|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ควอลลีเทคปลื้มเปิดซื้อขายวันแรกราคาหุ้นยืนเหนือจอง 0.32 บาท หรือเพิ่มขึ้น 8% จากราคาจองที่ 4 บาท ที่ปรึกษาฯ เชื่อบริษัทมีจุดเด่นในการแข่งขันและภาวะตลาดหุ้นเอื้อได้รับความสนใจจากนักลงทุน ด้านผู้บริหารแจงเตรียมลงทุนเพิ่มเครื่องจักรรวมทั้งขยายสาขาการให้บริการรอง รับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต มั่นใจปีนี้โกยรายได้ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 245 ล้านบาท และมีงานในมือเตรียมรับรู้ปีนี้กว่า 185 ล้านบาท
หุ้น QLT หรือ บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นวันแรกพบว่า ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 4.94 บาท ก่อนจะไต่ระดับไปสูงสุดที่ 5 บาทในการซื้อขายช่วงเช้า สูงกว่าราคาจองซึ่งกำหนดที่ 4 บาท ขณะช่วงบ่ายราคาหุ้นค่อย ๆ ปรับลดลงต่ำสุดที่ 4.30 บาท ก่อนกลับมาปิดตลาดช่วงบ่ายที่ 4.32 บาท สูงกว่าราคาจอง 0.32 บาท หรือ 8% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 144.63 ล้านบาท ซึ่ง QLT ได้เสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรก (IPO) 20 ล้านหุ้น แก่ประชาชนทั่วไป 19 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4.00 บาท และขายพนักงาน 1 ล้านหุ้น รวมหุ้นจดทะเบียน 90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายวิชา โตมานะ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บ.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากศักยภาพและจุดเด่นในการแข่งขันของ QLT ที่เป็นผู้นำในตลาดและมีความเชี่ยวชาญเกือบ 20 ปี ประกอบกับภาวะตลาดหุ้นไทยที่เอื้ออำนวยจะส่งผลบวกต่อการซื้อขายหุ้นวันแรกนี้
'ราคาจองที่ 4 บาท เป็นราคาที่ตั้งแบบมีส่วนลด จากดัชนีตลาดฯ และกำหนดตอนที่ดัชนีตลาดต่ำกว่าปัจจุบันนี้ ดังนั้น หุ้น QLT น่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ดูได้จากนักลงทุนอีกไม่น้อยที่ไม่สามารถซื้อหุ้น QLT ในช่วง IPO ได้ ซึ่งหากต้องการจริง ๆ ก็น่าจะมาซื้อในตลาด' นายวิชากล่าว
นายสรรพัชญ์ รัตคาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) หรือ QLT เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์วันแรก ( 9 มิถุนายน 52 ) ของบริษัทในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) นั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่าง ดีและรู้สึกยินดีที่ราคาหุ้นของบริษัทสามารถเปิด ซื้อขายเหนือราคาจองที่ 4 บาทได้ ซึ่งเงินที่ได้รับจากการขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ จะนำไปเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจในการลงทุนโดยจะแบ่งลง ทุนในอุปกรณ์ทดสอบโดยไม่ทำลาย (Conventional NDT) และลงทุนในอุปกรณ์การทดสอบ โดยไม่ทำลายขั้นสูง (Advanced NDT) ตลอดจนการขยายสำนักงานสาขาระยอง เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของลูกค้าและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้เงินลงทุนไปบางส่วนแล้ว
สำหรับรายได้ปีนี้บริษัทคาดการณ์ว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ทำได้ 245 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Back Log) อยู่ที่ 185 ล้านบาท โดยจะทยอย รับรู้รายได้ทั้งหมดปีนี้ และยังมีงานที่จะเข้าไปประมูลใหม่เพิ่มอีก
'เรามั่นใจว่าหุ้นของบริษัทจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีในการเปิดซื้อขายวันแรกจากปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ ฐาะนะการเงินของบริษัท รวมถึงงานต่างๆ ที่มีเข้ามาอย่างไม่ขาดมือ ซึ่งแสดงออกถึงความมีศักยภาพของ ธุรกิจ สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 นี้ เรายังไม่สามารถประเมินอะไรได้' นายสรรพัชญ์ กล่าว
นายชนิตร ชาญชัยณรงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวย การกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัท จดทะเบียน และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า QLT มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามข้อบังคับของบริษัทและตามกฎหมาย ณ ราคาไอพีโอของบริษัทที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) 5.63 เท่า ขณะที่ P/E เฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 มีค่าเท่ากับ 8.19 เท่า
สำหรับดีลของบริษัทที่เตรียมเข้าจด-ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ นั้น ช่วงไตรมาส 3ปีนี้ที่ได้อนุมัติแล้ว 3 บริษัทคือ บมจ. ออฟฟิศเมท (OFM) บมจ.ผลธัญญะ (PHOL) และ บมจ.เซาท์เทิร์นสตีล (SS)
นอกจากนี้ยังมีอีก 8 บริษัทที่กำลังรอการอนุมัติ และหากผลสรุปแล้วจะสามารถพร้อมเข้าจดทะเบียนได้ในไตรมาส 3/52 ขณะเดียวกันยังมีอีก 2 บริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงข้อมูล (Filing) แสดงความจำนงขอเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ เข้ามาใหม่ และยังคาดว่าจะมีอีก 12 บริษัทที่จะเข้ามายื่นเอกสารในช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนกันยายน ซึ่งหากบริษัทเหล่านี้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามแผนการที่วางไว้ก็จะสามารถนำเรื่องยื่นเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ ได้หมดภายในสิ้นปีนี้
|
|
 |
|
|