณ์ และครั้งหนึ่งเขาก็เคยซื้อ TOYOTA SOARER เครื่อง 2,800 ซีซี. ที่ได้รับสมญาว่าเป็นเบนซ์ญี่ปุ่นมาใช้ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นรถสปอร์ตที่โตโยต้าผลิตมาเพียง 20 คันเพื่อใช้แข่งที่สนามเมืองนาโกย่า

รถยนต์คันสุดท้ายของเขาในญี่ปุ่น คือ MITSUBICHI STARION เครื่องเทอร์โบ 2,500 ซีซี. ซึ่งเป็นรถสปอร์ตคูเป้ที่ตกแต่งเป็นพิเศษ ที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงหรือการสลักชื่อบนเบาะนั่งและพวงมาลัย รถคันนี้นำกลับมาใช้ในเมืองไทยด้วย โดยขับมาทำงานทุกวันเสาร์

ทนงเกิดและเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความอบอุ่นของครอบครัว และทุกวันนี้ก็ยังอาศัยรวมอยู่กับครอบครัวที่บ้านหลังใหญ่ย่านถนนจันทน์ สาธุประดิษฐ์ วันอาทิตย์ที่ไม่มีงานยุ่งนักอาจพบเห็นคนหนุ่มร่างอ้วนท้วนขบรถคันหนึ่งคันใดใน 6 คันไปจอดซื้อของที่ฟูจิซุปเปอร์มาร์เก็ต เอกมัย-นั่นแหละเขาล่ะ

ธุรกิจของกลุ่มสิทธิผลวันวานที่ผ่านมายิ่งใหญ่ในความสงบเสงี่ยม แต่ภาระท้าทายความโดดเด่นในรุ่นที่ 3 คงไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว สิทธิผลกับ "ลี้อิสสระนุกูล" ในรุ่นนี้มาดมั่นไปด้วยความเร่าร้อนเอาจริงเอาจังของทายาททั้งหลายโดยเฉพาะเขา-ทะนง ลี้อิสสระนุกูล"

เมื่อวันแรกที่ทนงเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทอินโนเวรับเบอร์ เขามีเพียงห้องทำงานเล็ก ๆ ไม่กว้างใหญ่หรูหรามากนัก บนชั้นที่ 4 ของอาหาคารกนกโสภา ถนนเจริญกรุง ไม่มีแม้กระทั่งเลขาฯหน้าห้องเสียงหวาน ๆ ที่ต้องคอยช่วยเหลือจัดตารางเวลาในการพบปะกับผู้คนต่าง ๆ อย่างเช่นปัจจุบัน

วันนี้เขาถอยลงมาทำงานในชั้นล่างสุดของอาคาร ปรับเปลี่ยนห้องทำงานใหม่ให้ดูวิจิตรงดงามมากมายขึ้น หลายเท่าตัวภายในห้องทำงานตั้งโชว์ด้วยถ้วยรางวัลที่ได้จากการแข่งรถในสนามต่าง ๆ มุมหนึ่งเป็นโต๊ะประชุมสำหรับทีมงานบริหารคนหนุ่มสาวที่เขากำลังสร้างขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวของกลุ่มสิทธิผลที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

พรุ่งนี้เขาใฝ่ฝันเอาไว้แล้วว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้ากลุ่มสิทธิผลจะผลิดอกแตกหน่อเข้าไปยังธุรกิจแขนงอื่นให้ครถ้วนเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย 11 ข้อที่ตั้งเอาไว้ให้จงได้ และเมื่อวันนั้นมาถึงห้องทำงานก็อาจถึงคราวขยับขยายเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง !!??

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us