Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา มิถุนายน 2552
ธุรกิจทวงหนี้ มันอยู่ในสายเลือด             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด

   
search resources

Consultants and Professional Services
เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส, บจก.
ปิยะ พงษ์อัชฌา




ธุรกิจทวงหนี้เป็นงานที่ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่มีความอดทนอดกลั้น แต่ปิยะ พงษ์อัชฌา ผู้อำนวยการบริหารสายการตลาด วัย 39 ปี บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด บอกว่าเป็นงานที่อยู่ในสายเลือดของเขามาตลอด

ปิยะร่วมงานกับบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2533 เกือบ 19 ปีเต็ม เขาทำงานในขณะที่เขายังเรียนอยู่ เริ่มจากขับจักรยานยนต์เก็บหนี้ให้กับบริษัท หลังจากเรียนจบปริญญาตรีก็เข้าไปเป็นพนักงานขายโทรศัพท์เงินผ่อน และกลับมาทำงานธุรกิจสินเชื่อ จนกระทั่งวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เริ่มทำธุรกิจเก็บหนี้ ดูแลส่วนกฎหมาย

เขาเคยเปลี่ยนงานไปทำงานให้กับบริษัทลูกของบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ดูแลสินเชื่อเก็บเงิน เขาทำงานเพียงครึ่งปีและกลับมาทำงานร่วมกับบริษัท เจ มาร์ทอีกครั้ง

ชีวิตการทำงานของปิยะได้สัมผัสธุรกิจติดตามหนี้สินมาโดยตลอด จึงทำให้เขาได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นเป็นผู้บริหารให้บริษัท เจ เอ็ม ทีฯ ในฐานะผู้อำนวยการบริหารสายการตลาด

ปิยะบอกว่างานธุรกิจติดตามหนี้ ต้องทำตัวไม่เครียด และให้คำนึงอยู่เสมอว่ากำลังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาลูกหนี้

ชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับลูกหนี้ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาสามารถรู้ถึงพฤติกรรมลูกหนี้ค่อนข้างมาก เช่น ลูกหนี้ยิ่งทวง ลูกหนี้ยิ่งหนี และจากประสบการณ์ของเขา หากทิ้งลูกหนี้ไว้ประมาณ 5 ปี ไม่โทร ไม่ทวง เมื่อเข้าปีที่ 6 ลูกหนี้จะจ่ายหนี้ที่ค้างชำระ เพราะโดยนิสัยของคนไทยแท้จริงไม่ต้องการเป็นหนี้ใคร

ปิยะได้ยกตัวอย่างโดยการเปรียบเทียบทวงหนี้เก่าที่ค้างชำระ 10 ปี กับหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นไม่นาน เขาจะเลือกติดตามหนี้ค้าง 10 ปีเพราะเขาเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะจ่ายหนี้อย่างแน่นอน แม้จะจ่ายไม่มากแต่จะจ่ายสม่ำเสมอจนหมด แต่ลูกค้าใหม่ที่ค้างชำระในระยะเวลา 1 ปี กลุ่มลูกหนี้ใหม่จะจ่ายมากในช่วงแรก แต่เดือนที่ 3 และเดือนที่ 4 ลูกค้าจะหายไป แต่จะกลับมาในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

เทคนิคหลายอย่างที่ปิยะนำมาปรับใช้ในการติดตามหนี้สิน เกิดจากการเรียนรู้ ประสบการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของลูกหนี้ จึงทำให้เขามีวิธีการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อทวงหนี้เสมอ

สิ่งที่จะทำให้หนี้สินหลายประเภทลดลงได้ ลูกหนี้จะต้องเดินเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง และนำเสนอทางออกให้กับบริษัทติดตามหนี้ และเขาเชื่อว่ากว่า 90% ลูกหนี้จะได้รับการประนอมหนี้ เพราะหากไปถึงขั้นฟ้องศาลคดีความในส่วนของเงินกู้ส่วนบุคคลมีอายุความ 10 ปี ถ้าฟ้องศาลพิพากษาจะเพิ่มอีก 10 ปี รวมเป็น 20 ปี เป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่รู้

ธุรกิจทวงหนี้ แม้จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของลูกหนี้หรือคนทั่วไป แต่ปิยะกำลังพยายามบอกว่า ธุรกิจนี้เป็นงานที่ต้องพยายามไม่ให้คนเกลียด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us