Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTVผู้จัดการรายวัน16 มิถุนายน 2552
โบรกฯกองทุนแนะทำกำไรกองหุ้น รอราคาปรับฐานกลับเข้าซื้ออีกรอบ             
 


   
search resources

Bond




นักวิเคราะห์กองทุนรวม มองตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น เหตุนักลงทุนเริ่มกลับทยอยกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เเนะนักลงทุนกองทุนหุ้น ทยอยขายทำกำไร แล้วรอตลาดหุ้นไทยปรับฐาน ก่อนกลับเข้ามาเก็บของถูก ชู"กองทุนทองคำ" ความเสี่ยงยังน้อยให้ผลตอบเเทนสูง

นางสาวศุภมาส พยัคฆพันธ์ Fund SuperMart Analyst บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้จะเห็นว่าตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากนักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มหันกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากสินทรัพย์เสี่ยงน้อยให้ผลตอบเเทนที่ลดลง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่หุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ย 120-100% ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้นปรับตัวขึ้นถึง 40-50% เลยทีเดียว จึงอยากแนะนำให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไรในช่วงนี้ เพื่อรอให้ตลาดหุ้นมีการปรับฐานก่อนจึงกลับเข้ามาทยอยลงทุนอีกครั้ง

"อัตราดอกเบี้ยของโลกที่ยังอยู่ในระดับต่ำในช่วงที่ผ่านมา เป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น น้ำมัน และทองคำ แต่มองว่าราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาอาจทำให้ราคาหุ้นและราคาน้ำมันมีการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งน่าจะทยอยทำกำไรในสินทรัพย์ดังกล่าว เราแนะนำให้ทยอยลงทุนในทองคำ เนื่องจากทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในกรณีดังกล่าวได้"

สำหรับผู้ฝากเงินที่ต้องการผลตอบแทนสุทธิสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำในปัจจุบัน และยังไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1 ปีข้างหน้า ยังแนะนำลงทุนในกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ ที่ยังมีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสุทธิของไทย แต่อยากแนะนำให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ เนื่องจากส่วนต่างของผลตอบแทนเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐวิสาหกิจเกาหลีใต้เริ่มแคบลง

ขณะที่ราคาพันธบัตรในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะกลางถึงระยะยาว อาจจะยังมีความผันผวนเนื่องจากรัฐบาลมีแผนกู้เงินในประเทศประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.2552 นี้ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยเป็นการออกพันธบัตรออมทรัพย์ 5 ปี จำนวน 3 หมื่นล้านบาท และที่เหลือเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลและกู้ยืมธนาคารพาณิชย์และวิธีการอื่นๆ ทำให้ราคาพันธบัตรในช่วงเดือนมิถุนายน ยังคงมีควรามผันผวนจึงอยากยังแนะนำลงทุนในสินทรัพย์อย่างกองทุนรวมตลาดเงิน หรือมันนี่มาร์เก็ต ที่มีสภาพคล่อง มีอายุเฉลี่ยสั้น และเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเงินฝาก

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีกว่าคาดนำโดยเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยของโลกที่อยู่ในระดับต่ำ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ได้ผลักดันให้ราคาหุ้นและราคาน้ำมันในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาพุ่งขึ้นแรงมาก ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา และยุโรปในสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มชะลอการปรับขึ้นหลังจากที่ปรับขึ้น3 เดือนติดต่อกัน ประมาณ 24%-46% โดยปัจจัยบวกมาจากข่าวสถาบันการเงินขนาดใหญ่คาดว่าจะมีการชำระหนี้คืนให้กับโครงการTroubled Asset Relieved Plan (TARP) ที่ช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาในช่วงวิกฤติสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาดีกว่าคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มกลับมาแข็งค่า หลังจากที่อ่อนค่ามาเป็นเวลาหลายสัปดาห์

นอกจากนี้ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป และอังกฤษคงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้ในระดับเดิมที่ 1.00% และ 0.50% ตามลำดับ ซึ่งคาดว่า เกิดหลังจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมทั้งการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ อเมริกาญี่ปุ่น และอินเดีย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us